กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อ การทดลองในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับกากมันสำปะหลังที่เหลือจากการผลิตเอทานอล (กากส่าเหล้าแห้ง) ในสูตรอาหารข้นต่อสมรรถนะการผลิตแพะเนื้อ โดยสัตว์ทดลองที่ใช้คือแพะเนื้อพื้นเมืองและแองโกล-นูเบียน ที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 12 ? 1.89 กิโลกรัม อายุเฉลี่ย 119 ? 17 วัน จำนวน 12 ตัว ทำการสุ่มจัดเข้าทดลองตามแผนการทดลอง แบบ Randomized complete block design (RCBD) กำหนดให้สัตว์ทดลองได้รับอาหารที่แตกต่างกัน 3 แบบเป็นปัจจัยการทดลอง คือ 1) กลุ่มควบคุม (กากส่า 0 เปอร์เซนต์ 2) กลุ่มที่ได้รับกากส่าในอาหารข้น ระดับ 20 เปอร์เซ็นต์ และ 3) กลุ่มที่ได้รับกากส่าในอาหารข้น ระดับ 40 เปอร์เซ็นต์ อาหารข้นคำนวณให้มีระดับโปรตีน 16 % ให้สัตว์ได้รับในปริมาณ 1.5 % ของน้ำหนักตัวโดยใช้ฟางแห้งเป็นอาหารหยาบหลักให้กินแบบเต็มที่ตลอดระยะเวลานาน 60 วัน ผลการทดลองพบว่า ปัจจัยการทดลองไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาณการกินได้ อาหารหยาบ (317.07, 333.45 และ 327.21 gDM/d, P>0.05) ปริมาณการกินได้อาหารข้น (84.13, 52.35 และ 34.70 gDM/d, P>0.05) และปริมาณการกินได้ทั้งหมด (401.20, 385.80, และ 361.91 gDM/d, P>0.05) โดยพบว่าไม่มีความแตกต่างกันในทุกกลุ่มทดลอง ส่วนความสามารถในการย่อยได้ของวัตถุแห้ง (64.89, 63.84, และ 48.93 %; P<0.01), ความสามารถในการย่อยได้ของอินทรีย์วัตถุ (65.29, 64.24 และ 49.33 %; P<0.01) จะเห็นว่ากลุ่มที่ได้รับระดับกากส่า 40 % มีค่าต่ำกว่าทุกกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ แต่ที่ระดับ 20 % ไม่แตกต่างกันกับสูตรควบคุม, ความเข้มข้นแอมโมเนียไนโตรเจนในกระเพาะหมัก (12.0, 12.1, 16.0 mg%; P<0.01) ที่ระดับ 20 % ไม่แตกต่างกันกับสูตรควบคุม แต่มีค่าเพิ่มสูงขึ้น ที่ระดับกากส่า 40 %, ความเข้มข้นกรดไขมันที่ระเหยง่ายทั้งหมด (76.2, 82.1, และ 69.1 mM; P>0.05) ทุกกลุ่มไม่มีความแตกต่างกัน นอกจากนี้ยังพบว่า อัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวัน (65.00, 60.83, และ 45.00 g/d; P<0.01) มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ โดยพบว่ากลุ่มที่ได้รับระดับกากส่า 40 % มีอัตราการเจริญเติบโตต่อวันต่ำที่สุด ผลการทดลองครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า การใช้กากส่าในสูตรอาหารข้นที่ระดับไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีผลกระทบต่อสมรรถนะการผลิตและอัตราการเจริญเติบโตของแพะเนื้อ ดังนั้นการนำกากส่าซึ่งเป็นเศษเหลือจากอุตสาหกรรมการผลิตเอทานอลมาเป็นอาหารแพะน่าจะสามารถลดต้นทุนการผลิตแก่เกษตรกรได้ และยังสามารถลดมลภาวะสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย