สภาพปัญหาและการปฏิบัติของอาจารย์สถาบันการพลศึกษา เกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการศึกษา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการศึกษาสภาพปัญหาและการปฏิบัติของอาจารย์สถาบันการพลศึกษาเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลของอาจารย์ และศึกษาถึงอาจารย์ที่มีสถานภาพต่างกันได้แก่ เพศ วุฒิการศึกษา ประสบการณ์สอน และคณะวิชา ที่ต่างกันจะประสบปัญหาต่างกันหรือไม่ และศึกษาสภาพการปฏิบัติจริงของอาจารย์เกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการศึกษา ตามความคิดเห็นของนักศึกษา โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษาได้มาจากประชากรที่เป็นอาจารย์ผู้สอนสถาบันการพลศึกษา และนักศึกษา 17 วิทยาเขต โดยทำการกำหนดขนาดตัวอย่างโดยใช้ตารางกำหนดขนาดตัวอย่างของดาร์วิน เฮนเดล ที่ช่วงเชื่อมั่น 99% เป็นอาจารย์ผู้สอน 330 คน และนักศึกษา 622 คน ได้รับแบบสอบถามกลับคืนมาคิดเป็นร้อยละ 98.11 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 2 ชุด คือชุดที่ใช้สอบถามอาจารย์และนักศึกษา ซึ่งเป็นแบบสำรวจรายการและมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา หลังจากปรับปรุงได้นำไปเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งด้วยตนเองและทางไปรษณีย์ โดยขอความร่วมมือจากอาจารย์วิทยาเขตต่าง ๆ นำข้อมูลที่ได้มาจัดหมวดหมู่ วิเคราะห์โดยใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าที (t-test) และค่าเอฟ (F-test) 1. ในภาพรวมพบว่าอาจารย์ผู้สอนสถาบันการพลศึกษา มีความรู้ถูกต้องเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการศึกษาคิดเป็นร้อยละ 84.80 แต่เมื่อพิจารณารายข้อพบว่าความรู้ที่ผิดมาก 3 อันดับแรก คือ เรื่องการวัดผลการศึกษาเป็นการวัดทางอ้อมที่อาจารย์ตอบว่าไม่ใช่อันเป็นคำตอบที่ผิดร้อยละ 53.80 การวัดผลการศึกษาเป็นการวัดที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจารย์ตอบว่าไม่ใช่อันเป็นคำตอบที่ผิดร้อยละ 48.63 และวิชาของท่าน ข้อสอบที่วัดสมรรถภาพที่สูงกว่าความจำเป็นสิ่งจำเป็นซึ่งอาจารย์ตอบว่าไม่ใช่ ซึ่งเป็นคำตอบผิดร้อยละ 43.77 2. ผลการวิเคราะห์ปัญหาการปฏิบัติในการวัดและประเมินผลของอาจารย์พบว่า 2.1 ปัญหาการปฏิบัติในการสร้างเครื่องมือวัดผลของอาจารย์โดยรวมและแต่ละรายการอยู่ในระดับปานกลาง ยกเว้น สิ่งที่เป็นปัญหาระดับมาก คือ การเลือกและสร้างเครื่องมือวัดผลให้ครอบคลุมพฤติกรรมทั้ง 3 ด้าน (พุทธิพิสัย, จิตพิสัย และ ทักษะพิสัย) และการสร้างข้อสอบให้มีความยาก-ง่ายอยู่ในระดับที่เหมาะสม อาจารย์ที่มีเพศ วุฒิการศึกษา ประสบการณ์สอน และสังกัดคณะวิชาที่ต่างกัน มีปัญหาในการสร้างเครื่องมือวัดผลไม่แตกต่างกัน 2.2 ปัญหาการปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถาบันในการวัดและประเมินผลของอาจารย์โดยรวมและแต่ละรายการอยู่ในระดับปานกลาง อาจารย์ที่มีเพศ วุฒิการศึกษา ประสบการณ์สอน และสังกัดคณะวิชาที่ต่างกัน มีปัญหาการปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถาบันในการวัดและประเมินผลไม่แตกต่างกัน 2.3 ปัญหาการปฏิบัติของอาจารย์ในการวัดและประเมินผลรายวิชา โดยรวมและแต่ละรายการอยู่ในระดับมาก ยกเว้น การทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมินผลเป็นปัญหาระดับปานกลาง อาจารย์ชายและหญิงมีปัญหาในการวัดและประเมินผลรายวิชาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แต่อาจารย์ที่มีวุฒิการศึกษา ประสบการณ์สอน และสังกัดคณะวิชา ที่ต่างกัน มีปัญหาการปฏิบัติในการวัดและประเมินผลรายวิชาไม่แตกต่างกัน