Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2554

การวัดคุณค่าตราสินค้าสถาบันการพลศึกษา

รุ่งราวรรณ เสนารักษ์ สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2554

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ตราสินค้า เป็นสิ่งที่ใช้แสดงความแตกต่างให้แก่สินค้าหรือองค์กร การสร้าง ตราสินค้าถือเป็นหัวใจสำคัญในการเพิ่มมูลค่าขององค์กรเจ้าของสินค้าและบริการให้เกิดกับ ผู้บริโภค ทุกองค์กรสามารถมีตราสินค้าของตนเองเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการให้แก่ผู้บริโภคสามารถรับรู้ถึงความแตกต่างนั้นได้ วัตถุประสงค์ในการวิจัยครั้งนี้เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความแตกต่างระดับความคิดเห็นในการรับรู้คุณค่าตราสินค้าของบุคลากรภายในสถาบันการพลศึกษา ด้านการรู้จักหรือรับรู้ในตราสินค้า ด้านการรับรู้คุณภาพ ในตราสินค้า ด้านการเชื่อมโยงกับตราสินค้า และด้านความภักดี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่กลุ่มนักเรียนนักศึกษา จำนวน 57 คน บุคลากรสายสนับสนุน จำนวน 75 คน และข้าราชการครู จำนวน 64 คน รวมทั้งสิ้น 196 คน โดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถาม จำนวน 1 ฉบับ เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scale) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าทีและการวิเคราะห์ความแปรปรวน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง เป็นบุคลากรสายสนับสนุน มีระดับความคิดเห็นที่มีต่อคุณค่าตราสินค้า ด้านการรู้จักหรือรับรู้ในตราสินค้า ด้านการรับรู้คุณภาพในตราสินค้า ด้านการเชื่อมโยงกับตราสินค้าและด้านความภักดี อยู่ในระดับมากทุกด้าน และเมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างในแต่ละด้าน จำแนกตามเพศ พบว่า 2 ด้านมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .05 คือ ด้านการรับรู้คุณภาพในตราสินค้าและด้านความภักดี ส่วนอีก 2 ด้านคือด้านการรู้จักหรือรับรู้ในตราสินค้า และ ด้านการเชื่อมโยงกับตราสินค้า ไม่แตกต่างกัน จำแนกตามอาชีพในแต่ละด้าน พบว่า 3 ด้าน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .05 คือด้านการรู้จักหรือรับรู้ในตราสินค้า ด้านการรับรู้คุณภาพในตราสินค้าและด้านการเชื่อมโยงกับตราสินค้า ยกเว้น ด้านความภักดี ที่มีระดับความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

อิทธิพลของส่วนประสมการตลาดและภาพลักษณ์ตราสินค้าที่มีต่อคุณค่าตราสินค้า

อุมาวสี ศรีบุญลือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. 2561

การพัฒนามาตรวัดความผูกพันต่อตราสินค้าของผู้บริโภค

รองศาสตราจารย์ ดร.สราวุธ อนันตชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2560

บทบาทของความน่าเชื่อถือของตราสินค้าในการเป็นตัวแปรแทรก ระหว่างความคุ้นเคยต่อตราสินค้าและทัศนคติที่มีต่อตราสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม

พัชรา ตันติประภา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2560

การประเมินของผู้บริโภคต่อตราสินค้าร่วม : การศึกษาบทบาทของความสม่ำเสมอในภาพลักษณ์ตราสินค้าและการรับรู้ถึงความสอดคล้องต่อตราสินค้า

ลีลา เตี้ยงสูงเนิน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พ.ศ. 2561

การรับรู้ภาพลักษณ์ตราสินค้าที่ส่งผลต่อความภักดีต่อตราสินค้า กรณีศึกษาเบเกอรี่ตราสินค้าเอส แอนด์ พี (S and P)

ณัฏฐณิชา ณ นคร พ.ศ. 2560

การวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสาเหตุของความสัมพันธ์กับตราสินค้าที่มี ความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้บริโภค

เกตุวดี สมบูรณ์ทวี มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2558

อิทธิพลของความน่าดึงดูดและความคล้ายคลึงกับผู้บริโภคของผู้รับรองผลิตภัณฑ์ที่มีผลต่อการรับรู้คุณค่าผลิตภัณฑ์

ฐิติมา กล้าหาญ พ.ศ. 2562

การสร้างคุณค่าตราสินค้าผ่านตราสัญลักษณ์ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์

ธนภณ นิธิเชาวกุล มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2558

ความสามารถในการสร้างสรรค์ความชื่นชอบในตราสินค้าและผลการดำเนินงานทางการตลาด:การสำรวจเชิงประจักษ์ของธุรกิจการแพทย์และความงามในประเทศไทย

ณัฐวุฒิ ปัญญา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2559

คุณค่าตราสินค้าและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อตราสินค้าหรู ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร

สุมาลี เล็กประยูร มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พ.ศ. 2555