ประยุกต์ Logic Model ในการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานป้องกันและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชน ในเขตพื้นที่เครือข่ายบริการที่ 9 นครชัยบุรินทร์ (ระยะที่ 3)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยประยุกต์ Logic Model ในการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานป้องกันและปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชน ในเขตพื้นที่เครือข่ายบริการที่ 9 นครชัยบุรินทร์ ระยะยะ ที่ 3 นี้มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อประเมินความสำเร็จในรูปแบบ"กลไกทีมสุขภาพประจำตำบล"ในการ ดำเนินงานป้องกันและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชนในพื้นที่ชนบท พื้นที่ ตำบลสมุด อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ในกลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. ทีมสุขภาพตำบล 72 คน 2. เยาวชน 182 คน และ 3. ผู้ประกอบการร้านค้า 34 คน เก็บข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2559 ซึ่งผู้วิจัยดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย S.D. ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การ วิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า ทีมสุขภาพตำบล 72 คน ส่วนมากเป็นเพศหญิงร้อยละ 54.2 อายุเฉลี่ย 47.0 ปี (S.D. = 12.8) ส่วนใหญ่เป็น อสม. ผู้ใหญ่บ้าน และจิตอาสา ระยะเวลาทำงานด้านควบคุมการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์โดยเฉลี่ยเท่ากับ 4.4 ปี (5.D.=3.0) มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย มาตรการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ของทีมสุขภาพตำบล ในภาพรวมพบว่าระดับดี ร้อยละ 69.4 มีการดำเนินงานของทีมสุขภาพ ประจำตำบลมี 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่1) สร้างสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างกระแสในชุมชมชน 2) รณรงค์สร้าง กระแสไม่ดื่มสุราในงานบุญ ประเพณี 3) สร้างความรู้ ความตระหนัก การรับรู้ด้านกฎหมายและกฎระเบียบ ชุมชน และ4) ติดตาม ตรวจเยี่ยม เฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายในการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์และกฏระเบียบชุมชนในรูปคณะกรรมการ มีความคงอยู่ของการดำเนินกิจกรรมปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชนโดยทีมสุขภาพ ในภาพรวมพบว่าอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 62.5 เยาวชนจำนวน 182 คน ส่วนมากเป็นเพศชายร้อยละ 62.1 อายุเฉลี่ย 18.8 ปี (5.D.=2.8) ระดับ การศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช.ร้อยละ 45.1 เป็นนักเรียน/นักศึกษาร้อยละ 52.2 เป็นผู้ดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวน 93 คน คิดเป็นร้อยละ 51.1 เยาวขนส่วนใหญ่พักอาศัยอยู่กับบิดาและมารดา ได้รับสื่อรณรงค์เรื่องลด ละ เลิก สุรา จากโทรทัศน์มากที่สุด ร้อยละ 64.8 ในขณะที่การได้รับสื่อจากผู้ปกครอง มีสูงถึงร้อยละ 42.3 จากครูอาจารย์ ร้อยละ 39.0 และจากผู้นำชุมชน ร้อยละ 33.5 กิจกรรมที่เข้าร่วมด้านการ ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากที่สุดคือการอบรมเรื่องป้องกันหรือลด ละ เลิกการดื่มสุรา ส่วนใหญ่ เยาวชนมีความรู้เกี่ยวกับมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชนภาพรวมอยู่ในระดับดี ร้อยละ 47.8 การรับรู้ความรุนแรงต่อการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวขนภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 56.0 การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชนภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 49.5 การรับรู้ความสามารถของตนเองในการป้องกันการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภาพรวมอยู่ในระดับปาน กลาง ร้อยละ 51.1 ความคาดหวังในประสิทธิผลของการป้องกันการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภาพรวม อยู่ใน ระดับดี ร้อยละ 69.8 ความตั้งใจในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชนภาพรวมอยู่ในระดับดี ร้อยละ 52.8 และการสนับสนุนและควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยผู้ปกครองเยาวชน ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 54.9 สำหรับผู้ประกอบการร้านค้า 34 คน พบว่าส่วนมาเป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ยเท่ากับ 49 ปี (5.D. = 14.3) ระดับการศึกษาชั้นประถมศึกษา ระยะเวลาจำหน่ายสินค้าโดยเฉลี่ย 10.5 ปี (5.D. = 11.8) ระยะเวลา จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉลีย 9.6 ปี (S.D. = 10.7) เป็นร้านค้าประเภทร้านโชห่วย/ร้านขายของชำ ร้อยละ 94.1 สถานะของผู้ประกอบการเป็นเจ้าของร้าน ร้อยละ 76.5 เคยอบรมกฎระเบียบการขายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ร้อยละ 67.7 โดยครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างเคยรับการอบรมฯ 2 ครั้ง การรับรู้ด้านกฎหมายและ มาตรการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ประกอบการร้านค้าภาพรวมอยู่ในระดับดี ร้อยละ 91.8 ร้านค้าที่สำรวจส่วนใหญ่มีป้ายกำหนดเวลาขาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ 67.7 มีป้ายกำหนดอายุผู้ ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร้อยละ 52.9 ไม่มีป้ายติดเตือนเกี่ยวกับการรณรงค์หรือข้อกฎหมายควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์อื่นๆ ร้อยละ 67.7 และไม่พบการติดป้ายหรืออุปกรณ์โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อ เครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านหรือหน้าร้านร้อยละ 94.1 การเข้าถึงสื่อรณรงค์รณรงค์ลด ละ เลิกการดื่มแอลกอฮอลของเยาวชนได้จากบุคคลที่มีส่วนสำคัญต่อ การดำเนินโครงการ อีกทั้งความรู้และการรับรู้ทุกด้านของเยาวชนสูงกว่าภาพรวมของเยาวชนในเขตสุขภาพที่ 9 ในวิจัยระยะที่ 1 ที่ถูกสำรวจปี 25557 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงด้านผลลัพธ์ที่เกิดจากการ กระบวนการวิจัยในระยะที่ 2 ที่เกิดรูปแบบ"กลไกทีมสุขภาพประจำตำบล" ดังนั้นกรมควบคุบคุมโรค ควร ผลักดันให้ชุมชนชนบทมีการทำงานในรูปแบบทีมสุขภาพตำบลและพัฒนาให้ทีมฯ ให้มีความรู้และทักษะทักษะการ ดำเนินงานป้องกันและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อประโยชน์ต่อการบังคับใช้ กฎหมาย นำไปสู่การลดนักดื่มได้ต่อไป