Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2552

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอสสาหร่ายปรุงรส

จิราพร รุ่งเลิศเกรียงไกร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2552

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ผลิตภัณฑ์ซอสสาหร่ายข้น และ ซอสสาหร่ายใส ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลในการนำสาหร่ายไปใช้ประโยชน์มากขึ้น โดยศึกษาจากสาหร่าย 3 ชนิด คือ สาหร่ายโพรง (Solieria sp.) สาหร่ายสายใบ (Porphyra sp.) และสาหร่ายผมนาง (Gracilaria sp.) พบว่า สารสกัดจากสาหร่ายมีค่าความหนืดเรียงจากมากไปน้อย คือ สาหร่ายผมนาง สาหร่ายโพรง และ สาหร่ายสายใบ ตามลำดับ เมื่อพินิจจากลักษณะปรากฏของสารสกัดพบว่า สาหร่ายสายใบเหมาะสมในการนำไปผลิตซอสข้นเนื่องจากสารสกัดจากสาหร่ายสายใบกระจายตัวเป็นเนื้อเดียวกัน อีกทั้งมีกลิ่นไม่คาว และ ผู้บริโภคคุ้นเคย เมื่อปรับ pH ของของเหลวเป็น 5.5 ในระหว่างการเคี่ยวทำให้สารสกัดมีความหนืดสูงขึ้นกว่าที่ pH 5.0 (P < 0.05) และ การให้ความร้อน 85oซ. นาน 2 ชั่วโมง ทำให้สารสกัดมีความหนืดสูงขึ้นกว่าการใช้ความร้อนที่ 85oซ. นาน 3 ชั่วโมง และ 80oซ. นาน 2 และ 3 ชั่วโมง (P < 0.05) ในการผลิตซอสข้นตามสูตร แป้งมันสำปะหลังดัดแปรร้อยละ 2 ได้รับคะแนนความชอบทางประสาทสัมผัสในด้าน ลักษณะปรากฏ ความหนืด และ ความชอบรวม สูงกว่าร้อยละ 3 (P < 0.05) และภายหลังจากการพัฒนาสูตรด้วย mixture design ผลิตภัณฑ์มีค่า pH คือ 5.59 และ aw คือ 0.98 โดยผู้บริโภคทั่วไป 100 คน ให้การยอมรับร้อยละ 79 ซึ่งมีคะแนนความชอบรวมอยู่ในระดับชอบเล็กน้อย จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคจำนวน 200 คน พบว่า รูปแบบของซอสสาหร่ายใสที่ผู้บริโภคต้องการเรียงจากมากไปน้อยคือ รสสุกี้ รสบาร์บีคิว และรสซีฟู้ด ตามลำดับ เมื่อทดสอบลำดับความชอบ (ranking test) และ ความชอบ (hedonic test) ของซอสสาหร่ายต้นแบบที่ผลิตขึ้นในคุณลักษณะด้าน สี กลิ่น ความหนืด รสชาติ ความเหมาะสมในการผลิตซอส และความชอบรวม พบว่า ซอสสาหร่ายสายใบรสสุกี้ และ ซอสสาหร่ายผมนางรสบาร์บีคิว ได้รับคะแนนความชอบใกล้เคียงกัน และสูงกว่าซอสสาหร่ายโพรงรสซีฟู๊ด เมื่อใช้สารสกัดสาหร่ายที่ผ่านการให้ความร้อน 80oซ. นาน 3 ชั่วโมง ปริมาณร้อยละ 30 (w/w) ของส่วนผสมเครื่องปรุงทั้งหมด ได้รับคะแนนความชอบด้านลักษณะปรากฏ สี กลิ่น รสชาติ ความหนืด และความชอบรวมสูงกว่าที่ร้อยละ 20 และ 40 (P < 0.05) และ ซอสสาหร่ายผมนางรสบาร์บีคิวที่ผ่านการพัฒนาสูตรด้วย mixture design มีค่า pH คือ 3.93 และ aw คือ 0.93 โดยผู้บริโภคทั่วไป 100 คน ให้การยอมรับร้อยละ 86 ซึ่งมีคะแนนความชอบรวมอยู่ในระดับชอบปานกลาง ซอสสาหร่ายทั้ง 2 ชนิด ทั้งที่ไม่เติมและเติมโซเดียมเบนโซเอต บรรจุขณะร้อนในขวดแก้วแล้วนึ่งที่อุณหภูมิ 90 - 100oซ. นาน 10 นาที สามารถเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4oซ. และ 29 ? 3oซ. ได้มากกว่า 12 สัปดาห์ โดยตลอดระยะเวลาการเก็บรักษา 12 สัปดาห์ แบคทีเรียทั้งหมดมีปริมาณน้อยกว่า 1 ? 103 โคโลนี/กรัม โคลิฟอร์มน้อยกว่า 3 MPN / กรัม ยีสต์และราน้อยกว่า 10 โคโลนี / กรัม และความหนืดลดลงเล็กน้อย ผลิตภัณฑ์ซอสสาหร่ายข้น และ ซอสสาหร่ายใส ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลในการนำสาหร่ายไปใช้ประโยชน์มากขึ้น โดยศึกษาจากสาหร่าย 3 ชนิด คือ สาหร่ายโพรง (Solieria sp.) สาหร่ายสายใบ (Porphyra sp.) และสาหร่ายผมนาง (Gracilaria sp.) พบว่า สารสกัดจากสาหร่ายมีค่าความหนืดเรียงจากมากไปน้อย คือ สาหร่ายผมนาง สาหร่ายโพรง และ สาหร่ายสายใบ ตามลำดับ เมื่อพินิจจากลักษณะปรากฏของสารสกัดพบว่า สาหร่ายสายใบเหมาะสมในการนำไปผลิตซอสข้นเนื่องจากสารสกัดจากสาหร่ายสายใบกระจายตัวเป็นเนื้อเดียวกัน อีกทั้งมีกลิ่นไม่คาว และ ผู้บริโภคคุ้นเคย เมื่อปรับ pH ของของเหลวเป็น 5.5 ในระหว่างการเคี่ยวทำให้สารสกัดมีความหนืดสูงขึ้นกว่าที่ pH 5.0 (P < 0.05) และ การให้ความร้อน 85oซ. นาน 2 ชั่วโมง ทำให้สารสกัดมีความหนืดสูงขึ้นกว่าการใช้ความร้อนที่ 85oซ. นาน 3 ชั่วโมง และ 80oซ. นาน 2 และ 3 ชั่วโมง (P < 0.05) ในการผลิตซอสข้นตามสูตร แป้งมันสำปะหลังดัดแปรร้อยละ 2 ได้รับคะแนนความชอบทางประสาทสัมผัสในด้าน ลักษณะปรากฏ ความหนืด และ ความชอบรวม สูงกว่าร้อยละ 3 (P < 0.05) และภายหลังจากการพัฒนาสูตรด้วย mixture design ผลิตภัณฑ์มีค่า pH คือ 5.59 และ aw คือ 0.98 โดยผู้บริโภคทั่วไป 100 คน ให้การยอมรับร้อยละ 79 ซึ่งมีคะแนนความชอบรวมอยู่ในระดับชอบเล็กน้อย จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคจำนวน 200 คน พบว่า รูปแบบของซอสสาหร่ายใสที่ผู้บริโภคต้องการเรียงจากมากไปน้อยคือ รสสุกี้ รสบาร์บีคิว และรสซีฟู้ด ตามลำดับ เมื่อทดสอบลำดับความชอบ (ranking test) และ ความชอบ (hedonic test) ของซอสสาหร่ายต้นแบบที่ผลิตขึ้นในคุณลักษณะด้าน สี กลิ่น ความหนืด รสชาติ ความเหมาะสมในการผลิตซอส และความชอบรวม พบว่า ซอสสาหร่ายสายใบรสสุกี้ และ ซอสสาหร่ายผมนางรสบาร์บีคิว ได้รับคะแนนความชอบใกล้เคียงกัน และสูงกว่าซอสสาหร่ายโพรงรสซีฟู๊ด เมื่อใช้สารสกัดสาหร่ายที่ผ่านการให้ความร้อน 80oซ. นาน 3 ชั่วโมง ปริมาณร้อยละ 30 (w/w) ของส่วนผสมเครื่องปรุงทั้งหมด ได้รับคะแนนความชอบด้านลักษณะปรากฏ สี กลิ่น รสชาติ ความหนืด และความชอบรวมสูงกว่าที่ร้อยละ 20 และ 40 (P < 0.05) และ ซอสสาหร่ายผมนางรสบาร์บีคิวที่ผ่านการพัฒนาสูตรด้วย mixture design มีค่า pH คือ 3.93 และ aw คือ 0.93 โดยผู้บริโภคทั่วไป 100 คน ให้การยอมรับร้อยละ 86 ซึ่งมีคะแนนความชอบรวมอยู่ในระดับชอบปานกลาง ซอสสาหร่ายทั้ง 2 ชนิด ทั้งที่ไม่เติมและเติมโซเดียมเบนโซเอต บรรจุขณะร้อนในขวดแก้วแล้วนึ่งที่อุณหภูมิ 90 - 100oซ. นาน 10 นาที สามารถเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4oซ. และ 29 ? 3oซ. ได้มากกว่า 12 สัปดาห์ โดยตลอดระยะเวลาการเก็บรักษา 12 สัปดาห์ แบคทีเรียทั้งหมดมีปริมาณน้อยกว่า 1 ? 103 โคโลนี/กรัม โคลิฟอร์มน้อยกว่า 3 MPN / กรัม ยีสต์และราน้อยกว่า 10 โคโลนี / กรัม และความหนืดลดลงเล็กน้อย

คำสำคัญ

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอสสาหร่าย

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ผลของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากสาหร่ายต่อไรฝุ่น,<I> Dermatophagoides pteronyssinus</I> (Trouessart)

สุนีรัตน์ เรืองสมบูรณ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2554

การผลิตสารมูลค่าสูงจากกล้วยไม้สกุลหวายเพื่อขึ้นทะเบียนอาหารใหม่และการใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเชิงหน้าที่

อุดมลักษณ์ สุขอัตตะ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

การกำจัดสีย้อมจากน้ำเสียโดยใช้สาหร่ายเป็นตัวดูดซับ

สุนีรัตน์ เรืองสมบูรณ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2554

การใช้สารสกัดจากพรรณไม้น้ำเพื่อกำจัดสาหร่ายในบ่อเลี้ยงพรรณไม้น้ำ

นงนุช เลาหะวิสุทธิ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2558

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เห็ดตับเต่าในน้ำเกลือบรรจุขวดแก้วของตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วชิรญา เหลียวตระกูล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พ.ศ. 2560

เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและการเลี้ยงสาหร่ายไก Cladophora spp. ในพื้นที่จำกัด

พรพรรณ พุ่มพวง กรมประมง พ.ศ. 2561

ผลของตัวทำละลายต่อองค์ประกอบทางพฤกษเคมี ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสารสกัดจากพืชทนดี

ลักษมี วิทยา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พ.ศ. 2559

การสกัดและการวิเคราะห์ปริมาณสเตอรอลในสาหร่ายขนาดใหญ่บางชนิด

นพรัตน์ มะเห มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พ.ศ. 2555

สมบัติพรีไบโอติกของโพลิแซคคาไรด์ที่สกัดจากหาหร่ายสไปรูลิน่า

วนิดา ปานอุทัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2555

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากเห็ดตับเต่า

วิจิตรา เหลียวตระกูล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พ.ศ. 2563