การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง วิธีจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาคุณภาพและประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง วิธีจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ และศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาสาขาวิชาพลศึกษาและสาขาวิชาสุขศึกษา ชั้นปีที่ 2 ภาคต้น ปีการศึกษา 2552 จำนวน 30 คน โดยใช้แบบทดสอบ แบบประเมินคุณภาพบทเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจ เป็นเครื่องมือในการวิจัย และวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ ค่า E / E ผลการวิจัยพบว่า บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง วิธีจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.83/85.50 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 ส่วนคุณภาพของบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตด้านเนื้อหามีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก (X = 4.54) ด้านเทคนิคการผลิตสื่อมีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก (X = 4.50) และนักศึกษามีความพึงพอใจต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนอยู่ในระดับดี (X = 4.43) ข้อเสนอแนะจากการวิจัยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง วิธีจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ได้แก่ ควรทำการวิจัยเกี่ยวกับการเรียนการสอนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในเนื้อหาอื่น ๆ เนื่องจากการวิจัยในครั้งนี้พบว่าสื่อประเภทนี้มีประสิทธิภาพ จึงสมควรได้รับการพัฒนาสื่อทางด้านนี้ให้ครบทุกเนื้อหา และผู้จัดทำสื่อควรมีความรู้เกี่ยวกับโปรแกรมการจัดการนั้น ๆ และจัดหาเครื่องมือที่ทันสมัยมาดำเนินการเพื่อเป็นการประหยัดและมีความรวดเร็ว ไม่เสียเวลาทันกำหนดต่อการจัดการเรียนการสอน ส่งผลให้เครื่องมือที่จัดสร้างนั้นมีคุณภาพ ให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ต่อไป ควรมีการจัดความพร้อมด้านอุปกรณ์ และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีอิสระในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่ควรจำกัดด้านเวลา สถานที่ ขอบเขตของความรู้ เพื่อตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล