การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากกากมันสำปะหลังเพื่อเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกสำหรับไก่ไข่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
อุตสาหกรรมแป้งมันสําปะหลังก่อให้เกิดเศษเหลือ คือ กากมันสําปะหลังจาก กระบวนการผลิตเป็นจํานวนมากในแต่ละปี กากมันสําปะหลังมีแป้งเป็นองค์ประกอบอยู่สูง (50 - 70%) แต่มีปริมาณโปรตีนต่ําและเยื่อใยสูง จึงเป็นข้อจํากัดในการใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์สําหรับไก่ไข่ อย่างไรก็ตามเยื่อใยที่เป็นองค์ประกอบในกากมันสําปะหลังอาจมีประโยชน์ต่อการลดคอเลสเตอรอลใน ไข่แดงและการเปลี่ยนแปลงประชากรจุลินทรีย์ ดังนั้นการวิจัยในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผล ของการใช้กากมันสําปะหลังในรูปแบบต่าง ๆ คือ กากมันสําปะหลังปกติ กากมันสําปะหลังหมัก และ กากมันสําปะหลังเสริมเอนไซม์ในสูตรอาหารไก่ไข่ โดยแบ่งออกเป็น 6 การทดลอง คือ การทดลองที่ 1 ใช้ไก่ไข่พันธุ์อีซ่า บราวน์ อายุ 30 สัปดาห์ จํานวน 48 ตัว เลี้ยงบน กรงขังเดี่ยว และสุ่มไก่ไข่แบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ๆ ละ 8 ซ้ํา ตามแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ อาหาร ทดลองมี 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มควบคุม และกากมันสําปะหลังที่ระดับ 5, 10, 15, 20 และ 259% ให้อาหาร และน้ําอย่างเต็มที่ เป็นเวลา 10 วัน ทําการเก็บมูลในช่วง 4 วันสุดท้ายของการทดลองเพื่อนําไป ประเมินหาการย่อยได้และการใช้ประโยชน์ได้ของโภชนะ ผลการทดลองพบว่ากากมันสําปะหลัง สามารถใช้ในสูตรอาหารไก่ไข่ได้ถึง 20% โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการย่อยได้และการใช้ประโยชน์ได้ของ โภชนะ (P>0.05) อย่างไรก็ตามเมื่อใช้กากมันสําปะหลังในระดับที่สูงขึ้น (25%) ส่งผลให้การย่อยได้และ การใช้ประโยชน์ได้ของโภชนะลดลง (P<0.05) การทดลองที่ 2 ศึกษาผลของการใช้กากมันสําปะหลังต่อสมรรถนะการผลิต คุณภาพ ไข่ ปริมาณคอเลสเตอรอลในไข่แดง ประชากรจุลินทรีย์ การผลิตกรดไขมันที่ระเหยได้ และแอมโมเนีย ในไก่ไข่ ใช้ไก่ไข่พันธุ์อิซ่า บราวน์ อายุ 30 สัปดาห์ จํานวน 288 ตัว ทําการแบ่งไก่ไข่ออกเป็น 6 กลุ่ม เพื่อรับอาหารทดลอง (สูตรควบคุม 1 กลุ่ม และกากมันสําปะหลัง 5 กลุ่ม : 5, 10, 15, 20 และ 25%) ไก่ไข่ทั้งหมดได้รับอาหารและน้ําอย่างเต็มที่ เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่าสามารถใช้กาก มันสําปะหลังในสูตรอาหารไก่ไข่ได้ถึง 20% โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตไข่ น้ําหนักไข่ ปริมาณอาหาร ที่กิน ประสิทธิภาพการใช้อาหาร และคุณภาพไข่ (P>0.05) ยกเว้นสีของไข่แดงมีการลดลงตามระดับ ของกากมันสําปะหลังที่เพิ่มขึ้นในสูตรอาหาร (P<0.01) ส่วนน้ําหนักไข่ น้ําหนักไข่แดง และมวลไข่ลดลง เมื่อใช้กากมันสําปะหลังที่ระดับ 25% (P<0.05) อย่างไรก็ตามการใช้กากมันสําปะหลังที่ระดับ 20 - 25% สามารถลดปริมาณคอเลสเตอรอลในไข่แดงได้ (P<0.05) กากมันสําปะหลังสามารถเพิ่มจํานวน ประชากรจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์กลุ่ม Lactobacillus spp. และ Bifidobacterium spp. และสามารถ เพิ่มกรดโพรพิโอนิก และกรดอะซิติก (P<0.05) แต่ไม่พบความแตกต่างของจุลินทรีย์กลุ่ม E. coli และ ปริมาณแอมโมเนีย กากมันสําปะหลังไม่มีผลกระทบต่อปริมาณคอเลสเตอรอลในพลาสมาและยูเรีย ไนโตรเจนในเลือดเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (P>0.05) การทดลองที่ 3 ใช้ไก่ไข่พันธุ์อีซ่า บราวน์ อายุ 46 สัปดาห์ จํานวน 48 ตัว เลี้ยงในกรง ขังเดี่ยว จากนั้นทําการแบ่งไก่ออกเป็น 6 กลุ่ม ๆ ละ 8 ซ้ํา ๆ ละ 1 ตัว ให้น้ําและอาหารแบบเต็มที่เป็นเวลา 10 วัน อาหารทดลองมี 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มควบคุม และกลุ่มทดแทนด้วยกากมันสําปะหลังหมักที่ระดับ 8, 16, 24, 32 และ 40% ตามลําดับ ผลการทดลองพบว่ากากมันสําปะหลังหมักสามารถใช้ในสูตร อาหารไก่ไข่ได้ถึงระดับ 32% โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการย่อยได้และการใช้ประโยชน์ได้ของโภชนะ (P>0.05) แต่เมื่อใช้กากมันสําปะหลังหมักในระดับที่สูงขึ้น (40%) ส่งผลให้การย่อยได้และการใช้ ประโยชน์ได้ของโภชนะลดลง (P<0.05) การทดลองที่ 4 ใช้ไก่ไข่พันธุ์อีซ่า บราวน์ อายุ 54 สัปดาห์ จํานวน 192 ตัว ทําการแบ่ง ไก่ไข่ออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อรับอาหารทดลอง (สูตรควบคุม 1 กลุ่ม และสูตรทดแทนด้วยกากมันสําปะหลัง หมัก 3 กลุ่ม : 16, 24 และ 32%) เลี้ยงเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่าการใช้กากมัน สําปะหลังหมักทดแทนทุกระดับ ไม่มีผลกระทบต่อปริมาณอาหารที่กิน และน้ําหนักไข่ (P>0.05) ผลผลิต ไข่ลดลงเมื่อใช้กากมันสําปะหลังหมักที่ระดับ 32% (P<0.05) นอกจากนี้ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร มวลไข่ และประสิทธิภาพการใช้โปรตีนของไก่ไข่ลดลงแบบเส้นตรงตามระดับของการใช้กากมัน สําปะหลังหมักที่เพิ่มขึ้น (P<0.05) อย่างไรก็ตามการใช้กากมันสําปะหลังหมักไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพ ไข่ (P>0.05) ยกเว้นสีของไข่แดงมีการลดลงตามระดับของกากมันสําปะหลังหมักที่เพิ่มขึ้นในสูตรอาหาร (P<0.05) กากมันสําปะหลังหมักสามารถลดคอเลสเตอรอลในไข่แดงได้ประมาณ 5% แต่ไม่พบความ แตกต่างทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (P>0.05) ถึงแม้ว่ากากมันสําปะหลังหมักไม่มีผลใน การเปลี่ยนแปลงประชากรจุลินทรีย์ในลําไส้ส่วนท้าย แต่พบว่าสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตกรดอะซิติก และกรดบิวไทริกเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (P<0.05) สําหรับค่าทางชีวเคมีของโลหิต พบว่ากาก มันสําปะหลังหมักไม่มีผลกระทบต่อกิจกรรมของเอนไซม์ AST และ ALT ปริมาณยูเรียไนโตรเจน คอเลสเตอรอลในพลาสมา และภูมิคุ้มกันรวมของไก่ไข่ (P>0.05) จากการทดลองสรุปได้ว่าสามารถใช้ กากมันสําปะหลังหมักด้วยเชื้อรา A. oryzae ได้ถึงระดับ 24% ในอาหารไก่ไข่ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการ ย่อยได้และการใช้ประโยชน์ได้ของโภชนะ สมรรถนะการผลิต และคุณภาพไข่ การทดลองที่ 5 ใช้ไก่ไข่พันธุ์อีซ่า บราวน์ อายุ 55 สัปดาห์ จํานวน 45 ตัว เลี้ยงบน กรงขังเดี่ยว และสุ่มไก่ไข่แบ่งออกเป็น 9 กลุ่ม ๆ ละ 5 ซ้ํา อาหารทดลองมี 9 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มควบคุม และกากมันสําปะหลังที่ระดับ 20, 25, 30 และ 35% ร่วมกับการเสริมเอนไซม์ย่อยเยื่อรวมที่ประกอบ ไปด้วยเซลลูเลส กลูคาเนส และเซลลูเลส ที่ระดับ 0.10 และ 0.15% ให้อาหารและน้ําอย่างเต็มที่ เป็น เวลา 10 วัน ผลการทดลองพบว่าการใช้กากมันสําปะหลังที่ระดับ 20 - 35% ร่วมกับการเสริมเอนไซม์ รวมที่ระดับ 0.10 และ 0.15% ไม่มีผลกระทบต่อการย่อยได้ของสิ่งแห้ง และเยื่อใย (P>0.05) ส่วนค่า การย่อยได้ของสารอินทรีย์และการใช้ประโยชน์ได้ของไนโตรเจน มีค่าลดลงตามระดับกากมันสําปะหลัง ที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่พบความแตกต่างดังกล่าวในไก่ไข่กลุ่มที่ได้รับกากมันสําปะหลัง 209% โดยการเสริม เอนไซม์รวมที่ระดับ 0.10 และ 0.15% มีผลต่อการย่อยได้และการใช้ประโยชน์ได้ของโภชนะไม่ แตกต่างกัน (P>0.05) การทดลองที่ 6 ศึกษาผลของการใช้กากมันสําปะหลังร่วมกับการเสริมเอนไซม์เยื่อใย รวม ต่อสมรรถนะการผลิต คุณภาพไข่ ปริมาณคอเลสเตอรอลในไข่แดง ประชากรจุลินทรีย์ การผลิต กรดไขมันที่ระเหยได้ และแอมโมเนียในไก่ไข่ ใช้ไก่ไข่พันธุ์อิซ่า บราวน์ อายุ 32 สัปดาห์ จํานวน 336 ตัว ทําการแบ่งไก่ไข่ออกเป็น 7 กลุ่ม เพื่อรับอาหารทดลอง ได้แก่ สูตรควบคุม 1 กลุ่ม และกากมัน สําปะหลัง ที่ระดับ 20, 25 และ 309% ร่วมกับเสริมเอนไซม์ที่ระดับ 0.10 และ 0.15% ไก่ไข่ทั้งหมด ได้รับอาหารและน้ําอย่างเต็มที่ เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่าการใช้กากมันสําปะหลังที่ ระดับ 20 – 30% ร่วมกับการเสริมเอนไซม์รวม 0.10 - 0.15% ในอาหารไก่ไข่ ไม่มีผลกระทบต่อ ผลผลิตไข่ น้ําหนักไข่ ปริมาณอาหารที่กิน มวลไข่ ประสิทธิภาพการใช้อาหาร และประสิทธิภาพการใช้ โปรตีน เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (P>0.05) และคุณภาพไข่ (P>0.05) ยกเว้นสีของไข่แดงมีการ ลดลงตามระดับของกากมันสําปะหลังที่เพิ่มขึ้นในสูตรอาหาร (P<0.01) การใช้กากมันสําปะหลังที่ระดับ 20% ร่วมกับการเสริมเอนไซม์ 0.10% สามารถเพิ่มปริมาณกรดอะซิติกได้สูงกว่ากลุ่มควบคุม และกลุ่ม ที่ได้รับกากมันสําปะหลัง 30% และเสริมเอนไซม์ 0.15% (P<0.05) แต่ไม่พบความแตกต่างดังกล่าวใน ส่วนของกรดโพรพิโอนิก และกรดบิวไทริก (P>0.05) จากการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า กากมันสําปะหลังปกติ กากมันสําปะหลังหมัก และกากมันสําปะหลังเสริมเอนไซม์ สามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานในสูตรอาหารไก่ไข่ได้ถึงระดับ 20, 24 และ 30% ตามลําดับ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการย่อยได้และการใช้ประโยชน์ได้ของโภชนะ สมรรถนะการ ผลิต และคุณภาพไข่