การพัฒนาเม็ดลูกปัดยาปฏิชีวนะเพื่อใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียเฉพาะที่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้เพื่อประเมินประสิทธิภาพของเม็ดลูกปัดยาแคลเซียมซัลเฟตและโพลีเมธิลเมต้าไคลเลทที่เตรียมจากยาอะมิกาซินและกานามัยซินที่เป็นยาสำหรับใช้ฉีด เม็ดลูกปัดเตรียมจากการผสมแคลเซียมซัลเฟตและโพลีเมธิลเมต้าไคลเลทกับยาในสัดส่วน 10 กรัม ต่อยาอะมิกาซิน 0.5 กรัม และ 10 กรัมต่อกานามัยซิน 1 กรัม จากนั้นนำเม็ดลูกปัดแช่ลงในบัฟเฟอร์เพื่อศึกษาการปล่อยยา และปริมาณยาที่ปล่อยออกมาตรวจวัดโดยใช้จุลชีววิธี นอกจากนี้ได้ศึกษาการปล่อยยาจากเม็ดลูกปัดยาที่เก็บที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็นที่ 4?C นาน 6 เดือน ผลการศึกษาพบว่ายาปล่อยออกจากเม็ดลูกปัดแคลเซียมซัลเฟตได้มากกว่าโพลีเมธิลเมต้าไคลเลทอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ยาถูกปล่อยออกจากเม็ดลูกปัดอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 20 วัน และระดับยาที่ปล่อยสูงกว่าขนาดยาต่ำสุดที่สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย S. aureus การเก็บเม็ดลูกปัดนาน 6 เดือนพบว่ายาที่ปล่อยออกจากเม็ดลูกปัดอะมิกาซิน-แคลเซียมและกานามัยซิน-โพลีเมธิลเมต้าไคลเลทเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็น และลูกปัดกานามัยซิน-แคลเซียมที่แช่เย็น ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนการปล่อยยาจากเม็ดลูกปัดลูกปัดอะมิกาซิน-โพลีเมธิลเมต้าไคลเลทที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็น และกานามัยซิน-แคลเซียมที่อุณหภูมิห้องไม่ได้รับผลกระทบจากการเก็บนาน 6 เดือน จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าเม็ดลูกปัดยาแคลเซียมซัลเฟตและโพลีเมธิลเมต้าไคลเลทสามารถเตรียมจากยาฉีดอะมิกาซินและกานามัยซิน และเม็ดลูกปัดสามารถปล่อยยาได้ต่อเนื่องทำให้สามารถนำเอาเม็ดลูกปัดยาเหล่านี้ไปใช้ในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียเฉพาะที่ได้ การศึกษานี้เพื่อประเมินประสิทธิภาพของเม็ดลูกปัดยาแคลเซียมซัลเฟตและโพลีเมธิลเมต้าไคลเลทที่เตรียมจากยาอะมิกาซินและกานามัยซินที่เป็นยาสำหรับใช้ฉีด เม็ดลูกปัดเตรียมจากการผสมแคลเซียมซัลเฟตและโพลีเมธิลเมต้าไคลเลทกับยาในสัดส่วน 10 กรัม ต่อยาอะมิกาซิน 0.5 กรัม และ 10 กรัมต่อกานามัยซิน 1 กรัม จากนั้นนำเม็ดลูกปัดแช่ลงในบัฟเฟอร์เพื่อศึกษาการปล่อยยา และปริมาณยาที่ปล่อยออกมาตรวจวัดโดยใช้จุลชีววิธี นอกจากนี้ได้ศึกษาการปล่อยยาจากเม็ดลูกปัดยาที่เก็บที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็นที่ 4?C นาน 6 เดือน ผลการศึกษาพบว่ายาปล่อยออกจากเม็ดลูกปัดแคลเซียมซัลเฟตได้มากกว่าโพลีเมธิลเมต้าไคลเลทอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ยาถูกปล่อยออกจากเม็ดลูกปัดอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 20 วัน และระดับยาที่ปล่อยสูงกว่าขนาดยาต่ำสุดที่สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย S. aureus การเก็บเม็ดลูกปัดนาน 6 เดือนพบว่ายาที่ปล่อยออกจากเม็ดลูกปัดอะมิกาซิน-แคลเซียมและกานามัยซิน-โพลีเมธิลเมต้าไคลเลทเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็น และลูกปัดกานามัยซิน-แคลเซียมที่แช่เย็น ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนการปล่อยยาจากเม็ดลูกปัดลูกปัดอะมิกาซิน-โพลีเมธิลเมต้าไคลเลทที่อุณหภูมิห้องและแช่เย็น และกานามัยซิน-แคลเซียมที่อุณหภูมิห้องไม่ได้รับผลกระทบจากการเก็บนาน 6 เดือน จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าเม็ดลูกปัดยาแคลเซียมซัลเฟตและโพลีเมธิลเมต้าไคลเลทสามารถเตรียมจากยาฉีดอะมิกาซินและกานามัยซิน และเม็ดลูกปัดสามารถปล่อยยาได้ต่อเนื่องทำให้สามารถนำเอาเม็ดลูกปัดยาเหล่านี้ไปใช้ในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียเฉพาะที่ได้