Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

แนวทางการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทยตามนโยบายประชารัฐ

พระครูพิศาลสารบัณฑิต (ราเชนทร์ ไชยเจริญ) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อวิเคราะห์นโยบายยุทธศาสตร์และผลกระทบของการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย เพื่อศึกษาการมีส่วนร่วมและเสริมสร้างเครือข่ายของพระสงฆ์กับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย เพื่อศึกษาการพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานราก ในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย เพื่อศึกษาการพัฒนาศักยภาพของชุมชน ในการส่งเสริมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย โดยการวิจัยเรื่องนี้ผู้วิจัยได้ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสม (Mixed Methods Research) โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ทำการวิเคราะห์การพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการส่งเสริมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย และวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ทำการวิเคราะห์นโยบายยุทธศาสตร์และผลกระทบของการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทย การมีส่วนร่วมและเสริมสร้างเครือข่ายของพระสงฆ์กับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทย และการพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานราก ในพื้นที่ชายแดนไทย ด้วยการวิเคราะห์เอกสาร (Documentary Research) และการประชุมสัมมนาในเชิงวิชาการ ด้วยการกำหนดประเด็นหลักๆ ของคณะผู้วิจัยไว้ล่วงหน้าเพื่อสัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key-informants) ผลการศึกษา พบว่า ๑. วิเคราะห์นโยบาย ยุทธศาสตร์และผลกระทบของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์นโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย เพื่อวิเคราะห์ยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคายและเพื่อศึกษาผลกระทบของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย ตัวแทนภาครัฐ ตัวแทนผู้นำท้องถิ่น/ตัวแทนผู้นำชุมชน ตัวแทนผู้ประกอบการในพื้นที่และตัวแทนประชาชนหรือเครือข่ายประชาชน จำนวน ๓๐ คน ได้มาโดยวิธีการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ทำการเก็บข้อมูลภาคสนาม (Field Work) และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-Depth Interview) โดยการสร้างแบบสอบสัมภาษณ์เก็บข้อมูลเนื้อหาให้ถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด การวิจัยเชิงเอกสารผู้วิจัยทำการวิเคราะห์ด้วยวิธีการ SWOT Analysis และสังเคราะห์ผลกระทบของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย จากการสัมภาษณ์และการ Focus Group ผลการศึกษาพบว่า 1) นโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย พบว่า จุดแข็งในการพัฒนาพื้นที่ คือ มีขีดความสามารถในการผลิตสินค้าทั้งภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม รวมถึงมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย โอกาสในการพัฒนาพื้นที่ คือ มีแม่น้ำโขงเป็นแหล่งน้ำต้นทุน ได้รับการส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติ ๒๐ ปี มีการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ด้วยรถไฟความเร็วสูง มีนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) มีอุปสรรคในการพัฒนาพื้นที่ คือ พื้นที่ของจังหวัดส่วนใหญ่ใช้ทำการเกษตร สภาพดินยังคงมีคุณภาพต่ำ มีการผลิตสินค้าการเกษตรในรูปแบบดั้งเดิม ผลผลิตไม่เพียงพอต่อการบริโภคในจังหวัด ขาดระบบการบริหารจัดการสินค้าไปสู่เชิงพาณิชย์ ผลิตภัณฑ์ยังไม่ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ แรงงานยังไม่ผ่านการประเมินเกณฑ์ Smart Farmer มีอุปสรรคในการพัฒนาพื้นที่ คือ ต้นทุนการผลิตสินค้าทางการเกษตรมีราคาสูง มีราคาผันผวน เกษตรกรไม่มีอำนาจในการต่อรองราคา พื้นที่ของจังหวัดหนองคายมีลักษณะเป็นแนวยาวตามลำน้ำโขง ทำให้เกิดอุปสรรคต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ ทำให้เกิดการลักลอบเข้าเมืองได้ง่าย มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด มีการเปลี่ยนแปลงของร่องน้ำเนื่องจากปัญหาการดูดทรายทำให้เกิดการพังทลายของตลิ่ง 2) ยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย พบว่า มีการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาตามยุทธศาสตร์พัฒนาชาติ ๒๐ ปี ของรัฐบาล โดยกำหนดกลยุทธ์ตามประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาคือ กลยุทธ์เชิงรุก ประกอบด้วย พัฒนาระบบโครงสร้าง สาธารณูปโภค และโลจิสติกส์ การลงทุนการท่องเที่ยวและการบริการ พัฒนาและยกระดับมาตรฐานสินค้า และบริการ และส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กลยุทธ์เชิงป้องกัน ประกอบด้วย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาคการเกษตร นวัตกรรม เทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารจัดการด้านการตลาด สร้างความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว กลยุทธ์เชิงแก้ไข ประกอบด้วย การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ พัฒนาศักยภาพเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร การขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ส่งเสริมการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ศิลปวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ พัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตด้านการศึกษา แรงงาน สาธารณสุขสังคม และกลุ่มผู้สูงอายุ และพัฒนาการบริการประชาชนด้วยระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ทันสมัย สู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และกลยุทธ์เชิงรับที่ต้องปรับปรุง คือ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนในการป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามด้านความมั่นคง 3) ผลกระทบของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย พบว่า มีผลกระทบเชิงบวก คือ ด้านเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินทุน การจ้างงานในจังหวัด ด้านสังคม ลดการย้ายถิ่นฐาน การไปทำงานต่างจังหวัด ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เกิดความสะดวกในส่วนของสาธารณูปโภค ส่วนผลกระทบเชิงลบ ประกอบด้วยผลกระทบ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและกฎหมาย ด้านการเมืองและความมั่นคง ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านขนบธรรมเนียม ประเพณี ด้านสาธารณูปโภค ด้านสาธารณสุข ด้านแรงงาน ด้านความขัดแย้งในการจัดการทรัพยากร ๒. การมีส่วนร่วมและเสริมสร้างเครือข่ายของพระสงฆ์กับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ศึกษาบทบาทของเครือข่ายพระสงฆ์ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดน ในประเด็นศึกษา (๑) ศึกษาองค์ประกอบการมีส่วนร่วมขององค์กรในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดน จังหวัดหนองคาย (๒) ศึกษาบทบาทของเครือข่ายพระสงฆ์ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดน จังหวัดหนองคาย และ (๓) พัฒนารูปแบบในการมีส่วนร่วมและเสริมสร้างเครือข่ายของพระสงฆ์กับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดน จังหวัดหนองคาย ผลการศึกษาพบว่า องค์ประกอบการมีส่วนร่วมขององค์กรในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดน จังหวัดหนองคาย ประกอบด้วยองค์กรภาครัฐ (สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองจังหวัดหนองคาย) ภาคเอกชน (หอการค้าจังหวัดหนองคาย) ผู้นำท้องถิ่น (อบต., กำนัน) สถาบันสงฆ์ (พระสงฆ์) และประชาชนในชุมชนพื้นที่ ในด้านบทบาทของเครือข่ายพระสงฆ์ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดน จังหวัดหนองคาย คือ พระสงฆ์มีบทบาทเป็นผู้เผยแพร่นวัตกรรม โดยเป็นการแพร่นวัตกรรมหรือการถ่ายทอดนวัตกรรมโดยใช้ความศรัทธา แสดงตัวอย่างการนำไปใช้ เพื่อเน้นการสร้างความรู้สึกให้ชาวบ้านเต็มใจรับนวัตกรรมไปใช้ด้วยตัวเอง ซึ่งเริ่มต้นด้วยการทำให้ชาวบ้านมั่นใจว่า เมื่อได้รับนวัตกรรมดังกล่าวแล้วจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ซึ่งนวัตกรรมที่ใช้เผยแพร่ที่พบจากการศึกษาครั้งนี้ คือ หลักสัปปายะ ๗ โดยใช้การถ่ายทอด ๒ แนวทาง ดังนี้ (๑) ใช้ความศรัทธาในผู้เผยแพร่นวัตกรรม ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้หมายถึงพระสงฆ์ เป็นการถ่ายทอดด้วยความศรัทธาในฐานะผู้เผยแพร่นวัตกรรมซึ่งเป็นผู้ที่รู้จักตัวนวัตกรรมเป็นอย่างดีและเป็นผู้ที่ตัดสินใจรับนวัตกรรมเรียบร้อยแล้ว และเป็นผู้ที่ทุกคนยอมรับและรับรู้ว่าเจตนาในการกระทำของผู้เผยแพร่เพื่อประโยชน์ต่อสังคมเสมอ (๒) ใช้ความศรัทธาในผลของนวัตกรรม ซึ่งเป็นการเริ่มต้นจากบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ยอมรับในนวัตกรรมร่วมกัน เช่น ผู้นำชุมชน อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นำนวัตกรรม คือ สัปปายะ ๗ มาทดลองใช้ในลักษณะของโครงการนำร่องและทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีเป็นการสร้างศรัทธาในผลของงานให้แก่สาธารณชนยอมรับ จากนั้นจึงใช้ผลของงานดังกล่าวไปเชิญชวนให้ชาวบ้านกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่เกิดความศรัทธามาร่วมกันขยายผล โดยนำหลักการสัปปายะ ๗ มาประยุกต์ใช้พัฒนาวัดและ ศาสนสถานเพื่อเสริมสร้างการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในเชิงสนับสนุนการท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนา และรูปแบบของเครือข่ายพระสงฆ์ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดน จังหวัดหนองคาย เป็นการมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น มีการพัฒนาแบบ พระสงฆ์-ข้าราชการ-ผู้ประกอบการ-ชาวบ้าน ซึ่งพบบทบาทของเครือข่ายในพัฒนา ๓ รูปแบบ คือ (๑) การร่วมมือระหว่าง องค์กรสงฆ์ (พระสงฆ์)-ผู้ประกอบการ (หอการค้า)-ประชาชนในพื้นที่ (ชาวบ้าน) ที่ต้องการเข้าถึงชาวบ้านที่เป็นประชาชนในพื้นที่เพื่อพัฒนาด้านเศรษฐกิจต่าง ๆ (๒) การร่วมมือระหว่าง องค์กรสงฆ์ (พระสงฆ์)-ข้าราชการฝ่ายปกครอง (อบต.,กำนัน)-ประชาชนในพื้นที่ (ชาวบ้าน) ซึ่งเป็นการพัฒนาท้องถิ่นในที่ต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงาน อบต. และกำนันที่เป็นผู้นำในพื้นที่ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (๓) การร่วมมือระหว่าง ประชาชนในพื้นที่ (ชาวบ้าน) -ข้าราชการ (พัฒนาชุมชน)-ประชาชนในพื้นที่ (ชาวบ้าน) ซึ่งเป็นราชการที่สังกัดอยู่ในหน่วยงานต่าง ๆ ที่ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่เข้าถึงงบประมาณ เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่ช่วยในการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว ๓. การพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมโดยชุมชนเป็นฐานรากในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานรากในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย เพื่อวิเคราะห์และประเมินศักยภาพการพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานรากในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย และเพื่อกำหนดแนวทางในการพัฒนาทุนทางวัฒนธรรม และการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของชุมชนในอำเภอเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานรากในพื้นที่ชายแดนไทย ด้านวิถีชีวิตชุมชน ชุมชนพื้นที่ชายแดนไทยจังหวัดหนองคายยังให้ความเคารพผู้อาวุโสภายในชุมชน มีความเกื้อกูลกันและกันเหมือนญาติพี่น้อง ให้ความสำคัญกับความสามัคคีกันและทำประโยชน์ส่วนรวมร่วมกันภายในชุมชน ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิตของชุมชนมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับสายน้ำจึงมีการรักษาแหล่งน้ำ มีความรักและหวงแหนภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้ความสำคัญต่อทรัพยากรทางธรรมชาติ ปรับปรุงและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นเดิม ด้านวัฒนธรรมประเพณี ชุมชนชายแดนไทยมีความผูกพันทางด้านศีลธรรมที่สูงจึงมีส่วนร่วมทำกิจกรรมทางวัฒนธรรมประเพณีอยู่สม่ำเสมอ มีส่วนร่วมในการบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถานโบราณวัตถุ ร่วมกันสืบต่อประเพณีโบราณ อนุรักษ์รักษาวัฒนธรรมประเพณี ด้านการสร้างเครือข่าย ชุมชนพื้นที่ชายแดนไทยมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ จึงมีเครือข่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมือง เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัดหนองคาย สร้างความรู้คุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชน และด้านคุณค่าทุนทางวัฒนธรรม ชาวชุมชนพื้นที่ชายแดนไทยมีความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ จึงให้ความเคารพในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ตามพื้นถิ่นของตน มีจิตสำนึกของชุมชนร่วมกัน และปลูกฝังความเชื่อของชุมชนต่อชนรุ่นหลัง ๔. การพัฒนาศักยภาพชุมชนในการส่งเสริมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) ศึกษาสภาพศักยภาพทั่วไปและความต้องการในการพัฒนาศักยภาพของชุมชนในเขตเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่จังหวัดหนองคาย ๒) ศึกษาวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาศักยภาพชุมชนในการส่งเสริมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย ๓) ศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพชุมชนที่สามารถส่งเสริมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย และ 4) ศึกษาโมเดลการพัฒนาชุมชนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย แบ่งการศึกษาออกเป็น ๓ ระยะ ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสมวิธี (Mixed Methods Research) โดยใช้ทั้งวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และวิธีการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้แทนชุมชน จำนวน ๔๘๓ คน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน ๑๒ คน และผู?ทรงคุณวุฒิร่วมสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) จำนวน ๑๒ คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และประเด็นการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Description Method) ได้แก่ ค่าการแจกแจงความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และสถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics Analysis) ได้แก่ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียรสัน (Pearson Correlation) และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Linear Regression) ผลการวิจัยพบว่า ๑) ศักยภาพทั่วไปของชุมชนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดหนองคาย โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ๒ ด้าน คือ ด้านโครงสร้างชุมชนและผู้นำในชุมชน และด้านการบริหารจัดการ อยู่ในระดับมาก ๒ ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจและกลุ่มอาชีพในชุมชน และด้านโครงสร้างพื้นฐาน อยู่ในระดับปานกลาง จำนวน ๑ ด้าน คือ ด้านประเพณีวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยว และอยู่ในระดับต่ำ จำนวน ๑ ด้าน คือ ด้านสังคมและองค์กรทางสังคม โดยประชาชนในพื้นที่มีความต้องการในการพัฒนาศักยภาพของชุมชนเพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดหนองคาย โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = ๓.๙๖) ๒) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาศักยภาพชุมชนในการส่งเสริมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย พบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อศักยภาพชุมชน จำนวน ๖ ปัจจัย ได้แก่ การรับรู้นโยบายและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โครงสร้างพื้นฐานในชุมชน การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ การบริหารจัดการภายในชุมชน ทรัพยากรทางเศรษฐกิจในชุมชน และทักษะอาชีพของคนในชุมชน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑ ๓) การวิเคราะห์ศักยภาพชุมชนที่สามารถส่งเสริมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย พบว่า ชุมชนมีศักยภาพด้านทักษะอาชีพในชุมชนรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ อยู่ในระดับมาก มีศักยภาพด้านการเตรียมความพร้อมของชุมชนรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ อยู่ในระดับปานกลาง และมีศักยภาพด้านกิจการ/ผลิตภัณฑ์ชุมชนรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ อยู่ในระดับต่ำ โดยชุมชนมีศักยภาพรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดหนองคายตามปัจจัยการวิเคราะห์ทั้ง ๖ ด้าน ๔) โมเดลการพัฒนาศักยภาพชุมชนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย จำนวน ๖ โมเดล ประกอบด้วย ๑) โมเดลการพัฒนาด้านการบริหารจัดการภายในชุมชน จำนวน ๖ แนวทางพัฒนา ๒) โมเดลการพัฒนาด้านทรัพยากรทางเศรษฐกิจในชุมชน จำนวน ๗ แนวทางพัฒนา ๓) โมเดลการพัฒนาด้านทักษะอาชีพของคนในชุมชน มีจำนวน ๕ แนวทางพัฒนา ๔) โมเดลการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน จำนวน ๔ แนวทางพัฒนา ๕) โมเดลการพัฒนาด้านการสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐ จำนวน ๖ แนวทางพัฒนา และ ๖) โมเดลการพัฒนาด้านการรับรู้นโยบายและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร จำนวน ๗ แนวทางพัฒนาคำสำคัญ : แนวทางการพัฒนา, เขตเศรษฐกิจพิเศษ, พื้นที่ชายแดนไทย, นโยบายประชารัฐ

คำสำคัญ

แนวทางการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษSpecial Economic ZonesนโยบายประชารัฐGuidelines for the developmentPublic policy.the Border Areas of Thailandพื้นที่ชายแดนไทย

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

วิเคราะห์นโยบายยุทธศาสตร์และผลกระทบของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย

ภัณฑิลา น้อยเจริญ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

การพัฒนาศักยภาพชุมชนในการส่งเสริมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไทย จังหวัดหนองคาย

พระมหาสมเด็จ อัตสาร, ผศ.ดร. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

โครงการพัฒนากลไกเชิงสถาบันและกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแนวชายแดนของไทย

พันธ์รบ ราชพงศา สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2564

นโยบายและมาตรการเพิ่มศักยภาพของชุมชนชายแดนไทยและกัมพูชาในเขตจังหวัดภาคตะวันออกเพื่อการเป็นประเทศในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

นักรบ เถียรอ่ำ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี พ.ศ. 2559

โครงการศึกษาศักยภาพของเขตเศรษฐกิจพิเศษนครแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ทนงศักดิ์ วิกุล การเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2557

การมีส่วนร่วมและเสริมสร้างเครือข่ายของพระสงฆ์กับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดน จังหวัดหนองคาย

ฐิติวรรณ สินธุ์นอก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนต้นแบบ กรณีศึกษา ตำบลตะเคียนเลื่อน อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

ชุณษิตา นาคภพ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2558

นโยบายตัวแบบนำร่องเพื่อพัฒนาด่านการค้าชายแดน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้วสู่การเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสระแก้วภายใต้บริบทประชาคมอาเซียน

วิชยานนท์ สุทธโส มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พ.ศ. 2560

แนวทางการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ กรณีศึกษาจังหวัดหนองคาย

โศจิรัตน์ เติมศิลป์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2562

มาตรการและกลไกการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินของเมืองชายแดนเพื่อรองรับการเปิดเสรีเศรษฐกิจอาเซียน : กรณีศึกษาอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

ศันสนีย์ กระจ่างโฉม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558