Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

ระบาดวิทยาโมเลกุลของโรคมือเท้าปากและการพัฒนาแนวปฏิบัติการควบคุมโรคมือเท้าปากที่มีประสิทธิภาพในภาคเหนือ ประเทศไทย

ธวัชชัย อภิเดชกุล มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยจากแผนงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมปัจจัยในการศึกษาวิจัยของโครงการ ย่อยที่ 1 และ 2 โดยจะศึกษาระบาดวิทยาของโรคมือเท้าปากและพัฒนาแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคมือ เท้าปากในศูนย์เด็กเล็กโดยใช้แบบสอบถามที่ผ่านการทดสอบคุณภาพแล้วรวมถึงการเก็บสิ่งตัวอย่างจากลาคอ เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ป่วยโรคมือเท้าปากที่เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลจา นวน 49 โรงพยาบาล 916 ครอบครัวจากศูนย์เด็กเล็ก และองค์การบริหารส่วนตาบล 18 แห่ง ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และพะเยา โดยการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ที่ค่าความผิดพลาดที่ ยอมรับได้ 0.05 ผลการวิจัยโครงการที่ 1 พบว่าช่วงเดือนมกราคม 2559- ธันวาคม 2559 มีจา นวนผู้ป่วยทั้งหมด 8,261 คน ร้อยละ 56 เป็นเพศชาย ร้อยละ 96.1 มีอายุน้อยกว่า 6 ปี ร้อยละ 97.4 เป็นผู้ป่วยนอก ร้อยละ 75.5 ป่วยในฤดู ฝน จา นวนผู้ป่วยมีความสัมพันธ์กับ อุณหภูมิ ความดันอากาศ ความชื้น และปริมาณฝน อย่างมีนัยสาคัญทาง สถิติ ผู้ป่วยที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 216 บาทต่อรายในกรณีผู้ป่วยนอก และ 3,678 บาทต่อรายในกรณีผู้ป่วยที่ต้องนอน พักรักษาตัวในโรงพยาบาล ผลการจา แนกสายพันธ์ของโรคมือเท้าปากจา นวนผู้ป่วย 306 คน พบว่า ร้อยละ 42.8 และในกลุ่มที่เป็นสายพันธ์มือเท้าปากพบว่าร้อยละ 56.2 เกิดจากเชื้อ Enterovirus A71 ร้อยละ 17.7 เกิดจากเชื้อ Coxsackievirus A16 และร้อยละ 26.1 เกิดจากเชื้อ Enteroviruses สายพันธ์อื่นๆ ผลการวิจัยโครงการที่ 2 จากผลการสารวจความรู้ทัศนคติ และการปฏิบัติตัวในการป้องกันและควบคุม โรคมือ เท้า ปาก ของ ของครูผู้ดูแลเด็ก พบว่า ร้อยละ 11.8 มีความรู้ในระดับต่า ร้อยละ 57.0 มีทัศนคติในระดับ ปานกลาง และ ส่วนใหญ่ร้อยละ75.2 มีการปฏิบัติในระดับดี สา หรับผลการสา รวจในกลุ่มผู้ปกครอง พบว่า ร้อย ละ 17.9 มีความรู้ในระดับต่า ร้อยละ 49.3 มีระดับทัศนคติอยู่ในระดับควรปรับปรับปรุงและร้อยละ 74.9 มีการ ปฏิบัติอยู่ในระดับดี ผลการสา รวจสิ่งแวดล้อมในศูนย์เด็กเล็ก พบว่า ปัจจัยด้านการจัดสภาพแวดล้อมภายในศูนย์ พัฒนาเด็กเล็กไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานศูนย์เด็กมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ สบู่ล้างมือในห้องส้วม ห้องพยาบาล แยกเด็กป่วย และ อ่างล้างมือในห้องส้วม และ ปัจจัยด้านการทาความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ ของเล่น เด็ก/ อาคารสถานที่ ที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานมากที่สุด 3 อันดับ คือ ความถี่ในการทาความสะอาดของเล่นเด็กเล็กที่ นา เข้าปากได้, ผ้าเช็ดหน้า/ผ้าเช็ดมือ และการทา ความสะอาดแก้วน้า ดื่ม ผลวิเคราะห์ทางสถิติเพื่อหาปัจจัยที่มีผล ต่อการระบาดของโรคมือ เท้า ปากในศูนย์เด็กเล็ก ได้แก่ ไม่มีอ่างล้างมือที่เหมาะสมสาหรับเด็ก (OR=3.66, 95%CI=1.35-9.96) เมื่อเปรียบเทียบกับศูนย์เด็กเล็กที่มีอ่างล้างมือที่เหมาะสมสาหรับเด็ก จา นวนเด็กในศูนย์เด็ก เล็ก น้อยกว่า 50 คน (OR=2.65, 95% CI=1.33-5.29) เมื่อเปรียบเทียบกับศูนย์เด็กเล็กที่มีจา นวนเด็ก มากกว่า 50 คน และทัศนคติระดับควรปรับปรุง (OR=11.58, 95%CI=1.27-105.15) เมื่อเปรียบเทียบกับทัศนคติระดับสูง อายุ ของเด็กเมื่อป่วยโรค มือ เท้า ปาก น้อยกว่า 2 ปี (OR=5.55, 95%CI=2.07-14.86) เมื่อเปรียบเทียบกับอายุของเด็ก เมื่อป่วยโรคมือ เท้า ปาก 5 ปีขึ้นไป และระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น(OR=0.45, 95%CI=0.26-0.78) และ มัธยมศึกษาตอนปลาย (OR=0.49, 95%CI=0.29-0.80) เมื่อเปรียบเทียบกับระดับการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่า ผลการสัมภาษณ์เชิงลึกเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่มีการวาง นโยบายและแนวปฏิบัติในการจัดการโรคมือเท้าปากโดยเฉพาะนอกจากนี้ยังพบการไม่คงทนของเจ้าหน้าที่และ ขาดแคลนเจ้าหน้าที่ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่สูงและทุรกันดานและประเด็นการใช้ผลิตภัณฑ์ในการทา ความสะอาด สิ่งแวดล้อมและของเล่นต่างๆ ภายในศูนย์เด็กเล็ก ซึ่งมีประสิทธิภาพต่า ในการทา ลายเชื้อไวรัสของโรคมือ เท้า ปาก ได้แก่ น้า ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สบู่ น้า ยาล้างจานและน้า เปล่า

คำสำคัญ

Effectivenesschildrenเด็กโรคมือเท้าปากMeteorologymolecular epidemiologyhand foot mouth diseaseอุตุนิยมวิทยาระบาดวิทยาโมเลกุลpractical guideline

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

สำรวจด้านระบาดวิทยา พัฒนาการตรวจวินิจฉัย และ การตรวจหาภูมิคุ้มกันต้านทานโรคมือ เท้า ปาก ในประเทศไทย

ยง ภู่วรวรรณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2556

Effectiveness of hand foot mouth disease prevention and control measures between high and low epidemic areas, Northern Thailand A qualitative approach

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2561

รายงานการสอบสวนโรคมือเท้าปากในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนประถมศึกษา ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

บัณฑิต พิทักษ์ พ.ศ. 2560

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อโรคมือ เท้า ปาก ของเด็กที่อยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย

ชฎาพร อินต๊ะ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2561

เทคนิคทางภูมิสารสนเทศสำหรับวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของโรคปากและเท้าเปื่อยในโคนม อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่

อริศรา เจริญปัญญาเนตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2561

การพัฒนารูปแบบการป้องกันควบคุมโรคมือเท้าปากของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

สราวุธ อัมพร พ.ศ. 2563

การศึกษาด้านระบาดวิทยาระดับโมเลกุลของไวรัสโรคปากและเท้าเปื่อย ที่ระบาดในประเทศไทยและระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างปี พ.ศ. 2553-2555

ปณิธาน ทองทา สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ พ.ศ. 2555

การพัฒนาการดำเนินงานป้องกันโรคมือเท้าและปากในชุมชน ตำบลนามะเขือ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์

ชาญชัยณรงค์ ทรงคาศรี มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2559

การศึกษาชนิดและการจำแนกสายพันธุ์ของเชื้อไวรัส ที่เป็นสาเหตุของโรคมือเท้าปากในเด็ก

สุชีรา ฉัตรเพริดพราย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2553

ผลของโปรแกรมสุขศึกษาในการป้องกันโรคมือเท้าปากในวัยเด็กโดยการ ประยุกต์แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและแรงสนับสนุนทางสังคมของ ผู้ดูแลเด็กและผู้ปกครองเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่น

อุดมลักษณ์ เพียรสุขเวช มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2557