กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
กากมันสำปะหลังเป็นผลพลอยได้จากโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งมีปริมาณมากถึงปีละ 2-3 ล้านตัน กากมันสำปะหลังมีแป้งเป็นองค์ประกอบอยู่สูงประมาณ 50-60% แต่มีลักษณะฟ่าม เป็นฝุ่น และมีความน่ากินต่ำ ส่วนน้ำกากส่าเหล้า เป็นผลผลิตที่เหลือจากโรงงานผลิตสุรา ยังมีโภชนะที่หลงเหลือจากกระบวนการกลั่นแต่มีความชื้นสูง (น้ำหนักแห้ง 7%) เป็นของเสียที่ยากต่อการกำจัดและก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม หากมีวิจัยเพื่อนำวัตถุดิบทั้งสองชนิดมาใช้เป็นอาหารสำหรับสุกร น่าจะสามารถเพิ่มแนวทางการใช้ประโยชน์จากเศษเหลือและลดต้นทุนค่าอาหารได้ ดังนั้นการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อหาระดับที่เหมาะสมของการใช้กากมันสำปะหลังร่วมกับน้ำกากส่าเหล้า ต่อสมรรถนะการผลิต คุณภาพซาก การเปลี่ยนแปลงประชากรจุลินทรีย์ และการผลิตแอมโมเนีย ในสุกรเล็ก รุ่น และขุน ใช้สุกรลูกผสม 3 สาย (แลนด์เรช x ลาร์จไวท์ x ดูร็อค) น้ำหนักเฉลี่ย 16.3?1.92 กิโลกรัม จำนวน 100 ตัว (เพศผู้ตอน 50 ตัว และเพศเมีย 50 ตัว) โดยทำการสุ่มสุกรออกเป็น 5 กลุ่ม แต่ละกลุ่มแบ่งออกเป็น 4 ซ้ำ ๆ ละ 5 ตัว ทำการเลี้ยงจนกระทั่งสุกรมีน้ำหนักส่งตลาด ใช้แผนงานทดลองแบบสุ่มในบล็อคสมบูรณ์ (Randomized Complete Block Design, RCBD) อาหารทดลองมี 5 สูตร คือ 1) สูตรควบคุม 2) กากมันสำปะหลัง 15% + น้ำกากส่าเหล้า 3% น้ำหนักตัว 3) กากมันสำปะหลัง 15% +น้ำกากส่าเหล้า 6% น้ำหนักตัว 4) กากมันสำปะหลัง 30% + น้ำกากส่าเหล้า 3% น้ำหนักตัว และ 5) กากมันสำปะหลัง 30% + น้ำกากส่าเหล้า 6% น้ำหนักตัว ให้อาหารและน้ำแบบเต็มที่ตลอดการทดลอง ผลการทดลอง พบว่ากากมันสำปะหลังสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานในสูตรอาหารสุกรได้ถึงระดับ 30% เมื่อใช้ร่วมกับน้ำกากส่าเหล้า 3-6% น้ำหนักตัว โดยการใช้กากมันสำปะหลังที่ระดับ 30% ร่วมกับน้ำกากส่าเหล้า 3-6% น้ำหนักตัว สามารถเพิ่มประชากรจุลินทรีย์ Lactobacillus spp. (P<0.05) ได้ แต่ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงจุลินทรีย์ก่อโรค E. coli และการผลิตแอมโมเนีย การใช้กากมันสำปะหลังร่วมกับน้ำกากส่าเหล้าทุกระดับในช่วงสุกรเล็ก - รุ่น มีต้นทุนค่าอาหารต่อการเพิ่มน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่ำกว่ากลุ่มควบคุม แต่เมื่อพิจารณาตลอดช่วงการเลี้ยง (สุกรเล็ก - ขุน) มีเพียงการใช้กากมันสำปะหลังที่ระดับ 15% ร่วมกับน้ำกากส่าเหล้า 3% น้ำหนักตัวเท่านั้น ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่ากลุ่มควบคุม