โครงการยกระดับการเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพื่อให้ได้มาตรฐาน GFM สู่เชิงพาณิชย์ในพื้นที่อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการเลี้ยงไก่พื้นเมืองตรังให้ได้มาตรฐานการเลี้ยงระบบ GFM และพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ โดยคัดเลือกสมาชิกร่วมเลี้ยงไก่ได้ 52 ราย ประกอบด้วยตำบลโคกหล่อ 10 ราย ตำบลบ้านควน 11 ราย ตำบลนาบินหลา 10 ราย ตำบลบานโพธิ์ 10 ราย และตำบลน้ำผุด 11 ราย ใช้กระบวนการแบบมีส่วนร่วมโดยการเก็บข้อมูลก่อนและหลังทำโครงการมาวิเคราะห์ประเมินผล โดยให้ความรู้และนวัตกรรมด้วยการฝึกอบรม ศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากนั้นก็ลงมือปฏิบัติการสร้างฟาร์มและเลี้ยงไก่ จัดประชุมประจำเดือน และสรุปผล มีกิจกรรมดังนี้ ลงพื้นที่เยี่ยมฟาร์มเก็บข้อมูลจากการเลี้ยงอยู่เดิมมาวิเคราะห์ ได้แนวทางการสร้างฟาร์มเน้นการใช้วัสดุ อุปกรณ์ ทักษะที่มีในชุมชน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งการสร้างใหม่และปรับปรุง ข้อมูลพ่อแม่พันธุ์ไก่พื้นเมืองแท้เพื่อเพาะพันธุ์ไก่ ข้อมูลรูปแบบการเลี้ยง จากนั้นจัดอบรมให้ความรู้การเลี้ยงไก่ การคัดพ่อแม่พันธุ์ การเพาะฟักลูกไก่ การอนุบาล การทำวัคซีน การสร้างฟาร์มมาตรฐานและการยื่นขอรับรองมาตรฐาน GFM และศึกษาดูงานพื้นที่รูปธรรมฟาร์มมาตรฐาน GFM เพื่อนำมาปรับใช้กับการสร้างฟาร์มของเกษตรกร เมื่อสร้างฟาร์มไปได้ 1 เดือนก็ลงเยี่ยมฟาร์มเพื่อร่วมแนะนำปรับปรุงให้ถูกต้องและเหมาะสม ด้านการเพาะพันธุ์ไก่ก็เริ่มพร้อมกับการสร้างฟาร์มมีวิธีการ 2 รูปแบบ คือ ใช้ตู้เพาะฟักอัตโนมัติ จำนวน 2 ตู้ จัดวางไว้ที่ฟาร์มคุณลือกริช ไชยแก้ว ต.น้ำผุด และฟาร์มคุณชัยยุทธ พุฒนวล ต.โคกหล่อ เก็บไข่ไก่จากฟาร์มเกษตรกรที่มีพ่อแม่พันธุ์เดิมมาฟัก และอนุบาลประมาณ 1 เดือน ให้เกษตรกรรับไปเลี้ยง ศูนย์เพาะฟัก ต.น้ำผุดเก็บไข่มาฟักจำนวน 613 ฟอง ฟักลูกไก่ได้รวม 206 ตัว คิดเป็นเปอร์เซ็นต์การฟักออกเป็นตัว 33.60 % ศูนย์เพาะฟัก ต.โคกหล่อเก็บไข่ไก่มาฟักจำนวน 328 ฟอง ฟักลูกไก่ได้รวม 73 ตัว คิดเป็นเปอร์เซ็นต์การฟักออกเป็นตัว 22.25% อีกรูปแบบคือใช้พ่อแม่พันธุ์เดิมและจัดหาพ่อแม่พันธุ์ที่มีลักษะแท้และดีมาเลี้ยงใหม่ได้ 45 ฟาร์ม ปล่อยพ่อแม่พันธุ์อยู่ด้วยกันในฟาร์มในอัตรา 1:3-5 ออกไข่ให้แม่ไก่ฟัก แม่ไก่เลี้ยงลูกประมาณ 1 เดือน จากนั้นเกษตรกรก็เลี้ยงต่อ การเพาะฟักโดยแม่ไก่มีอัตราฟักเป็นตัวอยู่ที่ประมาณ 70% แต่เมื่อเลี้ยงไปสักพักก็จะเหลือลูกไก่รอดประมาณ 50% การเพาะฟักด้วยตู้ได้อัตราฟักออกน้อยเนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ การศึกษาการใช้ตู้ยังไม่ถูกต้อง รวมถึงระยะเวลาการรวบรวมไข่ คุณภาพไข่ที่เก็บมาไม่ดี จากการฟักไข่ด้วยตู้เพาะฟักวันที่ 21 ตุลาคม 64 เริ่มมอบลูกไก่จากศูนย์เพาะฟักให้เกษตรกรไปเลี้ยงและทยอยมอบเรื่อยๆ แต่ละฟาร์มเองก็เริ่มให้แม่ไก่ฟักไข่และทยอยมีลูกไก่เลี้ยงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากทั้งสองวิธีพร้อมๆกันไป สามารถเพิ่มจำนวนไก่จากก่อนทำโครงการและหลังทำโครงการเป็นดังนี้ พ่อพันธุ์จาก 50 เป็น 101 ตัว เพิ่มขึ้น 51 ตัว แม่พันธุ์จาก 199 ตัวเป็น 435 ตัว เพิ่มขึ้น 236 ตัว ไก่รุ่นจาก 2 ตัวเป็น 142 ตัว เพิ่มขึ้น 140 ตัว ลูกไก่จาก 23 ตัวเป็น 369 ตัว เพิ่มขึ้น 346 ตัว ก่อนทำโครงการมีไก่พื้นเมืองรวมทั้งสิ้น 274 ตัว หลังทำโครงการมีไก่รวมทั้งสิ้น 1,047 ตัว เพิ่มขึ้น 733 ตัว ในส่วนของการขอรับรองมาตรฐาน GFM เดือนธันวาคม 2564 ได้ยื่นเอกสารกับปศุสัตว์อำเภอและจังหวัดตรัง เดือนมกราคม2565 ได้รับการพิจารณาผ่านการรับรองมาตรฐานระบบ GFM จำนวน 35 ฟาร์ม ส่วนที่เหลือกำลังปรับปรุงเพื่อให้ผ่านการรับรองได้ทั้งหมด การจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเริ่มจากเกษตรกรของแต่ละตำบลเลือกกรรมการระดับตำบล จากนั้นจัดเวทีคัดเลือกตำแหน่งกรรมการระดับอำเภอ และยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชื่อ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศรีตรังก้าวไกลเลี้ยงไก่พื้นเมือง และภายหลังได้เปลี่ยนเป็นชื่อ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไก่พื้นเมืองตรัง เนื่องจากชื่อแรกมีคำว่าก้าวไกลซึ่งพ้องกับชื่อพรรคการเมือง มีสมาชิกในกลุ่มทั้งหมด 52 คน จาก 5 ตำบล มีที่ทำการกลุ่มที่บริเวณที่สาธารณประโยชน์ทุ่งช่องกิ่ว โดยการอนุเคราะห์ใช้สถานที่ของ อบต.บ้านควน โดยถือเป็นจุดศูนย์กลางของพื้นที่อำเภอเมืองตรัง การเดินทางสะดวก มีถนนสายหลักตรัง-ปะเหลียน-สตูล เป็นแหล่งศูนย์รวมของสถานที่ราชการ และมีสนามบินตรังตั้งอยู่ใกล้ ส่วนพื้นที่ทำการที่อยู่ติดกันเป็นที่ทำการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรทุ่งช่องกิ่ว เลี้ยงปลานิลในกระชัง ทั้งสองกลุ่มนี้สามารถเชื่อมโยงทำการเกษตรและการตลาดร่วมกันได้ต่อไป ที่ทำการกลุ่มเป็นที่ผลิตอาหารลดต้นทุน เพาะเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ เพาะพันธุ์ลูกไก่ ทดลองปลูกพืชอาหารสัตว์ แปรรูปเนื้อไก่สดแช่แข็งออกจำหน่าย เป็นสถานที่ประชุมเพื่อสรุป/ติดตามงานและออกแบบวางแผนการแก้ไขปัญหาร่วมกัน แม้การเลี้ยงจะยังไม่สำเร็จภายในโครงการปีที่ 1 แต่ได้ออกแบบการขายและการตลาดไว้แล้ว โดยเตรียมที่ทำการกลุ่มให้เป็นที่รับซื้อไก่พื้นเมืองของสมาชิกเบื้องต้นกิโลกรัมละ 100 บาท และแปรรูปเป็นเนื้อไก่สด และไก่สดแช่แข็ง ซึ่งตอนนี้ราคาอยู่ที่ 150-170 บาท/กก. ผลิตทั้งแบบเป็นตัวและเป็นชิ้นส่วน จำหน่ายที่ตลาดนัดควนปริง ตลาดนัดนาปด ซึ่งเป็นตลาดนัดขนาดใหญ่ที่มีผู้บริโภคจำนวนมากเปิดขายทุกวัน ฝากขายกับห้องเย็นโกเต้งนาป้อ เป็นธุรกิจเนื้อสัตว์แช่แข็งส่งขายถึงร้านค้า และตลาดกรีนชินตาตลาดคนรักสุขภาพ ผลการดำเนินโครงการการเลี้ยงไก่พื้นเมืองของอำเภอเมืองตรังแม้จะไม่เป็นไปตามเวลาที่ตั้งเป้าหมายไว้ แต่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเลี้ยงไก่พื้นเมืองให้เหมาะสมกับยุคสมัย และใช้ความรู้และนวัตกรรมมาช่วยเสริมได้ฟาร์มที่มีมาตรฐานการเลี้ยงระบบ GFM พร้อมกันเป็นกลุ่ม มีรูปแบบการเพาะพันธุ์ทั้งแบบใหม่และภูมิปัญญาเดิม และมีแนวทางการขายโดยการบริหารของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ซึ่งผลการดำเนินการจะได้พัฒนาเพื่อการเลี้ยงไก่พื้นเมืองตรังเชิงพาณิชย์ให้มีความยั่งยืนต่อไป