การพัฒนาชีวภัณฑ์ในการป้องกันและควบคุมโรคปากและเท้าเปื่อย ระยะที่ 2
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โรคปากและเท้าเปื่อยเป็นโรคระบาตที่รุนแรงในสัตว์กี่บคู่เกิดจากไวร้สโรคปากและเท้าเปื่อย (foot and mouth disease virus, FMDV) ซึ่งมีความหลากหลายทางพันธุกรรมสูง ปัญหาสำคัญในการควบคุมและป้องกันโรคอย่างมี ประสิทธิภาพคือ การพัฒนาไวรัสวัคซีนให้ตรงกับสายพันธุ์ที่มีการระบาด เนื่องจากไวรัสจากภาคสนามส่วนใหญ่ไม่สามารถ เจริญไต้ดีในเชลล์เพาะเลี้ยงที่ใช้ผลิตวัคน และขาดการพัฒนาชีวภัณฑ์ต่าง ( เช่น โมโนโคสนัลแอนติบอดี ที่ใช้ในการวินิจฉัย และการศึกษาเกี่ยวกับ FMDV ครงกรวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโคลน cDNA ที่มีสายพันธุกรรมเต็มสายของ FMDV เพื่อ เป็นฐานในการผลิตไวรัสวัศน และผลิตโมโนโคลนัสแอนติบอดีที่จำเพาะต่อซีโรไทป์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัย การศึกษาระยะที่ 2 ไต้สร้างพาหะสำหรับนำยืนของไวรัสโรคปากและเท้าเปื่อยจำนวน 29 โครงสร้างแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม คือ pKLS I ทำงานภายใต้โปรโมเตอร์อาร์เอนเอโพลีมอเรส I, PKLS I ทำงานภายใต้โปรโมเตอร์อาร์เอนเอโพลีเมอเรส แ, PCMV ทำงานภายใต้โปรโมตอร์ของไซโตมกะโลไวรัส, PSMART และ pKLS 3 ซึ่งทำงานภายใต้โปรโมเตอร์อาร์เอนเอโพลี เมอเรส 17 ผลกรทตสอบพบว่า pKLS 3 สามารถเหนี่ยวนำการสังเคระห์จี๋โนมและโปรตีนของไวรัสโรคปากและเท้าเปื่อย และมีคุณสมบัติในการเป็นแพลทฟอร์มสำหรับการผสิตไวรัสวัคน การศึกษาจลนศาสตร์การเพิ่มจำนวนของไวรัส พบว่าไวรัส ที่ผลิตจากพลาสมิตแพลทฟอร์มมีอัตราการเพิ่มจำนวนไม่แตกต่างจากไวรัสธรรมชาติซึ่งเป็นต้นแบบนอกจากนั้นได้ผลิต hybridoma จาก B lymphocyte ของหนูที่ถูกกระตุ้นด้วย FMDV types A (A/Lopburi) และ 0 (0/189) ทตสอบโมโนโคลนจากกรกระตุ้นด้วยแอนติเจนไทป์ A ด้วย IPMA พบโคลนที่จำเพาะต่อ FMDV 5 โคลนปฐมภูมิ (26 isolates) ทุกโคลนจำเพาะต่อ conformational epitopes นอกจากนั้นคัตกรองไต้โมโนโคลนจากการกระตุ้นด้วย แอนติเจนไทป์ 0 ที่ให้ผลบวกในการทตสอบ ELISA จำนวน 13 โคลนปฐมภูมิ (66 isolates) พบว่ามีโมโนโคลนจำนวน 9 โคลน (31 isolates) ที่หลั่งแอนติบอดีให้ผลบวกเมื่อทตสอบด้วยวิธี IPMA และมีโมโนโคลนจำนวน 5 โคลน (20 isolates) ที่ แอนติบอดีให้ผลบวกเมื่อทตสอบด้วยวิธี westem blot โมโนโคลนส่วนใหญ่สร้างอิมมูโนกลอบบูสินชนิด IgG1 มีเพียงโมโน โคลนในชุดของ 9C4 เท่านั้นที่สร้างอิมมูโนกลอบบูสินชนิต !gG2A และโมโนโคลนเกือบทั้งหมดสร้างแอนติบอดีที่มี light chain ขนิด kappa (K) เบื้องต้นคัดเลือกโคลนที่นำสนใจมาขยายจำนวนและแยกโมโนโคลนัลแอนติบอดีให้บริสุทธิ์จำนวน 12 โคลน พบว่าโคลนปฐมภูมิในกลุ่ม 4F 10 (4 โคลน) และ 6F4 (3 โคลน) ผลิตและหลั่งแอนติบอดีที่จำเพาะต่อโปรตีนที่ใช้กระตุ้น ภูมิคุมกันขนาด 80 หรือ 100 kDa แต่ให้ผลลบในการทตสอบด้วย IPMA อีก 5 โคลนคือ 03E 11.F6.D7, 8D1.G2.D10, 8D6.B9.C3, 9C4.C8.E7 และ 9E2.B3.E10 ยังคงมีคุณสมบัติเหมือนเติมและมีศักยภาพในการนำไปใช้ต่อ โดยภาพรวม 1 ปีของการวิจัยระยะที่ 2 ตำเนินไปได้ดีตามแผนที่วางไว้ สามารถสร้าง Reverse genetics platform สำหรับผสิตไวรัสโรคปากและเท้าเปื่อยได้สำเร็จและอยู่ในระหว่างการยื่นขอสิทธิบัตร และได้ศึกษาคุณสมบัติของโมโนโคลนัล แอนติบอดีที่ผลิตจากแอนติเจนไทป์ 0 จำนวน 66 โคลน และมี 5 โลนที่สามารถนำไปใช้ต่อได้ การดำเนินการวิจัยต่อเนื่อง ในระยะต่อไป คาดว่าจะได้โมโนโคลนัลแอนติบอดีที่จำเพาะต่อซีโรไทป์ สามารถช้ตรวจจับ FMDV และใช้ในการพัฒนาชุต ตรวจแบบรวดเร็วได้ ทราบแผนผัง epitopes ของโมโนโตลนที่น่าสนใจ ซึ่งจะส่งเสริมประสิทธิภาพการควบคุมและป้องกันโรค ปากและเท้าเปื่อย