ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ของร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบไม่มีที่นั่งดื่มพื้นที่เสี่ยงสูง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จังหวัดชัยภูมิถือเป็นหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและเป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงสูงในเรื่องความชุกของนักดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮฮล์ การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ของร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบไม่มี ที่นั่งดื่ม (Off-premise) ในพื้นที่เสี่ยงสูง ผู้วิจัยใช้การสุ่มแบบ Two-Stage Random Sampling ในทุกอำเภอของจังหวัดชัยภูมิและดำเนินการเก็บข้อมูลกับร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบไม่มีที่นั่งดื่ม ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2560 โดยใช้แบบสอบถามและแบบสังเกตร้านค้า วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย S.D. และ Logistic Regression ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาจากการสำรวจร้านค้าและผู้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวน 382 ร้าน/คน พบว่าอายุเฉลี่ย 50.9 ปี (S.D.= 12.8) ส่วนใหญ่เป็นผู้จำหน่ายส่วนใหญ่เพศหญิง ร้อยละ 72.5 เป็นร้านโชห่วย/ร้านขายของชํา ร้อยละ 92.1 ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล ร้อยละ 57.1 ไม่เคยการอบรมเกี่ยวกับกฎระเบียบการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ 77.5 ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ร้านค้าได้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ร้อยละ 39.8 ซึ่งวิธีการได้ข้อมูลอายุของผู้ซื้อ ใช้วิธีการขอดูบัตรประชาชนเพียงร้อยละ 5.2 มีการจำหน่ายในช่วงเวลาห้ามขายสูงสุดคือเวลา 14.00-17.00 น.ร้อยละ 77.8 ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญสูงสุดคือวันออกพรรษา ร้อยละ 27.5 ร้านค้าโดยส่วนใหญ่ได้รับการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร้อยละ 88.2 และไม่พบร้านใดติดป้ายหรือพบอุปกรณ์โฆษณาให้ซื้อเครื่องดื่มด้วยการลด-แลก-แจก-แถม ชิงรางวัล ส่วนความรู้ที่ผู้จำหน่ายเข้าใจผิดมากที่สุด คือเรื่องเวลาในการอนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อวิเคราะห์อิทธิพลของปัจจัยต่างๆ ต่อการปฏิบัติ/ไม่ปฏิบัติตามพรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 โดยการควบคุมตัวแปรที่มีอิทธิพลร่วมด้วยสถิติ Multiple Logistic Regression พบว่าปัจจัยด้านความรู้ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เพศ อายุของผู้จำหน่าย การเคยได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และตำแหน่งร้านค้าที่ตั้งนอกเขตเทศบาล มีอิทธิพลต่อการปฏิบัติ/ไม่ปฏิบัติตามพรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 95% ผลการวิจัยนี้สนับสนุนการเกิดสถานการณ์ความชุกของนักดื่มฯ ระดับสูง ดังนั้นการพัฒนากฏหมายและรูปแบบการบังคับใช้กฏหมายในพื้นที่เสี่ยงสูงที่เฉพาะเจาะจงต้องคำนึงถึงประเด็นข้อค้นพบต่างๆ นี้ต่อไป