Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2553

ปัจจัยที่สัมพันธ์ต่อการเตรียมตัวเข้าสู่วัยสูงอายุของข้าราชการสถาบันการพลศึกษา

ชำนาญ ผึ่งผาย สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2553

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การเตรียมตัวเพื่อเกษียณอายุนั้นเป็นสิ่งสำคัญและเป็นการเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ของคนทุกคน ดังนั้นคนที่มีความพร้อมจะเป็นผู้สูงอายุ มีความสุขและความ พึงพอใจในชีวิต วิธีการหนึ่งที่จะส่งเสริมให้ผู้ที่เข้าสู่วัยสูงอายุเกิดความสุขและความพึงพอใจก็คือ ให้ผู้สูงอายุได้มีการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ไว้ล่วงหน้า ในการวิจัย ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยกับการเตรียมตัวเข้าสู่วัยสูงอายุของข้าราชการสถาบันการพลศึกษาและสร้างสมการพยากรณ์การเตรียมตัวเข้าสู่วัยสูงอายุของข้าราชการสถาบันการพลศึกษา ตัวแปรที่ศึกษาปัจจัยด้านร่างกาย ปัจจัยด้านอารมณ์และจิตใจ ปัจจัยด้านที่พักอาศัย ปัจจัยด้านการเงินและการใช้จ่าย ปัจจัยด้านการใช้เวลาและงานอดิเรก และ ปัจจัยด้านการเข้าร่วมกิจกรรมในสังคม กลุ่มตัวอย่าง เป็นข้าราชการของสถาบันการพลศึกษา จำนวน 246 คน ได้จากการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบสุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามปัจจัยที่สัมพันธ์ต่อการเตรียมตัวเข้าสู่วัยสูงอายุของข้าราชการสถาบันการพลศึกษา จำนวน 1 ฉบับ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อตั้งแต่ .35 ถึง .84 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ .94 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) แบบ Stepwise ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ 1. ปัจจัยกับการเตรียมตัวเข้าสู่วัยสูงอายุของข้าราชการสถาบันการพลศึกษาในภาพรวมมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .441 ถึง .782 ตัวแปรพยากรณ์ที่ดีที่สุดพบว่า มี 3 ปัจจัยได้แก่ ปัจจัยด้านการเข้าร่วมกิจกรรมในสังคม (X6) ปัจจัยด้านการใช้เวลาว่างและงานอดิเรก (X5) และปัจจัยด้านร่างกาย (X1) ซึ่งปัจจัยสามารถพยากรณ์การเตรียมตัวเข้าสู่วัยสูงอายุของข้าราชการสถาบันการพลศึกษาในภาพรวมได้ร้อยละ 67.50 2. สมการพยากรณ์การเตรียมตัวเข้าสู่วัยสูงอายุของข้าราชการสถาบัน การพลศึกษา ในรูปคะแนนดิบและคะแนนมาตรฐาน ปรากฏดังนี้ = -1.217 + .586X6 + .641X5 + .105X1 = .553Z6 + .283Z5 + .107Z1

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การวิเคราะห์ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเตรียมความพร้อมเพื่อการเป็นผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ

สุรพิเชษฐ์ สุขโชติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2559

การเตรียมความพร้อมสสู่การเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณค่า

นายพินิจศักดิ์ ดวงเต็ม สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พ.ศ. 2552

ข้อเสนอการพัฒนาการดำเนินงานส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ

อาชัญญา รัตนอุบล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2562

การพัฒนาแนวทางการส่งเสริมการดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่าของผู้สูงอายุ

สุภาภรณ์ อุดมลักษณ์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พะเยา พ.ศ. 2560

รูปแบบการเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนในการเข้าสู่วัยผู้สูงอายุอย่างมีส่วนร่วม

สุนทร นนทเกษ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พ.ศ. 2557

การเตรียมตัวเข้าสู่วัยสูงอายุ

วรรณรา ชื่นวัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา พ.ศ. 2557

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการสูงวัยอย่างมีสุขภาวะของผู้สูงอายุ

ชมนาด สุ่มเงิน มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2561

การเตรียมความพร้อมของประชากรก่อนวัยสูงอายุเพื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุคุณภาพ ตำบลหนองหญ้าไซ อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี

เพ็ญศรี พิชัยสนิธ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2560

สถานการณ์การเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้สูงอายุของคนวัยแรงงาน

เกษราวัลณ์ นิลวรางกูร มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2560

การพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุในภาวะพฤฒพลังให้เกิดการยังประโยชน์ด้านสังคม

อรสา ธาตวากร พ.ศ. 2562