กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษานี้เพื่อประเมินประสิทธิภาพของเม็ดลูกปัดยาแคลเซียมซัลเฟตและโพลีเมธิลเมต้าไคลเลทที่เตรียมจากยาอะมิกาซินและกานามัยซินที่เป็นยาสำหรับใช้ฉีด เม็ดลูกปัดเตรียมจากการผสมแคลเซียมซัลเฟตและโพลีเมธิลเมต้าไคลเลทกับยาในสัดส่วน 10 กรัม ต่อยาอะมิกาซิน 0.5 กรัม และ 10 กรัมต่อกานามัยซิน 1 กรัม จากนั้นนำเม็ดลูกปัดแช่ลงในบัฟเฟอร์เพื่อศึกษาการปล่อยยา และปริมาณยาที่ปล่อยออกมาตรวจวัดโดยใช้จุลชีววิธี นอกจากนี้ได้ศึกษาการปล่อยยาจากเม็ดลูกปัดยาที่เก็บที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็นที่ 4?C นาน 6 เดือน ผลการศึกษาพบว่ายาปล่อยออกจากเม็ดลูกปัดแคลเซียมซัลเฟตได้มากกว่าโพลีเมธิลเมต้าไคลเลทอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ยาถูกปล่อยออกจากเม็ดลูกปัดอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 20 วัน และระดับยาที่ปล่อยสูงกว่าขนาดยาต่ำสุดที่สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย S. aureus การเก็บเม็ดลูกปัดนาน 6 เดือนพบว่ายาที่ปล่อยออกจากเม็ดลูกปัดอะมิกาซิน-แคลเซียมและกานามัยซิน-โพลีเมธิลเมต้าไคลเลทเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็น และลูกปัดกานามัยซิน-แคลเซียมที่แช่เย็น ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนการปล่อยยาจากเม็ดลูกปัดลูกปัดอะมิกาซิน-โพลีเมธิลเมต้าไคลเลทที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็น และกานามัยซิน-แคลเซียมที่อุณหภูมิห้องไม่ได้รับผลกระทบจากการเก็บนาน 6 เดือน จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าเม็ดลูกปัดยาแคลเซียมซัลเฟตและโพลีเมธิลเมต้าไคลเลทสามารถเตรียมจากยาฉีดอะมิกาซินและกานามัยซิน และเม็ดลูกปัดสามารถปล่อยยาได้ต่อเนื่องทำให้สามารถนำเอาเม็ดลูกปัดยาเหล่านี้ไปใช้ในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียเฉพาะที่ได้ การศึกษานี้เพื่อประเมินประสิทธิภาพของเม็ดลูกปัดยาแคลเซียมซัลเฟตและโพลีเมธิลเมต้าไคลเลทที่เตรียมจากยาอะมิกาซินและกานามัยซินที่เป็นยาสำหรับใช้ฉีด เม็ดลูกปัดเตรียมจากการผสมแคลเซียมซัลเฟตและโพลีเมธิลเมต้าไคลเลทกับยาในสัดส่วน 10 กรัม ต่อยาอะมิกาซิน 0.5 กรัม และ 10 กรัมต่อกานามัยซิน 1 กรัม จากนั้นนำเม็ดลูกปัดแช่ลงในบัฟเฟอร์เพื่อศึกษาการปล่อยยา และปริมาณยาที่ปล่อยออกมาตรวจวัดโดยใช้จุลชีววิธี นอกจากนี้ได้ศึกษาการปล่อยยาจากเม็ดลูกปัดยาที่เก็บที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็นที่ 4?C นาน 6 เดือน ผลการศึกษาพบว่ายาปล่อยออกจากเม็ดลูกปัดแคลเซียมซัลเฟตได้มากกว่าโพลีเมธิลเมต้าไคลเลทอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ยาถูกปล่อยออกจากเม็ดลูกปัดอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 20 วัน และระดับยาที่ปล่อยสูงกว่าขนาดยาต่ำสุดที่สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย S. aureus การเก็บเม็ดลูกปัดนาน 6 เดือนพบว่ายาที่ปล่อยออกจากเม็ดลูกปัดอะมิกาซิน-แคลเซียมและกานามัยซิน-โพลีเมธิลเมต้าไคลเลทเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็น และลูกปัดกานามัยซิน-แคลเซียมที่แช่เย็น ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนการปล่อยยาจากเม็ดลูกปัดลูกปัดอะมิกาซิน-โพลีเมธิลเมต้าไคลเลทที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็น และกานามัยซิน-แคลเซียมที่อุณหภูมิห้องไม่ได้รับผลกระทบจากการเก็บนาน 6 เดือน จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าเม็ดลูกปัดยาแคลเซียมซัลเฟตและโพลีเมธิลเมต้าไคลเลทสามารถเตรียมจากยาฉีดอะมิกาซินและกานามัยซิน และเม็ดลูกปัดสามารถปล่อยยาได้ต่อเนื่องทำให้สามารถนำเอาเม็ดลูกปัดยาเหล่านี้ไปใช้ในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียเฉพาะที่ได้