การศึกษาแนวทางการพัฒนาสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในระบบเศรษฐกิจเสรี ระบบการเงินเป็นกลไกสำคัญยิ่งในการจัดสรรทรัพยากรระหว่างภาคเศรษฐกิจจากผู้ที่มีเงินออมไปยังผู้ที่ต้องการเงินทุน ซึ่งจะ ก่อให้เกิดการลงทุน การผลิตและการจ้างงาน อันเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตและมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ระบบสถาบันการเงิน ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยส่งเสริมหน้าที่ของระบบการเงินให้สามารถดำเนินไปอย่างราบรื่น ประกอบกับในประเทศไทย สถาบันการเงินมีบทบาทอย่างมากต่อระบบ การเงินและระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นผู้รับความเสี่ยงในการปล่อยกู้ให้กับผู้ขอสินเชื่อหรือลงทุนให้กับผู้ฝากเงินและมีภาระต้องคืนเงินฝากตามเงื่อนไขที่กำหนด ระบบสถาบันการเงินของไทย ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1) สถาบันการเงินเอกชนที่ประกอบไปด้วย ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย บริษัท เงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ และ 2) สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งสถาบันการเงินเอกชนจะดำเนินธุรกิจตามกลไกตลาด ในขณะที่สถาบันการเงิน เฉพาะกิจจัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะเป็นกลไกของรัฐบาลในการสนับสนุนในกรณีที่สถาบันการเงินเอกชนไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางการเงินของผู้ประกอบ การและประชาชน ซึ่งต่างก็มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาและการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ คณะผู้วิจัยเห็นว่า ภาครัฐได้ใช้สถาบันการเงินเฉพาะกิจในการเป็นกลไกหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนั้น วัตถุประสงค์ของ การทำวิจัยฉบับนี้มีความมุ่งหมายที่จะได้มีส่วนในการจัดทำข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและปรับปรุงบทบาทของสถาบันการเงินเฉพาะกิจในระยะ ปานกลางและระยะยาวต่อไป ในระบบเศรษฐกิจเสรี ระบบการเงินเป็นกลไกสำคัญยิ่งในการจัดสรรทรัพยากรระหว่างภาคเศรษฐกิจจากผู้ที่มีเงินออมไปยังผู้ที่ต้องการเงินทุน ซึ่งจะ ก่อให้เกิดการลงทุน การผลิตและการจ้างงาน อันเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตและมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ระบบสถาบันการเงิน ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยส่งเสริมหน้าที่ของระบบการเงินให้สามารถดำเนินไปอย่างราบรื่น ประกอบกับในประเทศไทย สถาบันการเงินมีบทบาทอย่างมากต่อระบบ การเงินและระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นผู้รับความเสี่ยงในการปล่อยกู้ให้กับผู้ขอสินเชื่อหรือลงทุนให้กับผู้ฝากเงินและมีภาระต้องคืนเงินฝากตามเงื่อนไขที่กำหนด ระบบสถาบันการเงินของไทย ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1) สถาบันการเงินเอกชนที่ประกอบไปด้วย ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย บริษัท เงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ และ 2) สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งสถาบันการเงินเอกชนจะดำเนินธุรกิจตามกลไกตลาด ในขณะที่สถาบันการเงิน เฉพาะกิจจัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะเป็นกลไกของรัฐบาลในการสนับสนุนในกรณีที่สถาบันการเงินเอกชนไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางการเงินของผู้ประกอบ การและประชาชน ซึ่งต่างก็มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาและการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ คณะผู้วิจัยเห็นว่า ภาครัฐได้ใช้สถาบันการเงินเฉพาะกิจในการเป็นกลไกหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนั้น วัตถุประสงค์ของ การทำวิจัยฉบับนี้มีความมุ่งหมายที่จะได้มีส่วนในการจัดทำข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและปรับปรุงบทบาทของสถาบันการเงินเฉพาะกิจในระยะ ปานกลางและระยะยาวต่อไปในระบบเศรษฐกิจเสรี ระบบการเงินเป็นกลไกสำคัญยิ่งในการจัดสรรทรัพยากรระหว่างภาคเศรษฐกิจจากผู้ที่มีเงินออมไปยังผู้ที่ต้องการเงินทุน ซึ่งจะ ก่อให้เกิดการลงทุน การผลิตและการจ้างงาน อันเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตและมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ระบบสถาบันการเงิน ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยส่งเสริมหน้าที่ของระบบการเงินให้สามารถดำเนินไปอย่างราบรื่น ประกอบกับในประเทศไทย สถาบันการเงินมีบทบาทอย่างมากต่อระบบ การเงินและระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นผู้รับความเสี่ยงในการปล่อยกู้ให้กับผู้ขอสินเชื่อหรือลงทุนให้กับผู้ฝากเงินและมีภาระต้องคืนเงินฝากตามเงื่อนไขที่กำหนด ระบบสถาบันการเงินของไทย ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1) สถาบันการเงินเอกชนที่ประกอบไปด้วย ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย บริษัท เงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ และ 2) สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งสถาบันการเงินเอกชนจะดำเนินธุรกิจตามกลไกตลาด ในขณะที่สถาบันการเงิน เฉพาะกิจจัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะเป็นกลไกของรัฐบาลในการสนับสนุนในกรณีที่สถาบันการเงินเอกชนไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางการเงินของผู้ประกอบ การและประชาชน ซึ่งต่างก็มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาและการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ คณะผู้วิจัยเห็นว่า ภาครัฐได้ใช้สถาบันการเงินเฉพาะกิจในการเป็นกลไกหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนั้น วัตถุประสงค์ของ การทำวิจัยฉบับนี้มีความมุ่งหมายที่จะได้มีส่วนในการจัดทำข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและปรับปรุงบทบาทของสถาบันการเงินเฉพาะกิจในระยะ ปานกลางและระยะยาวต่อไปในระบบเศรษฐกิจเสรี ระบบการเงินเป็นกลไกสำคัญยิ่งในการจัดสรรทรัพยากรระหว่างภาคเศรษฐกิจจากผู้ที่มีเงินออมไปยังผู้ที่ต้องการเงินทุน ซึ่งจะ ก่อให้เกิดการลงทุน การผลิตและการจ้างงาน อันเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตและมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ระบบสถาบันการเงิน ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยส่งเสริมหน้าที่ของระบบการเงินให้สามารถดำเนินไปอย่างราบรื่น ประกอบกับในประเทศไทย สถาบันการเงินมีบทบาทอย่างมากต่อระบบ การเงินและระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นผู้รับความเสี่ยงในการปล่อยกู้ให้กับผู้ขอสินเชื่อหรือลงทุนให้กับผู้ฝากเงินและมีภาระต้องคืนเงินฝากตามเงื่อนไขที่กำหนด ระบบสถาบันการเงินของไทย ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1) สถาบันการเงินเอกชนที่ประกอบไปด้วย ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย บริษัท เงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ และ 2) สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งสถาบันการเงินเอกชนจะดำเนินธุรกิจตามกลไกตลาด ในขณะที่สถาบันการเงิน เฉพาะกิจจัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะเป็นกลไกของรัฐบาลในการสนับสนุนในกรณีที่สถาบันการเงินเอกชนไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางการเงินของผู้ประกอบ การและประชาชน ซึ่งต่างก็มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาและการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ คณะผู้วิจัยเห็นว่า ภาครัฐได้ใช้สถาบันการเงินเฉพาะกิจในการเป็นกลไกหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนั้น วัตถุประสงค์ของ การทำวิจัยฉบับนี้มีความมุ่งหมายที่จะได้มีส่วนในการจัดทำข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและปรับปรุงบทบาทของสถาบันการเงินเฉพาะกิจในระยะ ปานกลางและระยะยาวต่อไปในระบบเศรษฐกิจเสรี ระบบการเงินเป็นกลไกสำคัญยิ่งในการจัดสรรทรัพยากรระหว่างภาคเศรษฐกิจจากผู้ที่มีเงินออมไปยังผู้ที่ต้องการเงินทุน ซึ่งจะ ก่อให้เกิดการลงทุน การผลิตและการจ้างงาน อันเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตและมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ระบบสถาบันการเงิน ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยส่งเสริมหน้าที่ของระบบการเงินให้สามารถดำเนินไปอย่างราบรื่น ประกอบกับในประเทศไทย สถาบันการเงินมีบทบาทอย่างมากต่อระบบ การเงินและระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นผู้รับความเสี่ยงในการปล่อยกู้ให้กับผู้ขอสินเชื่อหรือลงทุนให้กับผู้ฝากเงินและมีภาระต้องคืนเงินฝากตามเงื่อนไขที่กำหนด ระบบสถาบันการเงินของไทย ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1) สถาบันการเงินเอกชนที่ประกอบไปด้วย ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย บริษัท เงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ และ 2) สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งสถาบันการเงินเอกชนจะดำเนินธุรกิจตามกลไกตลาด ในขณะที่สถาบันการเงิน เฉพาะกิจจัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะเป็นกลไกของรัฐบาลในการสนับสนุนในกรณีที่สถาบันการเงินเอกชนไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางการเงินของผู้ประกอบ การและประชาชน ซึ่งต่างก็มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาและการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ คณะผู้วิจัยเห็นว่า ภาครัฐได้ใช้สถาบันการเงินเฉพาะกิจในการเป็นกลไกหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนั้น วัตถุประสงค์ของ การทำวิจัยฉบับนี้มีความมุ่งหมายที่จะได้มีส่วนในการจัดทำข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและปรับปรุงบทบาทของสถาบันการเงินเฉพาะกิจในระยะ ปานกลางและระยะยาวต่อไปในระบบเศรษฐกิจเสรี ระบบการเงินเป็นกลไกสำคัญยิ่งในการจัดสรรทรัพยากรระหว่างภาคเศรษฐกิจจากผู้ที่มีเงินออมไปยังผู้ที่ต้องการเงินทุน ซึ่งจะ ก่อให้เกิดการลงทุน การผลิตและการจ้างงาน อันเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตและมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ระบบสถาบันการเงิน ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยส่งเสริมหน้าที่ของระบบการเงินให้สามารถดำเนินไปอย่างราบรื่น ประกอบกับในประเทศไทย สถาบันการเงินมีบทบาทอย่างมากต่อระบบ การเงินและระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นผู้รับความเสี่ยงในการปล่อยกู้ให้กับผู้ขอสินเชื่อหรือลงทุนให้กับผู้ฝากเงินและมีภาระต้องคืนเงินฝากตามเงื่อนไขที่กำหนด ระบบสถาบันการเงินของไทย ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1) สถาบันการเงินเอกชนที่ประกอบไปด้วย ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย บริษัท เงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ และ 2) สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งสถาบันการเงินเอกชนจะดำเนินธุรกิจตามกลไกตลาด ในขณะที่สถาบันการเงิน เฉพาะกิจจัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะเป็นกลไกของรัฐบาลในการสนับสนุนในกรณีที่สถาบันการเงินเอกชนไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางการเงินของผู้ประกอบ การและประชาชน ซึ่งต่างก็มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาและการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ คณะผู้วิจัยเห็นว่า ภาครัฐได้ใช้สถาบันการเงินเฉพาะกิจในการเป็นกลไกหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนั้น วัตถุประสงค์ของ การทำวิจัยฉบับนี้มีความมุ่งหมายที่จะได้มีส่วนในการจัดทำข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและปรับปรุงบทบาทของสถาบันการเงินเฉพาะกิจในระยะ ปานกลางและระยะยาวต่อไป ในระบบเศรษฐกิจเสรี ระบบการเงินเป็นกลไกสำคัญยิ่งในการจัดสรรทรัพยากรระหว่างภาคเศรษฐกิจจากผู้ที่มีเงินออมไปยังผู้ที่ต้องการเงินทุน ซึ่งจะ ก่อให้เกิดการลงทุน การผลิตและการจ้างงาน อันเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตและมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ระบบสถาบันการเงิน ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยส่งเสริมหน้าที่ของระบบการเงินให้สามารถดำเนินไปอย่างราบรื่น ประกอบกับในประเทศไทย สถาบันการเงินมีบทบาทอย่างมากต่อระบบ การเงินและระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นผู้รับความเสี่ยงในการปล่อยกู้ให้กับผู้ขอสินเชื่อหรือลงทุนให้กับผู้ฝากเงินและมีภาระต้องคืนเงินฝากตามเงื่อนไขที่กำหนด ระบบสถาบันการเงินของไทย ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1) สถาบันการเงินเอกชนที่ประกอบไปด้วย ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย บริษัท เงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ และ 2) สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งสถาบันการเงินเอกชนจะดำเนินธุรกิจตามกลไกตลาด ในขณะที่สถาบันการเงิน เฉพาะกิจจัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะเป็นกลไกของรัฐบาลในการสนับสนุนในกรณีที่สถาบันการเงินเอกชนไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางการเงินของผู้ประกอบ การและประชาชน ซึ่งต่างก็มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาและการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ คณะผู้วิจัยเห็นว่า ภาครัฐได้ใช้สถาบันการเงินเฉพาะกิจในการเป็นกลไกหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนั้น วัตถุประสงค์ของ การทำวิจัยฉบับนี้มีความมุ่งหมายที่จะได้มีส่วนในการจัดทำข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและปรับปรุงบทบาทของสถาบันการเงินเฉพาะกิจในระยะ ปานกลางและระยะยาวต่อไป ในระบบเศรษฐกิจเสรี ระบบการเงินเป็นกลไกสำคัญยิ่งในการจัดสรรทรัพยากรระหว่างภาคเศรษฐกิจจากผู้ที่มีเงินออมไปยังผู้ที่ต้องการเงินทุน ซึ่งจะ ก่อให้เกิดการลงทุน การผลิตและการจ้างงาน อันเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตและมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ระบบสถาบันการเงิน ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยส่งเสริมหน้าที่ของระบบการเงินให้สามารถดำเนินไปอย่างราบรื่น ประกอบกับในประเทศไทย สถาบันการเงินมีบทบาทอย่างมากต่อระบบ การเงินและระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นผู้รับความเสี่ยงในการปล่อยกู้ให้กับผู้ขอสินเชื่อหรือลงทุนให้กับผู้ฝากเงินและมีภาระต้องคืนเงินฝากตามเงื่อนไขที่กำหนด ระบบสถาบันการเงินของไทย ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1) สถาบันการเงินเอกชนที่ประกอบไปด้วย ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย บริษัท เงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ และ 2) สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งสถาบันการเงินเอกชนจะดำเนินธุรกิจตามกลไกตลาด ในขณะที่สถาบันการเงิน เฉพาะกิจจัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะเป็นกลไกของรัฐบาลในการสนับสนุนในกรณีที่สถาบันการเงินเอกชนไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางการเงินของผู้ประกอบ การและประชาชน ซึ่งต่างก็มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาและการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ คณะผู้วิจัยเห็นว่า ภาครัฐได้ใช้สถาบันการเงินเฉพาะกิจในการเป็นกลไกหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนั้น วัตถุประสงค์ของ การทำวิจัยฉบับนี้มีความมุ่งหมายที่จะได้มีส่วนในการจัดทำข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและปรับปรุงบทบาทของสถาบันการเงินเฉพาะกิจในระยะ ปานกลางและระยะยาวต่อไป