กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลการตอบสนองท างภูมิคุ้มกันต่อ วัคซีนโรคปาก และเท้าเปื่อยชนิดโมโนวาเลนท์และไตรวาเลนท์ในสุกรขุน โดยทำการศึกษาเปรียบเทียบในสุกรขุน ทำการศึกษาในกลุ่มสุกรที่ทำวัคซีนโรคปากและเท้าเปื่อยชนิดโมโนวาเลนท์ชนิตไทป์ โอ และชนิดไตรวา เลนท์ ที่อายุ 8 สัปดาห์ และ 10 สัปดาห์ กับกลุ่มสุกรขุนที่ไม่ได้รับวัคซีน โดยมีสุกรกลุ่มละ 8 ตัว แล้วทำการ เจาะเก็บตัวอย่างเลือดและซึรั่ม จำนวน 7 ครั้ง โตยเริ่มต้นเก็บก่อนฉีดวัคนเข็มแรก แล้วเก็บทุก 2 สัปดาห์ หลังฉีตวัคซีนเข็มแรกจำนวน 5 ครั้ง และรั้งสุดท้ายเก็บที่ 13 หลังฉีดวัคซีนเข็มแรก หลังจากนั้นทำการ ตรวจการตอบสนองของภูมิคุ้มกันชนิดสารน้ำ โดยการวัตระดับแอนติบอดี ด้วยวิธี LP.ELISA (Liquid phase blocking ELISA) และการตอบสนองของภูมิคุ้มกันชนิดเซลล์ โดยการตรวจวัดการตอบสนองของ เชลล์ลิมโฟไซต์ (ymphocyte proliferation assay) เพื่อทำการเปรียบเทียบผลการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ผลการศึกษาครั้งนี้พบว่า กลุ่มที่ให้วัคซีนซนิดโมโนวาเลนท์ชนิดไทป์โอ มีระตับแอนติบอดีต่อไวรัสโรคปาก และเท้าเปื่อยชนิดไทป์ โ ได้ดีกว่า ในขณะที่ การตอบสนองของภูมิคุ้มกันชนิดเซลล์ต่อไวรัสโรคปากและ เท้าเปื่อยซนิดไทป์ โอ เกิดขึ้นต้ไม่ดีนัก ในทั้งสองกลุ่ม และพบว่าช่วงที่ทำการศึกษานั้น มีการระบาดของ โรคระบบสืบพันธุ์ในและระบบหายใจสุกรล้มเหลว หรือ พีอาร์อาร์เอส เมื่อทำการตรวจสอบระดับภูมิคุ้มกัน ต่อโรคพีอาร์อาร์เอส ก็พบว่า สุกรทั้งสามกลุ่ม มีระดับภูมิคุ้มกันที่อยู่ในระดับที่ถือว่าติดเชื้อ จึงมีความ เป็นไปได้ว่า มีการติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการในระหว่างการทดลอง การศึกษานี้จึงไม่อาจสรุปได้ถึงความ แตกต่างของผลการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อวัคชีนโรคปากและเท้าเปื่อยชนิดโมโนวาเลนท์และไตรวา เลนท์ในสุกร แต่บ่งชี้ให้เห็นว่า การติดเชื้อพีอาร์าร์เอส รบกวนการสร้างภูมิคุ้มกันจากการทำวัคชีนโรคปาก และเท้าเปื่อย โดยเฉพาะวัคนชนิดไตรวาเลนท์