การรับรู้ การใช้ และการพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษาที่ทันสมัย ในการจัดการเรียนการสอนของอาจารย์ในสถาบันการพลศึกษา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการรับรู้คุณค่า การใช้ และการพัฒนาของเทคโนโลยีการศึกษาที่ทันสมัยต่อการจัดการเรียนการสอนของอาจารย์ในสถาบันการพลศึกษา และเพื่อเปรียบเทียบการรับรู้คุณค่า การใช้ และการพัฒนาของเทคโนโลยีการศึกษาที่ทันสมัยต่อการจัดการเรียนการสอนระหว่างอาจารย์ในสถาบันการพลศึกษา โดยจำแนกตามวิทยาเขต และคณะ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ อาจารย์ในสังกัดสถาบันการพลศึกษา ได้มาโดยการใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ 2 ชั้น (Two Stage Stratified Random Sampling) ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 268 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.9861 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าคะแนนเฉลี่ย ( ) ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-Way ANOVA) และการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ ด้วยวิธีของเชฟเฟ่ (Scheffe? Method) ผลการวิจัยพบว่า 1. อาจารย์ในสังกัดสถาบันการพลศึกษา มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการเรียนการสอนโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาแต่ละรายการ พบว่าความคิดเห็นที่มีระดับมากที่สุด คือ ด้านการรับรู้คุณค่าของเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัด การเรียนการสอน รองลงมาคือ ด้านการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการเรียนการสอน ส่วนความคิดเห็นที่มีระดับน้อยที่สุดคือ ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการเรียนการสอน 2. อาจารย์ในสังกัดสถาบันการพลศึกษา มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้คุณค่าของเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการเรียนการสอนโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาแต่ละรายการ พบว่า ความคิดเห็นที่มีระดับมากที่สุด คือ ด้านการรับรู้คุณค่าของเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในการจัดการเรียนการสอนต่อการเรียนรู้และพัฒนาผู้เรียน รองลงมาคือ ด้านการรับรู้คุณค่าของเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการเรียนการสอนต่อการสอนของครู ส่วนความคิดเห็นที่มีระดับน้อยที่สุด คือ ด้านการรับรู้คุณค่าของเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการเรียนการสอนต่อการเรียนการสอนในอนาคต 3. อาจารย์ในสังกัดสถาบันการพลศึกษา มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี ที่ทันสมัยในการจัดการเรียนการสอนโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาแต่ละรายการพบว่าความคิดเห็นที่มีระดับมากที่สุดคือ ใช้พิมพ์เอกสารประกอบการสอน รองลงมาคือ ใช้ในการจัดทำข้อสอบ ส่วนความคิดเห็นที่มีระดับน้อยที่สุดคือ ใช้สอนแบบตัวต่อตัว (Tutorial Instruction) 4. อาจารย์ในสังกัดสถาบันการพลศึกษา มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการเรียนการสอนโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาแต่ละรายการพบว่าความคิดเห็นที่มีระดับมากที่สุด คือ พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการนำเสนอเนื้อหา รองลงมาคือ พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้เรียน ส่วนความคิดเห็นที่มีระดับน้อยที่สุด คือ พัฒนาซอฟต์แวร์บทเรียนคอมพิวเตอร์สำหรับการเล่นเกมส์และสร้างสถานการณ์จำลอง 5. อาจารย์ในสังกัดสถาบันการพลศึกษา แต่ละวิทยาเขตและคณะ มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้คุณค่า การใช้ และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการเรียนการสอน ไม่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นการปฏิเสธสมมุติฐาน ที่กล่าวว่า อาจารย์ในแต่ละวิทยาเขตและคณะ มีการรับรู้คุณค่า การใช้ และการพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษาที่ทันสมัยต่อการจัดการเรียน การสอน แตกต่างกัน