การพัฒนารูปแบบทางความคิดในการป้องกันนักดื่มแอลกอฮอล์หน้าใหม่ในชุมชนเขตบริการสุขภาพที่ 3
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบทางความคิดในการป้องกันนักดื่มแอลกอฮอล์หน้าใหม่ของเยาวชนในชุมชนเขตบริการสุขภาพที่ 3 รูปแบบการศึกษาเป็นวิจัยแบบผสานวิธี ประชากร คือเยาวชนอายุ 15 – 24 ปี คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างเพื่อเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพโดยคัดเลือกแบบเจาะจง จำนวน 30 คน และกลุ่มตัวอย่างในการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ ด้วยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพประกอบ คือแนวคำถามแบบมีโครงสร้างใช้วิธีการสนทนากลุ่มในการเก็บข้อมูล ข้อมูลเชิงปริมาณเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม ได้แก่ ข้อมูลทั่วไป องค์ประกอบพฤติกรรมภายในบุคล ได้แก่ ความรู้เรื่องความรู้เรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรับรู้ความรุนแรงของการดื่มแอลกอฮอล์ การรับรู้ประโยชน์ในการปฏิบัติตนต่อการไม่ดื่มแอลกอฮอล์ การรับรู้อุปสรรคของการดื่มแอลกอฮอล์ และความสามารถในการควบคุมตนเอง องค์ประกอบพฤติกรรมระหว่างบุคล ได้แก่ แรงสนับสนุนจากครอบครัวแรงสนับสนุนจากบุคคลรอบตัว อิทธิพลจากเพื่อน การเสริมแรง และการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร องค์ประกอบพฤติกรรมด้านบริบทและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ แรงสนับสนุนจากสังคม และสิ่งแวดล้อม กฎระเบียบ และนโยบายสาธารณะ และองค์ประกอบพฤติกรรมการป้องกันการดื่มแอลกอฮอล์ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และและวิเคราะห์ปัจจัยด้วยการวิเคราะห์สมการเชิงโครงสร้าง ผลการศึกษา พบว่าตัวแปรเหตุ ได้แก่ องค์ประกอบด้านพฤติกรรมส่วนบุคคล ส่งผลทางตรงต่อ องค์ประกอบด้านพฤติกรรมระหว่างบุคคล พฤติกรรมด้านบริบทและสิ่งแวดล้อม และ พฤติกรรมไม่ดื่มแอลกอฮอล์ องค์ประกอบด้านพฤติกรรมระหว่างบุคคล ส่งผลทางตรงต่อ พฤติกรรมด้านบริบทและสิ่งแวดล้อม และ พฤติกรรมการไม่ดื่มแอลกอฮอล์ องค์ประกอบพฤติกรรมด้านบริบทและสิ่งแวดล้อม ส่งผลโดยตรงต่อ พฤติกรรมการไม่ดื่มแอลกอฮอล์ องค์ประกอบด้านพฤติกรรมส่วนบุคคล ซึ่งเป็นตัวแปรต้นเหตุ ส่งผลทางอ้อมผ่าน องค์ประกอบด้านพฤติกรรมระหว่างบุคคล ไปสู่ ปลายทาง พฤติกรรมไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลทางอ้อม ผ่านพฤติกรรมด้านบริบทและสิ่งแวดล้อม สู่ พฤติกรรมไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และองค์ประกอบด้านพฤติกรรมระหว่างบุคคล ส่งผลทางอ้อมสู่องค์ประกอบพฤติกรรมด้านบริบทและสิ่งแวดล้อม และส่งผลต่อองค์ประกอบพฤติกรรมการไม่ดื่มแอลกอฮอล์ โมเดลมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่าไค สแควร์ เท่ากับ 372.576 ค่า P-value เท่ากับ 0.147 และไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ดัชนีความกลมกลืน (Goodness of fit : GFI) เท่ากับ 0.943 ค่า ดัชนีความกลมกลืนที่ปรับแก้แล้ว (Adjusted Goodness of fit : AGFI) เท่ากับ 0.918 และค่าดัชนีรากกำลังสองเฉลี่ยของเศษ (Root mean Squared Residual : RMR) เท่ากับ 0.067 และ พบว่าอิทธิพลของตัวแปรแผงทุกตัวสามารถทำนายพฤติกรรมการป้องกันการดื่มแอลกอฮอล์ ได้ร้อยละ 20 (R2 = .20) โดยพบว่าตัวแปรแฝงพฤติกรรมด้านบริบทและสิ่งแวดล้อม อธิบายความผันแปรจากตัวแปรแฝงพฤติกรรมส่วนบุคคล และพฤติกรรมระหว่างบุคคล ได้ร้อยละ 74 (R2 = .74) และตัวแปรแฝง พฤติกรรมระหว่างบุคคล สามารถอธิบายความผันแปรจากอิทธิพลของตัวแปรแฝงพฤติกรรมส่วนบุคคล ได้ร้อยละ 65 (R2 = .65) ตามลำดับ ข้อเสนอแนะ ควรนำผลจากการศึกษาครั้งนี้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาเพื่อป้องกันการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชนในเขตพื้นที่สุขภาพที่ 3 และพื้นที่อื่นที่มีบริบทใกล้เคียงกันเนื่องจาการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารูปแบบนี้สามารถป้องกันการดื่มได้ถึงร้อยละ 20