ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสถาบันการพลศึกษา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ภาพลักษณ์องค์การหรือสถาบันมีความสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนเป็นรากฐานแห่งความมั่นคงขององค์การในการวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยกับภาพลักษณ์ของสถาบันการพลศึกษาและสร้างสมการพยากรณ์ภาพลักษณ์ของสถาบันการพลศึกษา ตัวแปรที่ศึกษาเป็นปัจจัยด้านผู้บริหาร ปัจจัยด้านคณาจารย์ ปัจจัยด้านนักศึกษา ปัจจัยด้านหลักสูตร ปัจจัยด้านเทคโนโลยี ปัจจัยด้านอาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก ปัจจัยด้านค่าใช้จ่าย และปัจจัยด้านชุมชน กลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มผู้บริหารจำนวน 64 คน กลุ่มคณาจารย์จำนวน 110 คน และกลุ่มนักศึกษาจำนวน 136 คน รวมจำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 310 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Random Sampling) เครื่องมือ ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบวัดปัจจัยที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสถาบันการพลศึกษาจำนวน 6 ฉบับ มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อตั้งแต่ .24 ถึง .94 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ .94 ถึง .98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) แบบ Stepwise ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ 1. ปัจจัยกับภาพลักษณ์ของสถาบันการพลศึกษาในภาพรวมของกลุ่มผู้บริหาร กลุ่มคณาจารย์ และกลุ่มนักศึกษามีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .686 .678 และ .554 ตามลำดับ ตัวแปรพยากรณ์ที่ดีที่สุด ของกลุ่มผู้บริหารพบว่า มี 4 ปัจจัยได้แก่ ปัจจัยด้านชุมชน (X8) ปัจจัยด้านผู้บริหาร (X1) ปัจจัยด้านคณาจารย์ (X2) และปัจจัยด้านค่าใช้จ่าย (X7) กลุ่มคณาจารย์มี 3 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยด้านชุมชน (X8) ปัจจัยด้านหลักสูตร (X4) และปัจจัยด้านอาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก (X6) และกลุ่มนักศึกษามี 2 ปัจจัยได้แก่ ปัจจัยด้านหลักสูตร (X4) และปัจจัยด้านคณาจารย์ (X2) ซึ่งปัจจัย ในแต่ละกลุ่มสามารถพยากรณ์ภาพลักษณ์ของสถาบันการพลศึกษาในภาพรวมได้ ร้อยละ 72.90 69.60 และ 52.10 ตามลำดับ 2. สมการพยากรณ์ภาพลักษณ์ของสถาบันการพลศึกษา ในรูปคะแนนดิบและคะแนนมาตรฐานของกลุ่มผู้บริหาร กลุ่มคณาจารย์และกลุ่มนักศึกษา ปรากฏดังนี้ กลุ่มผู้บริหาร = 1.306 + .185X1 + .190X2 + .122X7 + .187X8 = .246Z1 +.289Z2 + .197Z7 + .319Z8 กลุ่มคณาจารย์ = 1.633 + .224X4 + .154X6+ .185X8 = .347Z4 + .281Z6 + .324Z8 กลุ่มนักศึกษา = 2.089 + .207X2+ .242X4 = .354Z2 + .419Z4 โดยสรุป ปัจจัยในภาพรวมที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสถาบันการพลศึกษา ของกลุ่มผู้บริหาร กลุ่มคณาจารย์ และกลุ่มนักศึกษา คือปัจจัยด้านผู้บริหาร (X1) ปัจจัยด้านคณาจารย์ (X2) ปัจจัยด้านหลักสูตร (X4) ปัจจัยด้านอาคารสถานที่และ สิ่งอำนวยความสะดวก (X6) ปัจจัยด้านค่าใช้จ่าย (X7) และปัจจัยด้านชุมชน (X8) โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยที่มีความสอดคล้องกันใน 3 กลุ่มตัวอย่างคือปัจจัยด้านคณาจารย์ (X2) ปัจจัยด้านหลักสูตร (X4) และปัจจัยด้านชุมชน (X8) ดังนั้นสถาบันการพลศึกษา ควรใช้ปัจจัยดังกล่าวเป็นข้อมูลในการส่งเสริม วางแผน ปรับปรุง พัฒนา ประชาสัมพันธ์ ตลอดจนเสริมสร้างภาพลักษณ์ของสถาบันการพลศึกษา โดยการดำเนินการดังกล่าวจะต้องคำนึงว่าภาพลักษณ์นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความเชื่อถือในสิ่งที่เห็น จากการรับรู้ จากประสบการณ์ของบุคคล จากเจตคติ จากพฤติกรรมระหว่างบุคคลและจากการ คล้อยตามกลุ่มอ้างอิงของบุคคล ดังนั้นในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของสถาบัน การพลศึกษา จึงต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้เป็นสำคัญ