Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

การเขียนคู่มือบริหารสถานการณ์วิกฤติในการจัดการด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย

สมพร คุณวิชิต สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาบทบาทหน้าที่ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารสถานการณ์วิกฤติในการจัดการด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย (2) พัฒนาแนวทางการปฏิบัติสำหรับการบริหารสถานการณ์วิกฤติในการจัดการด้านการท่องเที่ยว และ (3) เขียนคู่มือการบริหารสถานการณ์วิกฤติในการจัดการด้านการท่องเที่ยวสำหรับประเทศไทย ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลทุติยภูมิด้วยกระบวนการวิจัยเอกสารและเก็บข้อมูลปฐมภูมิด้วยกระบวนการศึกษาวิจัยสนาม ซึ่งในการเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมินั้นใช้แนวคำถามสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือสำหรับการประชุมกลุ่มและสัมภาษณ์เชิงลึกกับตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการด้านการท่องเที่ยวและการจัดการในภาวะฉุกเฉินทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคของประเทศไทย เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลหลักทั้งสิ้น 30 คน ซึ่งเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้และสามารถให้ข้อมูลที่มีคุณภาพหรือตรงตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย จากนั้นทำการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมจากการวิจัยเอการ การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่มกับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเทคนิคการวิเคราะห์แก่นสาระ ผลการวิจัย พบว่า แม้ว่าภายในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะมีการกำหนดให้กองมาตรฐานและกำกับความปลอดภัยนักท่องเที่ยวเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการดูแลความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุร้ายแรงต่าง ๆ โดยมีศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเป็นหน่วยปฏิบัติการในระดับพื้นที่ และเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินที่กระทบกับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำนักปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะมีการตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการท่องเที่ยวดังกล่าวกลับไม่พบในระดับจังหวัด ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวโดยตรงหรือเกิดเหตุสาธารณภัยขึ้นในระดับจังหวัด สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดจะรอให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดที่จัดตั้งขึ้นโดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเรียกให้เข้ามาช่วยสนับสนุน ซึ่งเมื่อนั้นสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจะส่งเจ้าหน้าที่จากศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประจำในจังหวัดนั้น ๆ เข้าไปร่วมสนับสนุนโดยส่วนใหญ่จะปฏิบัติหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาและประสานงานที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเท่านั้น โดยสรุป จะเห็นได้ว่า การบริหารสถานการณ์วิกฤติด้านการท่องเที่ยวของไทยที่ผ่านมายังขาดกลไกที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการบริหารสถานการณ์วิกฤติในภาคการท่องเที่ยว มีองค์กรปฏิบัติในระดับกระทรวงที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะเวลาที่เกิดเหตุเป็นครั้ง ๆ ไป แต่โครงสร้างภายในศูนย์ดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมภารกิจที่จำเป็นสำหรับการบริหารสถานการณ์วิกฤติ นอกจากนี้ ในระดับจังหวัดยังไม่มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการท่องเที่ยวเป็นของตนเองและยังขาดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการจัดการสถานการณ์วิกฤติด้านการท่องเที่ยวในระดับจังหวัด สิ่งเหล่านี้ถือเป็นจุดอ่อนที่อาจทำให้ความเป็นมืออาชีพและประสิทธิภาพในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในภาวะฉุกเฉินและการบริหารสถานการณ์วิกฤติด้านการท่องเที่ยวในภาพรวมของไทยยังมีไม่มากพอทั้งนี้ จากวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โครงสร้างการจัดการสาธารณภัยของประเทศ รวมทั้งแนวปฏิบัติและโครงสร้างการบริหารสถานการณ์วิกฤติด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยในปัจจุบัน และผลการจัดประชุมกลุ่มและการสัมภาษณ์เชิงลึกตัวแทนหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการจัดการสาธารณภัย สามารถนำมาสังเคราะห์ประเด็นการพัฒนาแนวทางการปฏิบัติสำหรับการบริหารสถานการณ์วิกฤติในการจัดการด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยในอนาคตที่สำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่ (1) ควรกำหนดกลไกการบริหารสถานการณ์วิกฤตด้านการท่องเที่ยวขึ้นมาให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการภัยฉุกเฉินหรือวิกฤติในภาคการท่องเที่ยวที่เป็นระบบและเป็นกลไกที่สอดคล้องกับกลไกการจัดการสาธารณภัยในภาพรวมของประเทศ ซึ่งกลไกดังกล่าวควรมี 2 ระดับ คือ ระดับกระทรวง กับ ระดับพื้นที่ (จังหวัด) (2) ควรกำหนดองค์กรปฏิบัติในการบริหารสถานการณ์วิกฤตด้านการท่องเที่ยวที่มีโครงสร้างสอดคล้องกับภารกิจการจัดการในภาวะฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นภารกิจในการติดตามสถานการณ์ การวิเคราะห์/การประเมินสถานการณ์ (บางหน่วยงานอาจเรียกว่า การตระหนักรู้สถานการณ์) การแจ้งเหตุต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบหรือที่เกี่ยวข้อง การแจ้งเตือนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ การประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับหรือส่งทรัพยากรไปสนับสนุนการปฏิบัติการ การสื่อสารกับหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการ การจัดการข้อมูลข่าวสาร การสื่อสารสาธารณะ การปกป้องชีวิตประชากร และบรรเทาช่วยเหลือหรือฟื้นฟูในเบื้องต้น เป็นต้น และ (3) ควรกำหนดแนวปฏิบัติที่ครอบคลุมทุกระยะการจัดการสถานการณ์วิกฤต กล่าวคือ ในระยะก่อนเกิดภัยหรือสถานการณ์วิกฤตควรกำหนดแนวปฏิบัติในเชิงการป้องกัน/ลดผลกระทบกับมาตรการเตรียมพร้อมเข้าสู่สถานการณ์ ระยะขณะเกิดภัยหรือสถานการณ์วิกฤตเกิดขึ้นและดำเนินอยู่ควรกำหนดแนวปฏิบัติในการรับมือหรือเผชิญเหตุเพื่อจัดการสถานการณ์และปกป้องดูแลชีวิตของนักท่องเที่ยวในพื้นที่ประสบภัย และในระยะหลังเกิดภัยหรือเหตุการณ์วิกฤตเริ่มสงบลงควรกำหนดแนวปฏิบัติด้านการฟื้นฟูที่ครอบคลุมทั้งการเยียวยานักท่องเที่ยว การฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว และการฟื้นภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของพื้นที่ที่เกิดวิกฤตินั้น ๆ จากประเด็นการพัฒนาแนวทางการปฏิบัติสำหรับการบริหารสถานการณ์วิกฤติในการจัดการด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยข้างต้น ได้นำมาสู่การพัฒนาคู่มือบริหารสถานการณ์วิกฤติด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยคู่มือได้บรรจุเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่วัตถุประสงค์และขอบเขตของคู่มือ ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤติที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทย บริบทเชิงนโยบายการบริหารสถานการณ์วิกฤติด้านการท่องเที่ยวของไทย ระบบการจัดการสาธารณภัยของไทย กลไกการบริหารสถานการณ์วิกฤติด้านการท่องเที่ยว แนวทางจัดตั้งองค์กรปฏิบัติในการบริหารสถานการณ์วิกฤติด้านการท่องเที่ยว แนวทางการดำเนินงานในระยะเตรียมพร้อมเข้าสู่สถานการณ์ แนวทางการดำเนินงานเมื่อเข้าสู่สถานการณ์ (ระยะการจัดการวิกฤติ) แนวทางการดำเนินงานในระยะฟื้นฟู และแนวทางการดำเนินงานในระยะการป้องกันและลดความเสี่ยง คู่มือที่พัฒนาขึ้นนี้จะทำให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม มีแนวทางการปฏิบัติงานที่ชัดเจน สามารถประสานงานกันในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยส่งเสริมให้มาตรฐานการจัดการสถานการณ์วิกฤติของภาคการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวในภาพรวมของประเทศดียิ่งขึ้น

คำสำคัญ

DisasterCrisis Managementสาธารณภัยtourism sectorCrises Management Manualการจัดการสถานการณ์วิกฤติคู่มือการบริหารสถานการณ์วิกฤติภาคส่วนการท่องเที่ยว

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การทบทวนบทเรียนที่ได้จากการศึกษาการจัดการการท่องเที่ยวในสถานการณ์วิกฤติ และต้นแบบคู่มือการบริหารสถานการณ์วิกฤติ

สุวิชชญา จันทรปิฎก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

การศึกษาบทเรียนการบริหารการท่องเที่ยวในภาวะวิกฤติ ของประเทศไทย

ผศ.ดร. ทวิดา กมลเวชช สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พ.ศ. 2561

การศึกษาแนวโน้มความต้องการด้านอาสาสมัครการท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืนในประเทศไทย

นิทัศน์ บุญไพศาลสถิตย์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) พ.ศ. 2564

นโยบายและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวในเมืองรองของประเทศไทยสู่ความยั่งยืน

เทิดชาย ช่วยบำรุง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

มหาวิทยาลัยพะเยา ระดับปริญญาเอก ทุนบัณฑิตศึกษา ปีงบประมาณ 2565

อัญชลี เทียมคีรี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

การสำรวจศักยภาพและพัฒนาฐานข้อมูลการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย

นายปรัชญากรณ์ ไชยคช สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พ.ศ. 2561

การจัดการความเสี่ยงการตลาดท่องเที่ยวไทยท่ามกลางสภาวการณ์ตลาดที่เปลี่ยนไปของประเทศไทย

เทิดชาย ช่วยบำรุง หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) พ.ศ. 2564

โครงการวิจัยเพื่อจัดทำทิศทางและนโยบายด้านการกีฬาเพื่อการท่องเที่ยวของ ประเทศไทย

อะคร้าว แสงสิทธิ์ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พ.ศ. 2565

การพัฒนาโมเดลการบริหารจัดการและการเตรียมความพร้อมของอาสาสมัครการท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืนในประเทศไทย

ปณต ประคองทรัพย์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) พ.ศ. 2564

การจัดการท่องเที่ยวตามอัตลักษณ์และวิถีชุมชนในเขตพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศพื้นที่ภาคใต้

อุทิศ สังขรัตน์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2558