สาขาอาชีพที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะที่ผู้ประกอบอาชีพต้องผ่านการรับรองความรู้ความสามารถ
บทคัดย่อ
เพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นประเทศที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เข้าสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ตามวัตถุประสงค์ของยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) กระทรวงแรงงานได้กาหนด 8 วาระปฏิรูปแรงงาน และหนึ่งวาระปฏิรูปที่สาคัญคือ Safety Thailand ซึ่งมุ่งลดอัตราการประสบอันตรายจากการทางาน โดยสร้างจิตสานึกด้านความปลอดภัย มาตรการความปลอดภัยของชีวิต และเครือข่ายด้านความปลอดภัย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งความปลอดภัย กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงต้องเร่งรับรองความรู้ความสามารถของผู้ประกอบอาชีพที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะ และสาขาอาชีพที่จาเป็นต้องอาศัยผู้ประกอบอาชีพที่ต้องผ่านการรับรองความรู้ความสามารถจากหน่วยงานให้การรับรอง กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงได้จัดทาโครงการวิจัยขึ้นเพื่อสารวจและศึกษาข้อมูลลักษณะงาน ตาแหน่งงานหรืออาชีพที่อาจเป็นอันตรายต่อทั้งผู้ประกอบอาชีพและสาธารณะ วางมาตรการป้องกันอันตรายผ่านการรับรองความรู้ความสามารถก่อนประกอบอาชีพ จึงได้จัดทาโครงการศึกษาวิจัยนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ คือ ศึกษาและรวบรวมข้อมูลและลักษณะงานสาขาอาชีพที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะหรือต้องใช้ผู้มีความรู้ความสามารถ เพื่อกาหนดสาขาอาชีพ ตาแหน่งงาน หรือ ลักษณะงานอาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะหรือต้องใช้ผู้มีความรู้ความสามารถ และหาแนวทางการรับรองความรู้ความสามารถ รวมถึงศึกษาความพร้อมหรือผลกระทบต่อผู้ปฏิบัติงาน สถานประกอบกิจการและประชาชน กระบวนการศึกษาประกอบด้วยการทบทวนวรรณกรรม การรวบรวมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยใช้สอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึก การสัมมนาระดมความคิดเห็น และการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น ผลการดาเนินการประกอบด้วย 1. ลักษณะงานอาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะหรือต้องใช้ผู้มีความรู้ความสามารถ โดยกาหนดเกณฑ์ในการพิจารณาไว้ 4 ข้อ ดังนี้ 1) อันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานและผู้อื่น (ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความปลอดภัยสาธารณะ) ในวงกว้างหรือรุนแรง โดยพิจารณาจากสถิติและเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น รวมทั้งผลการวิเคราะห์เพื่อความปลอดภัย (Job safety analysis, JSA) 2) สอดคล้องกับความต้องการในตลาดแรงงาน โดยพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบัน ได้แก่ - อุตสาหกรรมหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจ เช่น อุตสาหกรรมกลุ่ม S curve & New S curve ทั้งนี้ 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ หรือ First S-curve ประกอบด้วยอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาห-กรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร และ 5 อุตสาหกรรมอนาคต ix หรือ New S-curve ประกอบด้วย อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมการบินและ โลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิตอล และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร - ส่งเสริมการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ - รองรับสังคมสูงวัย 3) ความพร้อมของผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้ประกอบกิจการ และผู้ประกอบอาชีพ ซึ่งรวมรวมจากการสอบถาม สัมภาษณ์ หรือสัมมนาระดมความคิด 4) เป็นความต้องการของสังคมหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้จากการสอบถาม สัมภาษณ์ หรือสัมมนาระดมความคิด 2. รายชื่อสาขาอาชีพที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ประกอบอาชีพและสาธารณะ โดยพิจารณาเกณฑ์ที่กาหนดข้างต้น ได้คัดเลือกสาขาอาชีพที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะที่ผู้ประกอบอาชีพต้องผ่านการรับรองความรู้ความสามารถ จากสาขาอาชีพที่ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน จานวน 7 สาขาอาชีพ ดังนี้ (1) สาขาอาชีพช่างก่อสร้าง (2) สาขาอาชีพช่างอุตสาหการ (3) สาขาอาชีพช่างเครื่องกล (4) สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์ (5) สาขาอาชีพอุตสาหกรรมศิลป์ (6) สาขาอาชีพเกษตรอุตสาหกรรม (ตัดออกเนื่องจากไม่มีสาขาอาชีพกาหนดไว้ในหัวข้อนี้) (7) สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาอาชีพๆละไม่น้อยกว่า 1 สาขา รวมกันไม่น้อยกว่า 10 สาขายกเว้นสาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร (เนื่องจากมีการประกาศให้มีการรับรองความรู้ ความสามารถแล้ว) สาขาอาชีพที่ถูกคัดเลือก 10 สาขาอาชีพ ได้แก่ 1) ช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ 2) ช่างโทรคมนาคม (เครือข่ายมีสาย) 3) ช่างสีอาคาร 4) ช่างประกอบโครงสร้างเหล็ก 5) ช่างเครื่องปรับอากาศในบ้านและการพาณิชย์ขนาดเล็ก 6) พนักงานบริหารงานโลจิสติกส์ 7) ช่างประกอบติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ 8) ช่างเครื่องประดับ (ประดับอัญมณี) ผู้ 9) ควบคุมปั้นจั่นชนิดหอสูง 10) ผู้ดูแลผู้สูงอายุ 3. คู่มือแนวทางประกาศสาขาอาชีพที่เป็นอันตรายต่อผู้ประกอบอาชีพและสาธารณะ กาหนดจากผลการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งมีข้อมูลจากการศึกษาวิธีการและแนวทางของประเทศต่าง ๆทั้งในอาเซียนและนอกอาเซียน และจัดทาคู่มือแนวทางการประกาศอาชีพที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ประกอบอาชีพและสาธารณะ ซึ่งมีหัวข้อครอบคลุมเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัคร คุณสมบัติผู้ผ่านได้รับใบรับรอง อายุใบรับรอง การต่ออายุใบรับรอง และการพัก/ยกเลิกใบอนุญาต ซึ่งมีแนวคิดสาคัญดังนี้ x 1) การกาหนดคุณสมบัติผู้สมัคร - ผู้ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ถือว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติ - เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบอาชีพที่ต้องการได้รับการรับรองความรู้ความสามารถได้มีความรู้ที่เป็นมาตรฐาน โดยผ่านการอบรมในหลักสูตรที่กรมฯ จัดทาขึ้นหรือหลักสูตรที่ได้มาตรฐานอื่น ๆ และมีประสบการณ์สามารถเข้าสู่กระบวนการรับรองได้โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติก่อน เพื่อลดความซ้าซ้อนและภาระของทั้งผู้ประกอบอาชีพและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการรับรอง 2) การกาหนดคุณสมบัติผู้ผ่านได้รับใบรับรอง ควรเป็นผู้ที่มีองค์ประกอบทั้ง 5 ครบ คือ - มีความรู้ความสามารถ - มีทักษะ - มีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพ - มีความตระหนักและปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย - มีคุณธรรมในการประกอบอาชีพ ดังนั้น แบบทดสอบทั้ง 3 ส่วน คือ ข้อเขียน ภาคปฏิบัติ และสัมภาษณ์จะต้องสามารถวัดคุณสมบัติทั้ง 5 ข้อนี้ 3) การกาหนดอายุใบรับรอง อายุใบรับรองมี 2 ช่วง คือ 3 และ 5 ปี และมีแนวคิดดังนี้ - อายุใบรับรอง 2 ปี สาหรับอาชีพผู้ควบคุมปั้นจั่นแบบหอสูง เนื่องจากอุบัติเหตุที่เกิดเกี่ยวกับปั้นจั่นแบบหอสูงส่วนใหญ่รุนแรงมาก กล่าวคือ มีความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน และผู้ควบคุมปั้นจั่นเป็นผู้ที่มีส่วนสาคัญในการควบคุมหรือป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียได้ 4) การต่ออายุใบรับรอง - เจตนารมณ์ของการต่ออายุใบรับรอง คือ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ได้รับการรับรองยังคงมีคุณสมบัติครบทั้ง 5 ประการ - ในด้านความรู้ความสามารถและทักษะการทางาน จึงวัดด้วยหนังสือหรือเอกสารที่รับรองการทางานหรือผลงาน - ในด้านทัศนคติต่ออาชีพ และคุณธรรมในการประกอบอาชีพ อาจวัดจากการสัมภาษณ์ - ในด้านความปลอดภัย วัดจากการได้รับการอบรมหรือให้ความรู้ในเรื่องความปลอดภัย ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพัฒนาสื่อในหลายรูปแบบที่ผู้ประกอบอาชีพสามารถเข้าถึงได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และ อัตราค่าต่ออายุใบรับรองควรถูกกว่าค่าใบรับรองครั้งแรกอย่างน้อยร้อยละ 50 เนื่องจากกระบวนการรับรองใช้ทรัพยากรน้อยกว่า เพราะไม่เน้นการปฏิบัติเนื่องจากผู้ประกอบอาชีพที่มีใบรับรองได้ปฏิบัติงานเป็นประจา ควรมีความชานาญมากกว่า xi เมื่อเริ่มเข้าสู่อาชีพ การต่ออายุใบรับรองเพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ประกอบอาชีพมีความรู้ทันสมัยและมีความตระหนักในเรื่องความปลอดภัยและจริยธรรมในการประกอบอาชีพ 5) การพัก/ยกเลิกใบรับรอง การกาหนดเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อลงโทษและปรามมิให้ผู้ประกอบอาชีพประพฤติปฏิบัติผิดกฎหมายและจริยธรรม ขณะเดียวกันต้องให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบอาชีพด้วย จึงต้องมีกระบวนการสอบสวน และกระบวนการดังกล่าวต้องสิ้นสุดก่อนตัดสินพักหรือยกเลิกใบรับรอง 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นผลมาจากการศึกษาในครั้งนี้ 4.1. สร้างระบบพี่เลี้ยงหรือโค๊ช เนื่องจากการก้าวเข้าสู่อาชีพและได้รับใบรับรองนั้น ผู้ประกอบอาชีพต้องมีประสบการณ์ตามที่กาหนด กรมพัฒนาฝีมือแรงงานควรจัดตั้งระบบพี่เลี้ยงหรือโค๊ชเพื่อรองรับข้อกาหนดนี้ กล่าวคือ ช่างผู้มีใบรับรองและมีประสบการณ์หรือช่างฝีมือแรงงานระดับ 2 ขึ้นไปสามารถทาหน้าที่โค๊ชให้กับช่างฝึกหัด (ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมต้น หรือ ปวช. ฯลฯ ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดแรงงาน) โดยได้รับค่าจ้างพิเศษจากนายจ้าง โค๊ชแต่ละคนต้องขึ้นทะเบียนเป็นโค๊ชกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือหน่วยงานที่กรมมอบหมาย และรับช่างฝึกหัดได้ไม่เกิน 4 คน ข้อดีในการจัดทาระบบดังกล่าวคือ นายจ้างสามารถจ้างผู้ที่ไม่มีใบรับรอง (ช่างฝึกหัด) ได้ และช่างที่มีใบรับรองหรือช่างฝีมือระดับสูงมีรายได้พิเศษจากการเป็นโค๊ชให้ช่างฝึกหัด และมีระบบการรับรองประสบการณ์ของช่างที่ต้องการขอใบรับรองหรือสอบเลื่อนขั้นช่างชัดเจนและเชื่อถือได้ 4.2. จัดให้มีการเรียนการสอนทางไกล หรือมีสื่อเผยแพร่ความรู้ต่าง ๆ เช่น สื่อการอบรมช่างเพื่อเตรียมพร้อมสาหรับการสอบเพื่อรับใบรับรอง หรือเพื่อสอบช่างฝีมือแรงงาน หรือเพื่อสอบเลื่อนขั้นช่างฝีมือแรงงาน ที่ผู้ประกอบอาชีพสามารถศึกษาด้วยตนเองโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ ผู้ประกอบอาชีพได้พัฒนาตนเองเพื่อเข้าสู่อาชีพ หรือเพื่อพัฒนาขึ้นสู่ช่างฝีมือในระดับที่สูงขึ้น ทั้งนี้ เนื่องมาจากปัญหาที่ผู้ประกอบอาชีพช่างเผชิญในการพัฒนาตนเองเพื่อสอบเป็นช่างฝีมือแรงงานและสอบเลื่อนขั้นนั้น คือ การอบรมของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานซึ่งมีราคาไม่สูงและผู้ประกอบอาชีพมีกาลังพอจ่ายได้นั้น มีจานวนน้อยไม่พอเพียงต่อความต้องการ ในขณะที่การอบรมซึ่งจัดโดยเอกชนมีราคาสูงเกินไป จึงเป็นอุปสรรคในการเข้าสู่อาชีพช่างและการพัฒนาฝีมือของช่างทั้งหลายช่าง 4.3. จัดให้มีการรับรองอาชีพตามประเภทของผลิตภัณฑ์ เช่น ช่างก่อสร้างบ้านหรืออาคารขนาดเล็ก ช่างทาเฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ซึ่งอาจมีช่างเพียง 3-5 คน ให้สามารถดาเนินการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยการจ้างช่างที่ได้รับการรับรองในหลายงานรวมกันในหนึ่งใบรับรอง เช่น ช่างไม้ ช่างปูน ฯลฯ