กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
“โครงการการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะพันธุ์ การผลิตอาหาร การเลี้ยง การตลาดไก่พื้นเมืองตรังและพัฒนาฟาร์ม GFM ของเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดตรัง” มีวัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน ดังนี้ 1) เพื่อให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไก่พื้นเมืองตรัง ได้พัฒนาประสิทธิภาพการจัดการเรื่องการเพาะพันธุ์ การผลิตอาหารลดต้นทุน ยารักษาโรค วัคซีน และการพัฒนาจัดการฟาร์มเลี้ยงไก่ที่ได้ระบบมาตรฐาน GFM และ 2) เพื่อให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไก่พื้นเมืองตรังเพิ่มความสามารถในการชำแหละแปรรูปเนื้อไก่ พัฒนาการตลาดให้สอดคล้องกับการบริโภคของลูกค้า จนเกิดรูปแบบการบริหารอย่างเป็นระบบมีความยั่งยืนในอนาคต โดยกลุ่มวิสาหกิจฯ มีสมาชิกเกษตรกร 52 รายดำเนินการต่อเนื่องจากปีที่ 1 จาก 5 ตำบลในอำเภอเมืองตรัง ได้แก่ ตำบลบ้านควน ตำบลนาบินหลา ตำบลน้ำผุด ตำบลบ้านโพธิ์ และตำบลโคกหล่อ การดำเนินงานในปีนี้เป็นการยกระดับการดำเนินงานในรูปแบบกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ภายใต้ชื่อวิสาหกิจชุมชนไก่พื้นเมืองตรัง มีเกษตรกรเป็นกรรมการ 11 คน และที่เหลือเป็นสมาชิกกลุ่ม โดยการดำเนินการเป็นการส่งเสริมความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยี 3 ด้านคือ ด้านการผลิต ด้านการขาย และด้านการบริหารจัดการ ด้วยการจัดกิจกรรมถอดบทเรียนเป็นแนวทางการทำงานต่อ อบรมเรื่องการเพาะพันธุ์ การเลี้ยง การทำวัคซีน การรักษาโรค อบรมเรื่องการผลิตอาหารลดต้นทุนและปลูกพืชอาหารสัตว์ อบรมการชำแหละแปรรูป ศึกษาดูงานการเลี้ยงและการขายไก่พื้นเมือง เกษตรกรปฏิบัติการเลี้ยงไก่พื้นเมือง เก็บข้อมูล สรุปผล คณะกรรมการปฏิบัติการบริหารจัดการกลุ่ม ผลการดำเนินงานส่งเสริมความรู้และนวัตกรรมด้วยการถอดบทเรียน อบรม และศึกษาดูงาน เกษตรกรมีความพอใจการดำเนินกิจกรรมในภาพรวมทั้งหมดในระดับดีมากเนื่องมาจากผู้เข้าร่วมที่เป็นตัวแทนแต่ละตำบลนั้นประกอบด้วยศูนย์เรียนรู้ระดับตำบล คณะกรรมการศูนย์ ซึ่งต้องการพัฒนาการเลี้ยงไก่พื้นเมืองเป็นเชิงพาณิชย์อยู่แล้ว รวมทั้งต้องการพัฒนาทักษะและความรู้การเลี้ยงไก่ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เมื่อได้รับการอบรมและศึกษาดูงานแล้วก็สามารถนำมาปฏิบัติการทำให้เกิดการพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆเป็นดังนี้ 1) การจัดการด้านการเพาะพันธุ์ไก่มี 3 แบบ คือ 1.1) เกษตรกรให้แม่ไก่ฟักแบบวิธีธรรมชาติเองโดยจับแยกลูกไก่มากกในคอกตลอดเวลาให้อาหารสำเร็จรูปเป็นเวลา1เดือน ได้ลูกไก่ครั้งละ 7-10 ตัว/แม่ โดยรวมเกษตรกรผลิตได้ไม่มากเนื่องจากฝนตกชุกทั้งปีทำให้ลูกไก่มีอัตราการตายสูง และลูกไก่ไม่ได้ทำวัคซีน 1.2) ฟักด้วยตู้ฟักอัตโนมัติ โดยเก็บไข่จากคอกพ่อแม่พันธุ์มาฟักได้ลูกไก่มาอนุบาลในคอกอนุบาลจำนวน 100 ตัว(เพิ่งเริ่มดำเนินการได้เดือนกุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นมา) จัดทำวัคซีนให้ลูกไก่ทุกตัว และ1.3) จัดซื้อลูกไก่แดง สุราษฎร์จากศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์สุราษฎร์ธานีจำนวน 300 ตัวมาอนุบาลในคอกขนาด 4 ตารางเมตร 2 คอกปล่อย 150 ตัว/คอก ใช้หลอดไฟขนาด 100 วัตต์ 1 หลอด กก 1 เดือนตลอดเวลา ช่วง1-3 สัปดาห์ให้อาหารไก่สำเร็จรูปโปรตีน 21% ช่วง3-4 สัปดาห์ให้อาหารไก่สำเร็จรูปโปรตีน 14% ได้ลูกไก่มีน้ำหนัก เฉลี่ย 210 กรัม/ตัว อัตรารอด 99.6% คิดเป็นต้นทุนเฉลี่ย 40บาท/ตัว 2) ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรผลิตอาหารลดต้นทุน การทดลองเลี้ยงไก่แดงสุราษฎร์เชิงพาณิชย์ของฟาร์มทดลอง 9 ฟาร์ม เป็นการทดลองภาคสนามแบบสภาพฟาร์มจริง โดยรับลูกไก่ฟาร์มละ 15 ตัว 25 ตัว 30 ตัว และ 49 ตัว ตามขนาดฟาร์มและขนาดคอกที่ใช้เลี้ยง สุ่มไก่แบบคละเพศ มีการเลี้ยงทั้งแบบขังตลอดและกึ่งกักกึ่งปล่อย โดยลักษณะฟาร์มเป็นฟาร์มที่เกษตรกรเลี้ยงอยู่เดิม ทำให้พื้นที่ฟาร์ม สิ่งแวดล้อม การจัดการแตกต่างกันทุกฟาร์ม ทั้งนี้เพื่อให้เป็นตามบริบทจริง แล้วทดลองใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์สูตรผสมกับอาหารสำเร็จรูปแตกต่างกันแต่ละฟาร์ม พบว่ามีวัตถุดิบ 3 ชนิดที่นำมาทดแทนแล้วให้ผลการทดลองทางด้านการเจริญเติบโตและผลตอบแทน(กำไร) ที่ดี คืออาหารสำเร็จรูปผสมแหนแดงในอัตรา 1:1 มีการเจริญเติบโตเฉลี่ยสูงที่สุดคือ 18 กรัม/ตัว/วัน FCR 5.55 และผลกำไร 375 บาท/12 ตัว (31.25บาท/ตัว) เก็บไว้เป็นแม่พันธุ์3ตัว วัตถุดิบที่ 2 คืออาหารสำเร็จรูปผสมรำในอัตรา 1:2 มีอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ย 12.20 กรัม/ตัว/วัน FCR 5.27 และผลกำไร 900 บาท/25 ตัว(39บาท/ตัว) แม้จะให้ผลทดลองดีแต่เลี้ยงระยะเวลานาน และไม่ถูกใจผู้บริโภคด้วยโครงสร้างกระดูกใหญ่ จึงต้องปรับสูตรและโปรแกรมการให้อาหารที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม วัตถุดิบที่ 3 คืออาหารสำเร็จรูปผสมเศษอาหารในอัตรา 1:1 มีการเจริญเติบโตเฉลี่ย 11.22 กรัม/ตัว/วัน FCR 5.53 และผลกำไร 600 บาท/20 ตัว(30บาท/ตัว)เก็บเป็นแม่พันธุ์5ตัว ซึ่งทั้ง3ชุดการทดลองยังไม่ได้คิดต้นทุนลูกพันธุ์ไก่ ถึงแม้ว่าชุดเปรียบเทียบซึ่งเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปอย่างเดียวจะให้การเจริญเติบโตดีเป็นอันดับที่ 2 แต่เมื่อขายไม่ได้กำไร หากวิเคราะห์เชิงพาณิชย์จึงไม่เหมาะสม และยังมีวัตถุดิบอื่นๆ ที่มีระดับโปรตีนสูงแต่ราคาสูงจึงให้เสริมหรือผสมในปริมาณน้อย เช่น ข้าวสวย ข้าวเปลือก หนอนแมลงวันลาย ปลายข้าว ปลาป่น และกากถั่วเหลือง 3) ด้านการรักษาโรค สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชสมุนไพรได้แก่ ฟ้าทะลายโจร ตะไคร้ ขมิ้น ไพล กะเพรา และนำไปใช้รักษาโรคในไก่ทั้งการผสมในอาหารและน้ำ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและรักษาโรค รวมทั้งการใช้น้ำหมักชีวภาพใส่ในน้ำให้ไก่ช่วงที่อากาศมีการเปลี่ยนแปลง ฝนตกชุก และใช้หมากอ่อน และเปลือกต้นชดเป็นยาถ่ายพยาธิ 4) ในการอนุบาลลูกไก่ที่ทำการกลุ่มมีการทำวัคซีนนิวคาสเซิลให้ลูกไก่ทุกตัวก่อนแจกจ่ายหรือจำหน่ายเกษตรกรไปเลี้ยงที่ฟาร์ม 5) สนับสนุนและพัฒนาฟาร์มของเกษตรกรให้ได้มาตรฐาน GFM ได้จำนวน 45 ฟาร์ม จากทั้งหมด 52 ฟาร์ม 6) ด้านการชำแหละแปรรูป ได้ออกแบบระบบการบริหารจัดการและชี้แจงแก่สมาชิกให้ปฏิบัติตามขั้นตอนทำให้การทำงานมีความคล่องตัวเป็นระเบียบ และสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ไก่สดแช่เย็นได้ 5 ประเภท ได้แก่ ไก่กลม ไก่ซีก ไก่ชิ้นส่วน ไก่สับ และไก่พร้อมปรุง 7) การพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค โดยไก่พื้นเมืองตรังใช้ระบบการเลี้ยงแบบกึ่งธรรมชาติ ได้รับการรับรองมาตรฐานการเลี้ยง GFM ทำให้สินค้าที่ผลิตมามีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคที่รักสุขภาพและต้องการอาหารปลอดภัย รู้แหล่งที่มาของการผลิต ไก่พื้นเมืองตรังจึงมีราคาสูงกว่าไก่ทั่วไปในท้องตลาด รวมทั้งการคัดสายพันธุ์ไก่แดง ไก่ชี และไก่ชนที่ผู้บริโภคมีความต้องการเพราะหนังขาว ขาขาว ไม่มีขนอ่อน เนื้อแน่นนุ่ม ไม่เหนียว หวาน อร่อย และสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ได้อย่างหลากหลายจึงทำให้เหมาะกับผู้บริโภคในวงกว้าง 8) มีรูปแบบการบริหารจัดการกลุ่มที่ยั่งยืน ในรอบปีที่ผ่านมาเกษตรกร 30 ฟาร์มสามารถเลี้ยงไก่จำหน่ายได้รวม 622 ตัว คิดเป็นมูลค่า 89,956 บาท ซึ่งถือว่าเป็นรายได้เสริมที่ดีให้กับเกษตรกร เพราะเกษตรกรทุกรายมีอาชีพหลักอยู่แล้ว การเลี้ยงไก่พื้นเมืองจึงเป็นการสร้างรายได้เสริม ส่วนกลุ่มที่เลี้ยงเพื่อพึ่งตนเองก็พบว่าผู้เลี้ยงมีความสุขและสามารถลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ตอนนี้เกษตรกรจัดกลุ่มการเลี้ยงตามความสมัครใจแบ่งได้ 3 กลุ่ม คือ ฟาร์มเลี้ยงเชิงพาณิชย์ กึ่งพาณิชย์ และระบบพึ่งตนเอง ซึ่งทำให้เกษตรกรดำเนินการต่อตามระดับความชอบและความสามารถของตนเองและครอบครัว จึงทำให้เลือกการส่งเสริมความรู้ นวัตกรรมให้แต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม ในส่วนของการบริหารจัดการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไก่พื้นเมืองตรัง มีโครงสร้างการบริหารจัดการกลุ่มและแบ่งบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบชัดเจน มีการประชุมประจำเดือนทุกเดือนทุกวันอาทิตย์ที่สามของเดือน มีการกำหนดระเบียบกติกาของกลุ่มในเรื่องต่างๆ มีการกำหนดวันประชุมประจำปีของกลุ่ม ออกเยี่ยมฟาร์มทุกเดือน นอกจากนี้ที่ทำการกลุ่มยังเป็นพื้นที่กลางในการทำกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลุ่มมีการเคลื่อนไหว มีชีวิตชีวา ไม่หยุดนิ่งหรือรกร้าง ได้แก่ สถานีพ่อแม่พันธุ์ สถานีเพาะฟัก สถานีอนุบาลลูกไก่เพื่อจำหน่าย สถานีผลิตอาหารไก่พื้นเมืองตรัง สถานีชำแหละแปรรูปพัฒนาผลิตภัณฑ์ สถานีถ่ายทอดความรู้ประสานงานและดูแลสมาชิก สถานที่จัดกิจกรรมเฉพาะกิจ ทำให้เกิดการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง ?
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. Concept demonstrated analytically or experimentally
รายละเอียด มีการทดลองใช้แล้วได้ผลจริงตามที่คาดการณ์ไว้
การผลิตลูกไก่ ใช้ตู้ฟักไข่แบบพลิกอัตโนมัติทุก 2 ชั่วโมง มีพัดลมระบายความร้อน หน้าจอ บอกอุณหภูมิและความชื้น ลดภาระของเกษตรกรในเรื่องการพลิกไข่เอง ทำให้ลูกไก่ที่ฟักออกมามี เปอร์เซ็นต์รอดชีวิตสูง การผลิตอาหารสูตรลดต้นทุน มีการนำเครื่องจักรมาใช้ เช่น เครื่องสับหยวกกล้วย เพื่อลด เวลาใน การทำอาหาร ขั้นตอนการชำแหละและการบรรจุผลิตภัณฑ์ การชำแหละใช้โรคเชือดของบริษัทเพิ่มพูน โภคภัณฑ์ จังหวัดตรัง ที่มีกระบวนการผลิตตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (Good Manufacturing Practice : GMP ) หรือ ของเทศบาลตรัง การบรรจุและปิดผนึกด้วยระบบ สุญญากาศ และนำไปแช่ที่อุณภูมิ - 18 องศาเซลเซียส เพื่อคงความสดของเนื้อไก่ ช่องทางการขาย การขายทางเพจของโครงการ โดยใช้การไลฟ์สด การนำเสนอวีดีโอ เรื่องราวเกี่ยวกับไก่พื้นเมือง สาธิตการทำเมนูอาหารจากไก่พื้นเมือง เพื่อประชาสัมพันธ์และกระตุ้นให้ ผู้คนที่เข้ามาชม อยากทดลองชิม ทดลองทำ และซื้อสินค้าดังกล่าว
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
เกษตรกร - มีความพร้อม อยากมีอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ในครอบครัว ลดความเสี่ยงจากการทำสวนยางพาราที่เป็นเกษตรเชิงเดี่ยว - มีพื้นที่บริเวณบ้าน บริเวณสวนยางพารา - มีความรู้/ภูมิปัญญาการเลี้ยงไก่ ภาคี/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง - พร้อมให้การสนับสนุนทั้งในเรื่องความรู้ วิทยากร อุปกรณ์ และยาวัคซีนต่างๆ นโยบายรัฐบาล - สนับสนุนให้เกษตรกรทำเกษตรและปศุสัตว์ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่เน้นการลดต้นทุน โดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในท้องถิ่นให้ได้มากที่สุด เพื่อให้พึ่งพาตนเองให้ได้และลดความเสี่ยงจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวอย่างยางพารา ซึ่งราคาผันผวนไม่แน่นอน แนวโน้ม/ความต้องการตลาด - ประชาชนส่วนใหญ่มีความสนใจที่จะดูแลสุขภาพมากขึ้น แต่มีไก่พื้นเมืองที่มีคุณภาพไม่เพียงพอ - ความต้องการบริโภคไก่พื้นเมืองที่มีคุณภาพมีแนวโน้มสูงขึ้น ปัจจัยอื่นๆ - เกษตรกรสามารถปลูกพืชหรือนำพืชผักที่มีในชุมชนมาทำเป็นอาหารไก่ เพื่อลดต้นทุนเรื่องอาหารได้
คณะวิจัย เป็นกลุ่มภาคประชาสังคมที่มีประสบการณ์ทำงานกับชุมชน มีภูมิลำเนาเป็นคน จังหวัดตรัง รู้บริบทชุมชนทั้ง 5 ตำบลที่เข้าร่วมโครงการ เข้าใจวิถีคนตรังเป็นอย่างดี สามารถ ประสานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาสนับสนุนโครงการได้ กลุ่มเป้าหมาย - จำนวน 52 ราย ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน ข้าราชการเกษียณ แม่บ้าน คนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพทั้งในด้านความรู้ การผลิต การรักษาโรค และการจัดการฟาร์มเพื่อให้ได้ตามมาตรฐาน GFM และต้องพัฒนาศักยภาพต่อเนื่องในปีที่ 2 ผู้ประสานงานระดับตำบล ตำบลละ 1-2 คน ประกอบด้วย ผู้ใหญ่บ้าน อดีตผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน ทำหน้าที่คัดเลือกเกษตรกรทั้งรายเดิมและ รายใหม่เข้าร่วมโครงการ ประสานงานระหว่างคณะวิจัยกับชาวบ้าน และร่วมวางแผนการดำเนินงาน กับคณะวิจัย