การสนับสนุนงานวิชาการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในกระบวนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การศึกษาวิจัยเรื่อง บทบาทรัฐสภาในการพัฒนากลไก ระเบียบ กฎหมายที่เสริมสร้างขีดความสามารถด้าน การจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาสภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยวและการบังคับใช้กฎหมายที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 2) ศึกษาการพัฒนากลไก ระเบียบ กฎหมาย นโยบายภาครัฐที่เสริมสร้างขีดความสามารถด้านการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 3) เสนอแนะแนวทางการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อประกอบการตัดสินใจของหน่วยงานผู้รับผิดชอบในเชิงนโยบายต่อกลไกรัฐสภา และ 4) เสนอแนะบทบาทรัฐสภาต่อการพัฒนากลไก ระเบียบ กฎหมาย นโยบายภาครัฐที่เสริมสร้างขีดความสามารถด้านการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยใช้วิธีการศึกษาจากการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) และการสนทนากลุ่มย่อย (Focus Group Discussion) จากข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง คือ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคธุรกิจ และ ภาคประชาชน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. ศึกษาสภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยวและการบังคับใช้กฎหมายที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พบว่า การแข่งขันในตลาดโลกได้ให้ความสำคัญในการนำเอาวัฒนธรรมมาเป็นส่วนหนึ่งในตัวผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตนจำหน่ายเพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งสอดคล้องกับกระแสเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ (Creative Economy) ประเทศต่าง ๆ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในการสร้างรายได้ให้กับประเทศของตนอย่างมหาศาล จึงนำวัฒนธรรมมาเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ของประเทศ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับกฎหมายใน 4 กลุ่ม คือ กฎหมายเกี่ยวกับองค์การที่ดูแลสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยทั่วไป กฎหมายควบคุมนักท่องเที่ยว กฎหมายควบคุมดูแลและพัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยว และกฎหมายควบคุมเกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยว 2. การพัฒนากลไก ระเบียบ กฎหมาย นโยบายภาครัฐที่เสริมสร้างขีดความสามารถด้านการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พบว่า แนวทางการปรับปรุงกฎหมายโดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วม เมื่อสังคมของประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลง ประเทศมีความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให้การพัฒนาประเทศและกฎหมายเดินไปพร้อมกันอย่างสอดคล้องกับบริบทของสังคมประเทศนั้น ๆ โดยในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จึงต้องอาศัยกฎหมายเป็นกลไกในกระบวนการขับเคลื่อนการดำเนินการออกกฎหมายท่องเที่ยว รัฐบาลต้องมีนโยบายการพัฒนาประเทศโดยการให้ความสำคัญกับการพัฒนากฎหมาย การปรับปรุงกฎหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เมื่อเกิดปัญหามากขึ้นอันเนื่องมาจากกฎหมายที่ตราออกมานาน ไม่มีการนำไปบังคับใช้กฎหมายซ้ำซ้อน กฎหมายใหม่ออกมาแต่ยังไม่ยกเลิกกฎหมายเก่า กฎหมายขาดความทันสมัย สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กฎหมายเกิดปัญหาในการพัฒนาประเทศด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ประสบความสำเร็จและมีประสิทธิภาพ โดยการนำกฎหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไปใช้ในท้องถิ่น โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการดูแลพื้นที่ 3. เสนอแนะแนวทางการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อประกอบการตัดสินใจของหน่วยงานผู้รับผิดชอบในเชิงนโยบายต่อกลไกรัฐสภา พบว่า การเพิ่มขีดความสามารถในด้านการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สามารถส่งเสริมผ่านการท่องเที่ยวของประเทศ โดยนโยบายภาครัฐซึ่งต้องให้การส่งเสริม สนับสนุนให้หน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่โดยตรง และ/หรือเกี่ยวข้องในการร่วมบูรณาการทำงานขับเคลื่อนการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หน่วยงานทุกภาคส่วนมีความสำคัญ โดยการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมประสบความสำเร็จจึงต้องศึกษาปัจจัยที่กำหนดความได้เปรียบสามารถสร้างการแข่งขันได้เหนือคู่แข่ง ประกอบด้วย 1) ช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านจากการผลิตเพื่อใช้สู่การผลิตเป็นธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 2) การใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือนำวัฒนธรรมเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน 3) กลไกการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวด้วยนวัตกรรมเชิงวัฒนธรรม และ 4) การจัดวางตำแหน่งการแข่งขันสร้างขีดความสามารถด้านการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 4. ข้อเสนอแนะบทบาทรัฐสภาต่อการพัฒนากลไก ระเบียบ กฎหมาย นโยบายภาครัฐที่เสริมสร้างขีดความสามารถด้านการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พบว่า บทบาทรัฐสภาของประเทศไทยนั้น ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาจะกำหนดว่าอำนาจอธิปไตยมาจากปวงชน ชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและศาลภายใต้ระบบ รัฐสภานี้องค์กรที่ทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติก็คือ รัฐสภา นั่นเอง การแสดงบทบาทหน้าที่ของรัฐสภาจึงมักกระทำโดยอาศัยองค์ประกอบที่เป็นกลไกของการดำเนินงานของรัฐสภา คือ คณะกรรมาธิการ ประกอบด้วย คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา โดยมีบทบาทในด้านการพิจารณากฎหมาย หน้าที่หลักของรัฐสภาหรือฝ่ายนิติบัญญัติ คือการออกกฎหมาย หมายถึง การออกพระราชบัญญัติ การแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกพระราชบัญญัติ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย ต่าง ๆ และบทบาทด้านการติดตามตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร ติดตามการบริหารงานตาม นโยบายด้านต่าง ๆ ของรัฐบาลที่หน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ รับผิดชอบดูแลโดยผ่านกระทรวงและหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการด้านการท่องเที่ยว เพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ การพัฒนาศักยภาพและการเพิ่มขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยวให้ติดอันดับโลก ซึ่งให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม