โครงการประเมินสถานการณ์ความเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สถาบันพระปกเกล้าได้ทาการศึกษาการประเมินสถานการณ์ความเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทยพุทธศักราช 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะพัฒนาดัชนีวัดความเป็นประชาธิปไตยและใช้ดัชนีวัดนี้ตรวจติดตามสถานการณ์ประชาธิปไตยของประเทศไทยในการวัดการเป็นประชาธิปไตยนี้ได้มีการศึกษาตั้งแต่กระบวนการ ประชาธิปไตยและผลของประชาธิปไตยตลอดจนองค์ประกอบสาคัญที่ทาให้กระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไปได้นั่นคือหลักการบริหารและการใช้ธรรมาภิบาล ทั้งนี้หลักการบริหารและธรรมาภิบาลประกอบไปด้วยการเคารพสิทธิ์เสรีภาพและหน้าที่ รวมทั้งการยึดมั่นในหลักนิติธรรม ส่วนเรื่องของกระบวนการประชาธิปไตยศึกษาที่การมีส่วนร่วมของประชาชนและการมีทุนทางสังคม ส่วนผลของประชาธิปไตยคือการเชื่อมั่นในสถาบันต่าง ๆการสนับสนุนประชาธิปไตยและการต่อต้านการทุจริต ทั้งหมดนี้ได้จัดทาเป็นตัวชี้วัดเพื่อแสดงถึงประชาธิปไตยในสังคมไทยทั้งนี้เรื่องธรรมาภิบาลและการบริหาร ศึกษาในส่วนของการเคารพสิทธิเสรีภาพและหน้าที่ โดยพิจารณาจากการเสียสละเพื่อส่วนรวม การเสียภาษี การมีสิทธิที่เท่าเทียม การยอมรับฟังความเห็นผู้อื่น การได้รับการคุ้มครองสิทธิ และการมีเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูล ส่วนการยึดมั่นในหลักนิติธรรมนั้นศึกษาถึงการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้องเหมาะสม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมและความเชื่อมั่นต่อระบบกฎหมาย ส่วนกระบวนการประชาธิปไตยในส่วนของการมีส่วนร่วมของประชาชน พิจารณาจากการไปเลือกตั้งการร่วมกิจกรรมในทางการเมืองที่ทากันโดยทั่วไป และกิจกรรมทางการเมืองที่มิได้ทาการโดยทั่วไป ส่วนการมีทุนทางสังคมนั้น พิจารณาจากการรวมกลุ่มและความเชื่อมั่นกันและกันผลของประชาธิปไตยอธิบายด้วยความเชื่อมั่นในสถาบันต่าง ๆ อันประกอบไปด้วยรัฐสภา รัฐบาลองค์กรอิสระ ข้าราชการ ทหาร ตารวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และศาล ส่วนการต่อต้านการทุจริต มาจากการไม่ยอมรับการทุจริตการสารวจการเป็นประชาธิปไตยนี้ใช้การเก็บรวบรวมข้อมูลจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งมีอายุ 18ปีขึ้นไป ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างตามความน่าจะเป็นจานวน 33,420 ตัวอย่าง โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่หนึ่งถึง 30 เมษายน. พ.ศ. 2562ผลการศึกษาจากคะแนนเต็ม 100 พบว่า ประชาธิปไตยอยู่ในระดับปานกลาง 58.4 คะแนน เมื่อพิจารณาผลของแต่ละมิติหลัก มีค่าคะแนนเรียงลาดับจากสูงสุดไปต่าสุด ดังนี้ มิติที่มีคะแนนอยู่ในระดับสูงได้แก่ การต่อต้านการทุจริต มีคะแนน 71.4 การเคารพสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ มีคะแนน 68.2 การยึดมั่นในหลักนิติธรรม มีคะแนน 68.0 การสนับสนุนประชาธิปไตย มีคะแนน 67.6 การเชื่อมั่นในสถาบันต่าง ๆ มีคะแนน 60.8 มิติที่มีคะแนนน้อยกว่า 50 ได้แก่ การมีทุนทางสังคม มีคะแนน 48.2 ส่วนมิติที่มีคะแนนในระดับน้อยมาก ได้แก่ การมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีคะแนนเพียง 8.6เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับปี 2560 2561 และ 2562 จะเห็นได้ว่า คะแนนความเป็นประชาธิปไตยน้อยลงในเกือบทุกมิติ ยกเว้น การสนับสนุนประชาธิปไตย ที่เพิ่มขึ้นประมาณ 2 คะแนน ในขณะที่มิติอื่น ๆ มีแนวโน้มที่ลดลง โดยเฉพาะ มิติการต่อต้านการทุจริต ซึ่งลดลงจาก 87.5 คะแนนในปี 2561 ลงมาเป็น 71.4คะแนนในปี 2562 ส่วนมิติอื่น มีรูปแบบการลดลงเช่นกัน