Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2557

การศึกษาวิทยาการระบาด และลักษณะพฤติกรรมทางด้านปัจเจกบุคคล กับโรคมะเร็งช่องปากในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของไทย

กุลชญา ลอยหา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2557

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเกิดโรคมะเร็งในช่องปาก ได้แก่ ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม (การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์, การสูบบุหรี่, การเคี้ยวหมาก,การรับรู้ความรุนแรงของโรคมะเร็งในช่องปาก, เกี่ยวกับการบริโภคอาหาร, การติดเชื้อไวรัส HPV และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก) ซึ่งใช้รูปแบบการศึกษาแบบ Case-control study design โดยสัมภาษณ์จากกลุ่มตัวอย่างรวมทั้งสิ้น 274 คน (Case = 137 คน และ Control = 137 คน) ซึ่งกลุ่ม Cases เป็นกลุ่มผู้ป่วยใหม่ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งในช่องปาก ที่มารับการรักษาที่แผนก หู คอ จมูก คลินิก (ENT) โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี ภายในช่วงระยะเวลา 6 เดือนก่อนที่จะทำการสัมภาษณ์ และเป็นผู้ป่วยที่มีรหัสโรคอยู่ในช่วง C00-C10 (อ้างอิงตาม ICD, 10th revision โดยยกเว้น C07-C08) โดยกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดได้ถูกวินิจฉัยยืนยันว่าเป็นโรคมะเร็งในช่องปากด้วยผล histological จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในระหว่างช่วงเดือนมกราคม 2555 – เดือนธันวาคม 2556 และเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์ โดยแบบสัมภาษณ์มีทั้งหมด 8 ด้าน ได้แก่ 1) ข้อมูลทั่วไปทางด้านประชากรศาสตร์ 2) การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 3) การสูบบุหรี่ 4) การเคี้ยวหมาก 5) การรับรู้ความรุนแรงของโรคมะเร็งในช่องปาก 6) ข้อมูลเกี่ยวกับการบริโภคอาหาร 7) การติดเชื้อไวรัส HPV (ทางช่องทาง Oral sex) 8. พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก แล้ววิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Multivariate logistic regression ซึ่งผลการศึกษาพบว่าการสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และการเคี้ยวหมากเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในช่องปาก (OR = 1.28, 1.38 และ 1.33 ; 95%CI = 0.65 - 2.51, 0.76 - 2.54, 0.78 - 2.16 ตามลำดับ) มีการรับรู้ความรุนแรงของการเกิดโรคมะเร็งในช่องปากอยู่ในระดับสูงแต่มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากอยู่ในระดับต่ำ

คำสำคัญ

- วิทยาการระบาดของโรคมะเร็งในช่องปาก (Epidemiology for oral cancer) - พฤติกรรมทางด้านปัจเจกบุคคล (Health behavior/Life style)

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การรับรู้ความรุนแรงของการเกิดโรคและพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคมะเร็งช่องปาก ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

กรุณา จันทุม มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ พ.ศ. 2559

ความผิดปกติเสี่ยงมะเร็งช่องปาก: ลักษณะทางคลินิกและการเปลี่ยนเป็นมะเร็ง

สุรวุฒน์ พงษ์ศิริเวทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2562

สมการทำนายความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งในช่องปาก

กุลชญา ลอยหา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2561

การสืบหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพในน้ำลายของผู้ป่วยโรคมะเร็งช่องปาก

เอกสิทธิ์ อุตรวิเชียร มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2551

Oral Cancer Awareness and Knowledge among Marginalised Group in Sungai Petani, Kedah, Malaysia

Universiti Sains Malaysia พ.ศ. 2563

The awareness and knowledge on oral cancer and its relation towards smoking habit among non-medical background students

Universiti Sains Malaysia พ.ศ. 2561

ปัจจัยที่มีผลต่อความตั้งใจในการไม่บริโภคอาารที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี ของผู้ที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดีในโครงการพัฒนาสาธารณสุขเพื่อการตรวจคัดกรอง ตรวจวินิจฉัยและบริการจัดการผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สุพรรณี พรหมเทศ พ.ศ. 2559

Behavioural habits and oral cancers risk among the Yemeni population: A case-control study

พ.ศ. 2562

Awareness of oral cancer and precancer among final year medical and dental students of Universiti Sains Malaysia (USM), Malaysia

Universiti Sains Malaysia พ.ศ. 2557

การศึกษาเปรียบเทียบถึงประสิทธิภาพของวิธีการเสริมทางคลินิกเพื่อช่วยในการตรวจและวินิจฉัยรอยโรคก่อนมะเร็งและรอยโรคมะเร็งในช่องปาก

สรสัณห์ รังสิยานนท์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2558