การศึกษาความชุกและลักษณะของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในผู้บาดเจ็บทางถนนที่มารับการบริการในโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป 12 แห่ง ทั่วประเทศ ช่วงเทศกาลสงกรานต์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ความชุกและลักษณะการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนและมารับการรักษาในโรงพยาบาลเครือข่ายเฝ้าระวังการบาดเจ็บ 12 แห่ง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2560 เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวางโดยใช้ข้อมูลการสัมภาษณ์ร่วมกับข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บ และวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงพรรณนาด้วยค่าเฉลี่ย ค่าความถี่และร้อยละ ผลการวิจัยพบว่ามีผู้บาดเจ็บจากการจราจรทางถนน รวม 1,546 คน ความชุกของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายใน 24 ชั่วโมงก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บคิดเป็นร้อยละ 31 เครื่องดื่มที่นิยมสูงสุดคือเบียร์ (45.4%) รองลงมาคือ ดื่มสุราขาว/สุรากลั่นชุมชน (24.8%) และสุราสี/สุราแดง (21.6%) ตามลำดับ ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ (75.3%) ตอบว่าดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงวันสงกรานต์ 12-15 เมษายน โดยเริ่มดื่มตั้งแต่ช่วงบ่ายในช่วงเวลาเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นวันหยุด สอดคล้องกับวันที่เกิดเหตุ วันที่ 13 เมษายน สูงที่สุด ในช่วงเทศกาล เวลาผู้บาดเจ็บที่ดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 1 ใน 3 เริ่มดื่มเวลา 16.00-18.00 น (21%) รองลงมาคือ 18.00-20.00 น.และ 08.00-10.00 น. (13% และ 11.2% ตามลำดับ) และเลิกดื่ม เวลา 18.00-20.00 น. (21%) รองลงมาคือ 20.00-22.00 น.และ 00.00-02.00 น. (13.8%และ 13% ตามลำดับ) ระยะเวลาที่ดื่มเฉลี่ย 3.04 ชั่วโมง (SD 2.53) สถานที่ดื่มแอลกอฮอล์คือบ้านคนอื่น ร้อยละ 41.6 รองลงมาเป็นบ้านตนเอง (23.7%) ร้านขายของชำ (7%) และ ร้านอาหาร/คาราโอเกะ (7%) สถานที่ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คือร้านของชำ/โชว์ห่วย (62.1%) รองลงไปคือร้านสะดวกซื้อ (12.8%) และร้านคาราโอเกะ (8.8%) ส่วนใหญ่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับเพื่อน (77.1%) ปริมาณกรัมของแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ในผู้บาดเจ็บทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่าค่าเฉลี่ยเท่ากับ 155.6 เมื่อพิจารณาระดับแอลกอฮอล์ในเลือดพบว่าผู้บาดเจ็บทางถนน มีระดับในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ร้อยละ 76.1 การศึกษานี้บ่งชี้ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเน้นการบังคับใช้มาตรการควบคุมการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เวลา อายุ และบริเวณจำหน่ายเครื่องดื่มอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะร้านขายของชำ/โชว์ห่วยในชุมชนซึ่งผู้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่บาดเจ็บเลือกใช้บริการมากที่สุดในช่วงเทศกาล