โครงการพัฒนากลไกเชิงสถาบันและกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแนวชายแดนของไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ (1) ศึกษาแนวทางการพัฒนากลไกเชิงสถาบันการบริหารจัดการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนของไทย (2) ศึกษาแนวทางและมาตรการด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการค้าและการลงทุนชายแดนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และ (3) ศึกษาแนวทางการพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในมิติด้านกฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน โดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่ม ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเขตเศรษฐกิจพิเศษแนวชายแดนของไทยจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ วิเคราะห์ข้อมูลโดยประยุกต์ใช้ CATWOE Analysis ตามแนวทางการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบ Soft System Methodology (SSM) ผลการวิจัย พบว่า (1) กลไกเชิงสถาบันในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ทั้งระดับชาติและระดับพื้นที่ยังขาด หน่วยงานประจำ ที่ทำหน้าที่รองรับภารกิจอย่างชัดเจน และยังขาดกลไกในเชิง Think-tank เพื่อจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนามาตรการเชิงปฏิบัติ จึงทำให้กลไกในปัจจุบันมีลักษณะเป็นกลไกประสานนโยบาย แต่ขาดเจ้าภาพในการขับเคลื่อนที่แท้จริง อีกทั้งยังขาดกลไกเชื่อมประสานกับกลไกในระดับพื้นที่และเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศเพื่อนบ้าน (2) มาตรการด้านสุขภาพในเขตเศรษฐกิจพิเศษทุกแห่งของไทยจะมาจากหน่วยงานราชการในส่วนกลางเป็นหลัก โดยนโยบายด้านสาธารณสุขจะถูกกำกับและดูแลโดยหน่วยงานราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งส่งผลให้การแก้ปัญหาด้านสาธารณสุขในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษมีความแตกต่างกันตามลักษณะของพื้นที่ และไม่สามารถกระทำได้อย่างอิสระ อีกทั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ยังไม่สามารถจัดทำความตกลงหรือดำเนินมาตรการทางสาธารณสุขร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นของประเทศเพื่อนบ้านได้ และ (3) เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่ประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับกลไกการปรึกษาหารือทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งกลไกสำคัญในการเป็นตัวกลางเชื่อมประสานและดำเนินการปรึกษาหารือ ก็คือ คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพศ.) โดยต้องคำนึงว่าการปรึกษาหารือนี้จะต้องมีประเด็นที่ครอบคลุมและตอบสนองต่อข้อกังวลของผู้ค้าในท้องถิ่น วิสาหกิจ และภาคประชาสังคม คำสำคัญ: เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน, กลไกเชิงสถาบัน, กลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ, COVID-19