การพัฒนาสูตรอาหารปลาดุกจากเศษเหลือของการแปรรูปโคเนื้อ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโภชนะที่เป็นองค์ประกอบในเลือดป่น ศึกษาประสิทธิภาพการย่อยเลือดป่นด้วยเอนไซม์ และเพื่อศึกษาการพัฒนาสูตรอาหารปลาดุกลูกผสมจากเลือดป่นที่ผ่านวิธีการเพิ่มค่าการย่อยได้ที่แตกต่างกัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 การทดลองย่อย ๆ คือ 1. การศึกษาโภชนะที่เป็นองค์ประกอบในเลือดป่น การทดลองย่อยที่ 2. การศึกษาประสิทธิภาพการย่อยเลือดโคป่นด้วยเอนไซม์ และการทดลองย่อยที่ 3. การพัฒนาสูตรอาหารปลาดุกลูกผสมจากเลือดโคป่นที่ผ่านการหมักด้วยเปลือกมะละกอดิบเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในระดับปริมาณที่แตกต่างกัน ได้แก่ 0, 2.5, 5 และ 7.5 เปอร์เซ็นต์ในสูตร โดยมีการวางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ (CRD) จำนวน 3 ซ้ำ ทำการทดลองเลี้ยงปลาดุกลูกผสมด้วยอาหารทดลองทั้ง 4 สูตร โดยให้อาหารปลาดุกในปริมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวต่อวัน แบ่งให้วันละ 3 มื้อ ทำการสุ่มชั่งน้ำหนักเพื่อปรับปริมาณอาหารและเก็บข้อมูลการเจริญเติบโตทุก 2 สัปดาห์ เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ เมื่อสิ้นสุดการทดลอง พบว่า ปลาดุกลูกผสมที่ได้รับอาหารผสมสำเร็จเสริมเลือดวัวป่นในทุกระดับปริมาณ มีค่าน้ำหนักสุดท้าย น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นต่อวัน ปริมาณอาหารที่กิน และอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ มีค่าเทียบเท่ากับชุดควบคุม (P > 0.05) ส่วนการศึกษาต้นทุนค่าอาหารผสมสำเร็จจากเลือดวัวป่น พบว่า ต้นทุนของอาหารผสมสำเร็จที่มีการเสริมเลือดวัวป่นมีต้นทุนที่ต่ำกว่าชุดควบคุม โดยต้นทุนค่าอาหารสัตว์น้ำจะมีราคาต่ำลงเมื่อมีการใช้เลือดวัวป่นในปริมาณที่เพิ่มขึ้นในสูตรอาหาร ดังนั้นการใช้เลือดวัวป่นเสริมในอาหารปลาดุกลูกผสม มีผลต่อการเจริญเติบโตและอัตราการรอดตายของปลาที่เทียบเท่ากับชุดควบคุม และมีผลทำให้ต้นทุนค่าอาหารสัตว์น้ำต่ำลง