การพัฒนาสมรรถนะของแรงงานไทยให้มีศักยภาพเพียงพอต่อการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจสมัยใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ผลการศึกษาพบว่า ประเทศไทยมีการจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เพื่อให้มีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบคุณวุฒิวิชาชีพ จัดทำมาตรฐานอาชีพโดยกลุ่มคนในอาชีพ และการให้การรับรองสมรรถนะเพื่อย้ำความเป็นมืออาชีพที่เป็นไปตามมาตรฐานกำหนด เป็นการสร้างโอกาสความก้าวหน้าในการทำงาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามแนวทางที่เป็นสากล รวมถึงเป็นศูนย์กลางเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนของประเทศด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมต่อการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยให้ความคล่องตัวในการบริหารและสร้างระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานผ่านกลไกของคณะกรรมการบริหารสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามภารกิจของสถาบัน แต่ในส่วนของการนำมาตรฐานสมรรถนะแรงงานที่จัดทำขึ้นมาไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมนั้น ยังไม่มีกฎหมายฉบับใดรองรับหรือส่งเสริม หรือให้สิทธิพิเศษแก่สถานประกอบการที่นำมาตรฐานสมรรถนะแรงงานไปใช้ จึงเห็นสมควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงแรงงาน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เร่งผลักดันให้เกิดกฎหมายดังกล่าวขึ้น ในส่วนของการยกระดับวิชาชีพมัคคุเทศก์ไทยเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระดับอาเซียนนั้น ผลสำรวจความคาดหวังของนักท่องเที่ยวที่มีต่อปัจจัยการท่องเที่ยว 3 ด้าน คือ ด้านองค์ประกอบการท่องเที่ยว (5A) ด้านมาตรฐานความปลอดภัย (SHA) และคุณสมบัติผู้นำเที่ยว พบว่า นักท่องเที่ยวแสดงความคาดหวังต่อคุณสมบัติผู้นำเที่ยวมากที่สุด (4.44) รองลงมาคือมาตรฐานความปลอดภัย (4.26) และองค์ประกอบการท่องเที่ยว (4.06) ตามลำดับ เมื่อทำการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน พบว่า โครงสร้างมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยพิจารณาจากค่าไค-สแควร์ (Chi-square) เท่ากับ 214.169 องศาอิสระ (df) มีค่าเท่ากับ 187, P-value เท่ากับ .084 ค่าดัชนีระดับความสอดคล้องเปรียบเทียบ (CFI) มีค่าเท่ากับ 0.997 ดัชนีวัดระดับความกลมกลืน (GFI) มีค่าเท่ากับ 0.958 ค่าความคลาดเคลื่อนในการประเมินค่าพารามิเตอร์ (RMSEA) มีค่าเท่ากับ 0.019 ค่าดัชนีที่วัดค่าเฉลี่ยส่วนที่เหลือจากการเปรียบเทียบขนาดของความแปรปรวนและความแปรปรวนร่วมระหว่างตัวแปรของประชากร (RMR) มีค่าเท่ากับ 0.015 โดยเมื่อพิจารณาค่าน้ำหนักปัจจัย (Factor loading) องค์ประกอบของคุณสมบัติผู้นำเที่ยวที่นักท่องเที่ยวคาดหวัง พบว่า ตัวแปรด้านบุคลิกภาพมัคคุเทศก์ (PER) มีค่าน้ำหนักปัจจัยมากที่สุด คือ 0.95 รองลงมา คือ ด้านจรรยาบรรณมัคคุเทศก์ (ETH) ด้านทัศนคติมัคคุเทศก์ (ATT) ด้านความรู้มัคคุเทศก์ (KNO) และด้านทักษะมัคคุเทศก์ (SKI) มีค่าน้ำหนักปัจจัยเท่ากับ 0.93, 0.92, 0.80 และ 0.76 ตามลำดับ เมื่อได้ข้อมูลเชิงปริมาณที่เป็นตัวบ่งชี้ถึงความคาดหวังของนักท่องเที่ยวที่มีต่อผู้นำเที่ยวแล้ว นักวิจัยจึงทำการกำหนดโครงสร้างคำถามเพื่อทำการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญเพื่อหาแนวทางการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพมัคคุเทศก์ พบว่า แนวทางในการเสริมสร้างสมรรถนะให้กับมัคคุเทศก์ ประกอบไปด้วย ความรู้ที่สำคัญสำหรับผู้นำเที่ยวคือความรู้ด้านภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศ ความรู้ในสาขาวิชาชีพ ความรู้ด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ไทย ความรู้ด้านพื้นที่ท่องเที่ยวและวิถีชีวิตพื้นถิ่น ความรู้รอบตัวและความรู้เรื่องสถานการณ์ปัจจุบัน ความรู้ด้านเทคโนโลยี ความรู้ด้านการปฐมพยาบาล ความรู้ด้านการวางแผนการทำงาน และความรู้ด้านโรงแรม ที่พักและการตลาด ทักษะที่สำคัญสำหรับผู้นำเที่ยว คือทักษะด้านการใช้ภาษาและการสื่อสาร ทักษะด้านการบริการ ทักษะด้านการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการเอาตัวรอด ทักษะด้านการบริหารจัดการและการวางแผน ทักษะด้านการนันทนาการ ทักษะด้านการปฐมพยาบาล ทักษะด้านการเจรจาต่อรอง และทักษะด้านการตลาดและการขาย คุณลักษณะที่พึงประสงค์สำหรับผู้นำเที่ยว คือมีใจรักในงานบริการและใจรักในงานอาชีพ ความเป็นผู้มีอารมณ์ดี คิดบวก มีความสุขกับการทำงาน มีความยิ้มแย้มแจ่มใส อารมณ์ดี เห็นการทำงานในทุกวันเป็นความสุขที่ได้ดูแลและสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยว มีความขยัน ซื่อสัตย์ จริงใจ มีมารยาท สุภาพ มีกาลเทศะ เป็นคนทันสมัย ใส่ใจในการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ มีความประณีประนอม เอื้ออาทรต่อเพื่อนร่วมงาน นักท่องเที่ยวและผู้เกี่ยวข้อง มีการควบคุมอารมณ์ อดทน อดกลั้น มีความเป็นผู้นำ มีบุคลิกภาพดี น่าเชื่อถือ เคารพในความแตกต่างและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ทั้งนี้ผู้วิจัยนำผลการวิจัยทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพมาทำการสังเคราะห์ข้อมูลร่วมกันเพื่อทำการกำหนดโครงสร้างหลักสูตรการพัฒนาสมรรถนะคุณวุฒิวิชาชีพมัคคุเทศก์ไทยเพื่อสร้างความได้เปรียบในระดับอาเซียนที่สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลก 5 โมดูลการศึกษา ดังนี้ โมดูลที่ 1 การอำนวยการท่องเที่ยว โมดูลที่ 2 จารีตผู้นำเที่ยว โมดูลที่ 3 ศิลปะการนำเที่ยว โมดูลที่ 4 คติการนำเที่ยว โมดูลที่ 5 การจัดกิจกรรมระหว่างนำเที่ยว ในส่วนของการพัฒนาสูตรการเรียนรู้สำหรับพัฒนาสมรรถนะหลักด้านคอมพิวเตอร์และสารสนเทศนั้น ผลการวิจัยได้ผลการพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้สำหรับพัฒนาสมรรถนะหลักด้านคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ได้หน่วยสมรรถนะหลักด้านคอมพิวเตอร์และสารสนเทศได้ทั้งหมด 9 หน่วยสมรรถนะ มีผลการประเมินความเหมาะสมเนื้อหาสมรรถนะ โดยผู้เชี่ยวชาญพบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 4.33 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.25 ผลการพัฒนาสื่อดิจิทัลสำหรับพัฒนาสมรรถนะหลักด้านคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ได้สื่อสอดคล้องกับหลักสูตร การนำเสนอเนื้อหาสื่อดิจิทัลผ่านทางเว็บไซต์ มีผลการประเมินความเหมาะสมของสื่อดิจิทัล โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 4.27 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.55 และผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนโดยใช้สื่อดิจิทัลสำหรับพัฒนาสมรรถนะหลักด้านคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ จำนวน 30 คน พบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ย 4.65 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.45