Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

การสร้างรูปแบบการมีส่วนร่วมในการติดตามผู้สัมผัสโรคร่วมบ้านผู้ป่วยโรคเรื้อน ภาคใต้ตอนล่างประเทศไทย

ธนิษฐา ดิษสุวรรณ์ กรมควบคุมโรค พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรูปแบบการมีส่วนร่วมในการติดตามผู้สัมผัสโรคร่วมบ้านผู้ป่วยโรคเรื้อน ภาคใต้ตอนล่าง ประเทศไทย โดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบการปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติของชุมชนต่อโรคเรื้อน และการสนทนากลุ่มแบบเจาะจงในอำเภอรามัน จังหวัดยะลา จากผู้สัมผัสโรคเรื้อนร่วมบ้านและผู้มีส่วนได้-เสีย ภาคีเครือข่ายในชุมชน ระหว่างพฤษภาคม–กันยายน 2560 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และ Content analysis ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบครั้งนี้ สร้างขึ้นได้จากกระบวนการมีส่วนร่วมคิด ร่วมวิเคราะห์สถานการณ์ สภาพและสาเหตุของปัญหา ร่วมการหาแนวทางแก้ไขปัญหา และร่วมวางแผนออกแบบรูปแบบ ตามหน้าที่และความน่าเชื่อถือของบทบาททางสังคมของภาคีเครือข่ายในชุมชน ผู้เข้าร่วม 66.47% มีประสบการณ์ เคยสัมผัส หรือรู้จักโรคเรื้อนมาก่อน และช่องทางการรับรู้ที่สำคัญ (65.88%) ผ่านทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โดยชุมชนมีความรู้โรคเรื้อนระดับปานกลาง (Mean 16.63 คะแนน, SD 5.62) ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานโรคเรื้อน (52.94%) มีความรู้อยู่ในระดับสูง (Mean 22.22 คะแนน, SD 2.05) ขณะที่กลุ่มแกนนำชุมชนมีความรู้เกี่ยวกับโรคเรื้อนเฉลี่ย 12.80 คะแนน (SD 7.44) ทัศนคติชุมชนต่อการตีตราโรคเรื้อนสูง (Mean 14.08 คะแนน, SD 7.92) โดยอาสาสมัคสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน มีคะแนนการตีตราสูงที่สุด (Mean 15.19 คะแนน, SD 6.25) รองลงมาคือกลุ่มแกนนำชุมชน มีคะแนนการตีตรา (Mean 15.12 คะแนน, SD 7.42) ขณะที่กลุ่มผู้ป่วยมีคะแนนการตีตราน้อยที่สุด (Mean 8.76 คะแนน, SD 8.74, Median 4, P25=2.50, P75=18.00) ดังนั้นการสร้างรูปแบบในการติดตามผู้สัมผัสโรคร่วมบ้านผู้ป่วยโรคเรื้อนในเขตภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีความระมัดระวังเรื่องการตีตรา และสอดคล้องกับวัฒนธรรม กระบวนทัศน์ รวมทั้งวิถีชีวิตของผู้มีส่วนได้-เสียที่เป็นภาคีเครือข่ายในชุมชน

คำสำคัญ

การพัฒนารูปแบบLeprosyโรคเรื้อนพื้นที่เสี่ยงDevelopment StrategicHigh-risk Area

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ต้นทุนและประสิทธิผลการค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ในกลุ่มผู้สัมผัสโรคเรื้อน ภาคใต้ตอนล่างประเทศไทย

ธนิษฐา ดิษสุวรรณ์ กรมควบคุมโรค พ.ศ. 2560

เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมว่าด้วยเส้นทางชีวิตและกิจกรรมร่วมของครัวเรือนไทยภายใต้สถานการณ์ COVID-19

ธานี ชัยวัฒน์ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) พ.ศ. 2563

การพัฒนารูปแบบการจัดการการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในชุมชนที่มีความหลากหลายวัฒนธรรมเขตพื้นที่ชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย กรณีศึกษาโรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน

สุทธีพร มูลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2557

พฤติกรรมการแสวงหาการรักษาของผู้ป่ วยโรคเรื้อนในเขตกึ่งเมือง ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 กรุงเทพฯ

รุจิรา ตระกูลพัว กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2553

ผลกระทบของสถานการณ์โควิดต่อการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อในประเทศไทย และการบรรลุเป้าหมายระดับโลกและระดับชาติในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ

อรทัย วลีวงศ์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2564

การพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกันภาวะซึมเศร้าและฆ่าตัวตายของผู้ป่วยโรคเรื้อรังในเขตนครชัยบุรินทร์

ศักดา ขำคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2562

การพัฒนาชุมชนต้นแบบการประยุกต์ศักยภาพเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคเรื้อนในนิคมแม่ลาวเชียงราย

สิริโฉม พิเชษฐบุญเกียรติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2555

การสำรวจงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการให้คำปรึกษาในสถานสงเคราะห์ประเทศไทย

ฉัตรฤทัย ผุดผ่อง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2562

แนวทางการส่งเสริมศักยภาพของสื่อท้องถิ่นเพื่อการสื่อสารสุขภาพในชนบทภาคใต้

หนึ่งหทัย ขอผลกลาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2559

ผลกระทบจากนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ต่อการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในประเทศไทย

กิตติ ทองศรี สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2554