แบบจำลองที่เหมะสมสำหรับการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงทางเครดิตเพื่อการจัดอันดับความน่าเชื่อถือรัฐวิสาหกิจไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ เนื่องจากกระทรวงการคลังได้ตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกิดจากการค้ำประกันและให้กู้ต่อ จึงได้ดำเนินการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกันและค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อจากรัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงินภาครัฐมานับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2551 เพื่อเป็นการประกันความเสี่ยงที่เกิดจากการค้ำประกันและ ให้กู้ต่อของกระทรวงการคลัง โดยค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจะขึ้นอยู่กับระดับความน่าเชื่อถือของรัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงินภาครัฐแต่ละแห่ง ซึ่งตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราและเงื่อนไขการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกันของกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2551 และกฎกระทรวงกำหนดอัตราและเงื่อนไขการเรียกเก็บดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อของกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2551 ได้กำหนดให้สำนักงานบริหาร หนี้สาธารณะ (สบน.) เป็นผู้ดำเนินการจัดระดับความน่าเชื่อถือ โดยให้ดำเนินการเป็นประจำทุกปี สำหรับเทคนิคการประเมินและการวิเคราะห์ความเสี่ยงทางเครดิต ซึ่ง สบน. ได้ประยุกต์ใช้เทคนิคจาก Standard & Poor’s และ Tris Ratings ในการจัดระดับความน่าเชื่อถือรัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงินภาครัฐ โดยการวิเคราะห์จะพิจารณาทั้งความเสี่ยงทางการเงินและไม่ใช่การเงิน โดยแบ่งรัฐวิสาหกิจเป็น 2 ประเภท เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะของธุรกิจ ได้แก่ 1) รัฐวิสาหกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน และ 2) รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตาม เทคนิคการวิเคราะห์ดังกล่าวยังมีจุดอ่อนสำหรับการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐวิสาหกิจไทย เนื่องจากรัฐวิสาหกิจเป็นองค์กรที่มีความซับซ้อนและมีลักษณะที่แตกต่างจากภาคเอกชน เพราะเป็นหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และในขณะเดียวกันก็ได้รับผลกระทบจากการแทรกแซงของรัฐบาลอีกด้วย และควรมีการปรับปรุง ทบทวนปัจจัยและน้ำหนักคะแนนขององค์ประกอบความเสี่ยงแต่ละด้าน ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น การศึกษา เรื่อง แบบจำลองที่เหมาะสมสำหรับการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงทางเครดิต เพื่อการจัดอันดับความน่าเชื่อถือรัฐวิสาหกิจไทย จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการศึกษาเทคนิค วิธีการวิเคราะห์ และพัฒนาแบบจำลองสำหรับการวิเคราะห์ความเสี่ยงทางเครดิต และการจัดระดับความน่าเชื่อถือที่เหมาะสมสำหรับรัฐวิสาหกิจไทย ซึ่งจะสนับสนุนให้กระทรวงการคลังสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมฯ จากรัฐวิสาหกิจได้อย่างเหมาะสมตามระดับความเสี่ยงทางเครดิตของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง เพื่อเป็นการประกันความเสี่ยงที่เกิดจากการค้ำประกันและให้กู้ต่อ จากผลการศึกษาของคณะผู้วิจัยฯ เพื่อพัฒนาการจัดระดับความน่าเชื่อถือรัฐวิสาหกิจของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะสามารถสรุปผลการศึกษา และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไขปัญหา รวมถึงแนวทางการพัฒนาในระยะยาวได้ ดังนี้ การประเมินความเสี่ยงทางเครดิตรัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงินภาครัฐของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเป็นการประเมินในลักษณะของ Standalone Rating เพื่อให้สามารถระบุค่าความเสี่ยงที่แท้จริง เช่นเดียวกับการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้และความเสี่ยงทางเครดิตในขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อ และอนุมัติการค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งผลการวิเคราะห์ความเสี่ยงทางเครดิตและการจัดระดับความน่าเชื่อถือนี้สามารถใช้ในการบริหารความเสี่ยงทางเครดิตของ Portfolio หนี้สาธารณะได้ อย่างไรก็ตาม การให้น้ำหนักคะแนนในองค์ประกอบความเสี่ยงต่างๆ ควรพิจารณาถึงข้อมูลเชิงคุณภาพเพิ่มขึ้น เช่น การดำเนินตามนโยบายรัฐบาล ผลและประสิทธิภาพในการดำเนินโครงการ โดยรัฐวิสาหกิจต่างๆ จะถูกประเมินตามหลักเกณฑ์การประเมินที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่แบ่งตามลักษณะกิจการคือ รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน และรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ควรมีการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การยกเว้น/ลดหย่อนค่าธรรมเนียมฯ ให้มีความชัดเจนและเป็นธรรมยิ่งขึ้น เช่น จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับเงินกู้ที่ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และยกเว้นค่าธรรมเนียมให้กับการกู้เงินเพื่อดำเนินโครงการเชิงสังคมตามนโยบายรัฐบาล สำหรับขั้นตอนการพิจารณาการขอยกเว้น/ลดหย่อนค่าธรรมเนียมฯ นั้น ควรพิจารณาเป็นรายสัญญาเพียงครั้งเดียวในช่วงที่รัฐวิสาหกิจยื่นความประสงค์ขอใช้เงินกู้ หรือขอรับการค้ำประกัน เนื่องจากผู้ปฏิบัติสามารถสรุปวัตถุประสงค์ของการกู้เงินและนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป และควรมีการปรับปรุงสัญลักษณ์ความเสี่ยงเดิมที่ใช้ “ตัวเลข” เป็นสัญลักษณ์ในรูป “ตัวอักษร” แทน เพื่อลดความสับสนกับการจัดระดับความน่าเชื่อถือของหน่วยงานอื่น นอกจากนั้น สบน. ควรมีการปรับโครงสร้างสำนักงานให้สอดคล้องและรองรับกับภารกิจและระบบงานให้มากยิ่งขึ้น เพื่อลดปัญหาเรื่อง Conflict of Interest ในการปฏิบัติงาน คณะผู้วิจัยฯ มีข้อเสนอแนะให้พัฒนาระบบการบริหารความเสี่ยงทางเครดิตให้สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินความเสี่ยงทางเครดิต และระบุความเสี่ยงดังกล่าวให้อยู่ในระบบ Credit Scoring เพื่อวัดค่าความเสี่ยงของหน่วยงานต่างๆ ในหลักเกณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะสามารถระบุระดับความเสี่ยงทางเครดิตของ Portfolio หนี้สาธารณะ โดยการดำเนินงานดังกล่าวจะสนับสนุนให้การบริหารความเสี่ยงของกระทรวงการคลังทั้งในระดับรายธุรกรรม และระดับ Portfolio เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น ยังเป็นการสร้างระบบการติดตามความเสี่ยงจากการค้ำประกันและให้กู้ต่อในภาพรวม ซึ่งสามารถใช้เป็น Early Warning Sign อีกทั้งสามารถใช้เป็นเครื่องมือของผู้บริหารในการกำกับ ติดตาม และบริหารความเสี่ยงทางเครดิต ทั้งในระดับรายธุรกรรม และระดับ Portfolio หนี้