การป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม การปกป้องตนทางเพศและสุขภาพ ของนักเรียนวัยรุ่น
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แผนการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุของพฤติกรรมการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย และ 2) ศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุของพฤติกรรมการปกป้องตนทางสังคมและสุขภาพของนักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ตัวอย่าง เป็นนักเรียนชายและหญิงระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย จำนวน 1,228 คน และนักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 1,250 คน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดกรุงเทพมหานคร และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยแบบวัด ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา ได้แก่ความสอดคล้องของข้อความกับประเด็นที่ต้องการศึกษา เท่ากับ 0.8–1.00 โดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน และความเที่ยงด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคมีค่าเท่ากับ 0.62–0.92 การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติเชิงบรรยาย โดยคำนวนค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์องค์ประกอบ การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ การวิเคราะห์แปรปรวนแบบสามทาง และการวิเคราะห์อิทธิพล ผลการศึกษาของวัตถุประสงค์ที่ 1 การศึกษานักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย พบว่า ตัวแปรกลุ่มจิตลักษณะที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม ได้แก่ ความเชื่ออำนาจในตน ลักษณะมุ่งอนาคต-ควบคุมตน และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ตัวแปรกลุ่มสถานการณ์ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม ได้แก่ การได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบรักสนับสนุน และการได้รับแบบอย่างจากเพื่อนและครอบครัว และทัศนคติที่ดีต่อพฤติกรรมการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม ส่งผลต่อพฤติกรรมการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคม กลุ่มเสี่ยงได้แก่ นักเรียนชายและหญิงระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย สังกัดกรุงเทพมหานคร นักเรียนชายสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนักเรียนสังกัดการศึกษาเอกชน โดยเฉพาะนักเรียนที่ฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวต่ำ เป็นผู้ที่มีพฤติกรรมการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและสังคมน้อย ผลการศึกษาของวัตถุประสงค์ที่ 2 การศึกษานักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนตัน พบว่า ตัวแปรกลุ่มจิตลักษณะที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการปกป้องตนทางสังคมและสุขภาพ ได้แก่ สุขภาพจิตที่ดี ลักษณะมุ่งอนาคต - ควบคุมตน และค่านิยมในการรักนวลสงวนตัว ตัวแปรกลุ่มสถานการณ์ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมปกป้องตนทางสังคมและสุขภาพ ได้แก่ การเปิดรับข่าวสารด้านสังคมและสุขภาพ และการได้รับแบบอย่างจากเพื่อนและครอบครัว และทัศนคติที่ดีต่อพฤติกรรมการปกป้องตนทางสังคมและสุขภาพ ผลต่อพฤติกรรมการปกป้องตนทางสังคมและสุขภาพ กลุ่มเสี่ยงได้แก่ นักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดกรุงเทพมหานคร ที่การศึกษาของบิดาสูงกว่าระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และที่มีรายได้ของครอบครัวมากกว่า 30,000 บาท เป็นผู้ที่มีพฤติกรรมการปกป้องตนทางสังคมและสุขภาพน้อย ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปใช้เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันความรุนแรง โดยเน้นที่การปลูกฝังจิตลักษณะที่ดีให้กับนักเรียน และการมีส่วนร่วมของครอบครัว และโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนได้รับการดูแลที่ถูกต้องเหมาะสมจนเกิดพฤติกรรมที่ดีต่อไป