Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2551

การศึกษาภาระทางการคลังจากการให้สวัสดิการทางสังคมของรัฐบาล ในกรณีศึกษาโครงการประกันสังคมและโครงการหลัก ประกันสุขภาพถ้วนหน้า

วิมล ชาตะมีนา สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง พ.ศ. 2551

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การสร้างสวัสดิการทางสังคมเพื่อช่วยให้ประชาชนมีมาตรฐานชีวิตที่ดีขึ้น มีหลักประกันและความคุ้มครองถือเป็นหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของรัฐบาล ซึ่งโครงการประกันสังคมและโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจัดเป็นโครงการด้านสวัสดิการสังคมที่สำคัญของรัฐบาล โดยโครงการประกันสังคม ตั้งอยู่ บนหลักการของความมีส่วนร่วมการพึ่งตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันของประชาชนสำหรับผู้ที่มีรายได้และโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็น สวัสดิการที่รัฐบาลมอบให้แก่ประชาชนทุกคน เพื่อให้สามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณะสุขที่เหมาะสมและเพียงพอ อย่างไรก็ดี สวัสดิการดังกล่าวมาพร้อมกับต้นทุนที่รัฐบาลต้องรับภาระหรือภาระการคลังสำหรับงานวิจัยนี้เป็นการศึกษาวิเคราะห์ถึงภาระทางการคลัง อันเนื่องมาจากโครงการสวัสดิการทางสังคมได้แก่ โครงการประกันสังคมและโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ภายใต้กรอบความเสี่ยงภาระงบประมาณ (FPO Applied Fiscal Risk Matrix) ที่ปรับปรุงมาจาก Government Fiscal Risk Matrix ของ Polackova (1998) จากการศึกษาพบว่าภาระทางการคลังของโครงการประกันสังคมประกอบด้วย 2 ส่วนได้แก่(1)เงินที่รัฐบาลต้องสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ในฐานะรัฐบาล ซึ่งเป็นภาระต่องบประมาณที่แน่นอนและชัดเจน โดยเงินกองทุนได้ถูกแบ่งเป็น 3 กองทุนย่อย ประกอบด้วย กองทุนประโยชน์ทดแทน 4 กรณี (กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ และเสียชีวิต) กองทุนประโยชน์ทดแทน 2 กรณี(กรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพ) และกองทุนกรณีว่างงาน ซึ่งมีการแยกบัญชีเงินกองทุนและการบริหารกองทุนที่เป็นอิสระต่อกัน (2) เงินอุดหนุนหรือเงินทดรองราชการในกรณีที่กองทุน ประกันสังคมมีเงินทุนไม่เพียงพอ ในการจ่ายผลประโยชน์ทดแทน และค่าใช้จ่ายในการบริหารงานซึ่งจัดเป็นภาระต่องบประมาณที่อาจจะเกิดขึ้นหรือภาระเสี่ยงที่ชัดเจน เนื่องจากมีการระบุไว้ใน พรบ.ประกันสังคมว่ารัฐจะต้องรับภาระดังกล่าว คณะผู้วิจัยได้ทําการประมาณการภาระทางการคลังจากโครงการประกันสังคมโดยประยุกต์ใช้ แบบจำลองในการประมาณการจำนวนประชากรและจํานวนแรงงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) และนําผลการประมาณการดังกล่าวมาจัดทําแบบจำลองการประมาณการสถานะทางการเงินของกองทุนประกันสังคม ผลการศึกษาพบว่า รัฐบาลมีภาระทางการคลังที่แน่นอนจากการสมทบเงินเข้ากองทุนประกันสังคม ปีงบประมาณ 2553 – 2562 อยู่ระหว่างปีละ 26,345 – 42,845 ล้านบาท และกองทุนประโยชน์ทดแทน 2 กรณี (กรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพ) จะเริ่มขาดทุนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2575-2585 ซึ่งรัฐบาลจะต้องเริ่มเข้ารับภาระการขาดทุนของกองทุน 2 กรณีตั้งแต่ปี 2586 เป็นต้นไป สําหรับภาระทางการคลังของโครงการหลักประกันสุขภาพประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ (1) ภาระงบประมาณค่าใช้จ่ายรายหัวที่รัฐบาลต้องจัดสรรให้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทุกปีซึ่งจัดเป็นภาระต้องบประมาณที่แน่นอนและชัดเจน และ (2) ภาระการคลังต้องบประมาณที่อาจจะเกิดข้ึนจากการขาดทุนของโรงพยาบาลรัฐอันเนื่องจากการเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติซึ่งจัดเป็นภาระเสี่ยงแบบโดยนัย เนื่องจากหากโรงพยาบาลมีการขาดทุนสะสมจำนวนมากจนไม่สามารถรับภาระได้รัฐบาลอาจจะต้องเข้ารับภาระการขาดทุนสะสมดังกล่าวโดยธรรมจรรยา คณะผู้วิจัยได้ทําการประมาณการภาระเงินค่าใช้จ่ายรายหัวโดยแบ่งเป็น 2 ส่วนได้แก่งบบุคลากร ซ่ึงประมาณการด้วยค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี (ระหว่างปีงบประมาณ 2547 – 2551) และงบบริการทางการแพทย์ซึ่งประมาณการดวยสมมติฐานสัดส่วนต่อ GDP สําหรับการคํานวณภาระการคลังต่องบประมาณที่อาจจะเกิดขึ้นโดยนัยคณะผู้วิจัยได้คํานวณความต้องการทางการคลัง (Fiscal Need) ของโครงการฯจากประมาณการค่าใช้จ่ายรายหัวที่ สปสช. เสนอขอภายใต้สมมติฐานอัตราการเติบโตของค่าใช้จ่ายรายหัวร้อยละ 8.30 บนพื้นฐานของอัตราการเติบโตระหว่าง ปีงบประมาณ 2551 – 2552 และประมาณการประชากร UC จากข้อมูลประมาณการประชากรของสํานักงาน คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติภายใต้สมมติฐานสัดส่วนประชากร UC ต่อประชากรอยู่ที่ร้อยละ 70 โดยอ้างอิงข้อมูลระหว่างปี 2550 – 2551 จากนั้นจึงประมาณการภาระเสี่ยงจากผลต่างของความต้องการทางการคลังและงบประมาณค่าใช้จ่ายรายหัวที่คาดวาจะได้รับจัดสรรในแต่ละปีผลการศึกษาพบว่ารัฐบาลมีภาระทางการคลังที่แน่นอนและชัดเจนจากภาระค่าใช้จ่ายรายหัวที่ต้องจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุนหลักประกันสุขภาพปีงบประมาณ 2553 – 2562 อยู่ระหว่างปีละ 115,726 – 208,762 ล้านบาท และมีภาระการคลังที่อาจจะเกิดขึ้นจากการขาดทุนสะสมของโรงพยาบาลรัฐที่เข้าร่วมโครงการฯ หากโรงพยาบาลของรัฐไม่สามารถรับภาระการขาดทุนจากการเข้าร่วมโครงการได้ ทั้งนี้จากผลการศึกษาภาระทางการคลังจากโครงการสวัสดิการทางสังคมได้แก่โครงการประกันสังคมและโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติพบว่าในช่วง 10 ปีข้างหน้า (ปี 2553 – 2562) รัฐบาลจะมีภาระทางการคลังที่แน่นนอนและชัดเจนที่ต้องจัดสรรงบประมาณให้แก่โครงการทาง สวัสดิการทางสังคมทั้งสองจํานวน 142,071- 251,607 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 7.4 – 7.8 ของ งบประมาณรายจ่ายประจำปีในแต่ละปีและมีภาระการคลังที่อาจจะเกิดขึ้นแบบชัดเจนจากการเข้ารับภาระการขาดทุนของกองทุน 2 กรณีของโครงการประกันสังคมตั้งแต่ปี 2586 เป็นต้นไป และภาระการคลังที่อาจจะเกิดขึ้นโดยนัยจากการขาดทุนของโครงพยาบาลรัฐอันเนื่องจากการเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

คำสำคัญ

กองทุนประกันสังคมการคลังที่ยั่งยืนภาระทางการคลังโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาเพื่อพัฒนาระบบการจัดสวัสดิการภาครัฐ

ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชัช สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2553

พัฒนาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ให้ได้รับความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรและบริการทางสังคมที่มีคุณภาพ มีความเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้

สัญญา สดประเสริฐ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

กองทุนสวัสดิการชุมชนสู่สังคมสวัสดิการและการจัดสวัสดิการถ้วนหน้า

วิทัศน์ เตชะบุญ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2554

กระบวนทัศน์ในการแสวงหาความรู้เกี่ยวกับสวัสดิการสังคม

สุธิดา แจ้งประจักษ์ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2563

การศึกษาความสมดุลและยั่งยืนของโครงการสวัสดิการสังคม

ประสพโชค มั่งสวัสดิ์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ. 2556

ทิศทางการจัดสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมแก่คนเร่ร่อน

พฤฒินันท์ เหลืองไพบูลย์ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พ.ศ. 2559

การบริหารจัดการกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม : การเข้าถึง ปัญหา และข้อเสนอแนะ

ขัตติยา กรรณสูต มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ พ.ศ. 2561

การพัฒนาประสิทธิภาพการจัดสรรงบประมาณแบบบูรณาการ เพื่อการพัฒนาสังคมและการจัดสวัสดิการสังคมในระดับพื้นที่ กรณีศึกษา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

เฉลิมพล เพ็ญสูตร วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2557

กรอบทิศทางการจัดสวัสดิการทางสังคมที่ยั่งยืน ในช่วงแผนฯ 11

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงาน พ.ศ. 2553

แนวทางการจัดการสวัสดิการสังคม : ภาครัฐ : องค์กรชุมชน

สัญญา เคณาภูมิ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2560