กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อชื่อวิจัยปัจจัยเชิงเหตุทางจิตลักษณะและสถานการณ์ของพฤติกรรมการเสริมสร้างพลังครอบครัววิถีใหม่ไร้ความรุนแรงของเยาวชนไทย ชื่อผู้วิจัย สุวลักษณ์ อ้วนสอาด อนันต์ แย้มเยื้อน และภีรวัฒน์ นนทะโชติปีที่สำเร็จการวิจัย 2565 ทุนอุดหนุนการวิจัย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติสถาบันครอบครัวไทยอ่อนแอจากปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสาธารณสุข ดังนั้น รัฐจึงเน้นการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ให้สถาบันครอบครัวให้มีความอยู่ดีมีสุขและเข้มแข็งเอื้อต่อการพัฒนาคนและประเทศ บ่มเพาะและหล่อหลอมเยาวชนให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีสุขในอนาคต งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อสร้างและพัฒนาเครื่องมือวัดพฤติกรรมการเสริมสร้างพลังครอบครัววิถีใหม่ไร้ความรุนแรงของเยาวชนไทย 2) เพื่อศึกษาปัจจัยเชิงเหตุทางจิตลักษณะและสถานการณ์ของพฤติกรรมการเสริมสร้างพลังครอบครัววิถีใหม่ไร้ความรุนแรงของเยาวชนไทย งานวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงปริมาณ การวิจัยแบบความสัมพันธ์เปรียบเทียบ (Correlational-Comparative Study) กลุ่มตัวอย่าง คือ เยาวชนไทย ใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอนกำหนดโควตา (Multistage Quota Random Sampling) กลุ่มตัวอย่างจำนวน 800 คน สำหรับการวิเคราะห์วัตถุประสงค์ที่ 1 และกลุ่มตัวอย่างจำนวน 450 คน สำหรับการวิเคราะห์วัตถุประสงค์ที่ 2 พบผลที่สำคัญ 2 ประการจากการวิจัยดังนี้ ประการแรก แบบวัดพฤติกรรมการเสริมสร้างพลังครอบครัววิถีใหม่ไร้ความรุนแรง จำนวน 3 แบบวัด ได้แก่ 1) แบบวัดพฤติกรรมสร้างภูมิคุ้มกันในตน 3 องค์ประกอบ ได้แก่ สติ สัมปชัญญะการใช้สื่อสังคมออนไลน์ การมองโลกในแง่ดี และการพึ่งพาตนเอง 2) แบบวัดพฤติกรรมป้องกันและหลีกเลี่ยงความรุนแรงในครอบครัว 5 องค์ประกอบ ได้แก่ การป้องกันความรุนแรงจากสภาพสังคม การป้องกันความรุนแรงจากสภาพเศรษฐกิจ การป้องกันความรุนแรงจากสื่อสังคมออนไลน์ การหลีกเลี่ยงความรุนแรงจากสิ่งเสพติด และการหลีกเลี่ยงความรุนแรงจากการดำเนินชีวิต และ 3) แบบวัดพฤติกรรมจัดการปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว 3 องค์ประกอบ ได้แก่ การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ในครอบครัว การปลูกฝังมารยาทและคุณธรรมในครอบครัว และการสร้างสัมพันธภาพและการให้คำปรึกษาในครอบครัว โดยทั้ง 3 แบบวัด สามารถอธิบายความแปรปรวนได้ 57.05%, 60.50% และ 57.00% ตามลำดับ เมื่อทำการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันทุกแบบวัด ปรากฏว่าโมเดลกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ประการที่สอง การวิเคราะห์แบบถดถอยพหุคูณ พบว่า จิตลักษณะเดิม สถานการณ์ และจิตลักษณะตามสถานการณ์ ทั้ง 14 ตัวแปร 1) สามารถทำนายพฤติกรรมสร้างภูมิคุ้มกันในตนได้ 54.70% โดยมีลำดับตัวทำนายที่สำคัญ คือ การอบรมเลี้ยงดูแบบรักสนับสนุนและใช้เหตุผล ความฉลาดทางอารมณ์ด้านการเสริมสร้างพลังครอบครัววิถีใหม่ไร้ความรุนแรง ทัศนคติการเสริมสร้างพลังครอบครัววิถีใหม่ไร้ความรุนแรง แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีค่าเบต้าตามลำดับ คือ .38,.18,.15,.14 และ .10 2) สามารถทำนายพฤติกรรมป้องกันและหลีกเลี่ยงความรุนแรงในครอบครัวได้ 34.50% โดยมีลำดับตัวทำนายที่สำคัญ ทัศนคติการเสริมสร้างพลังครอบครัววิถีใหม่ไร้ความรุนแรง การเห็นแบบอย่างจากคนรอบข้าง ลักษณะมุ่งอนาคตควบคุมตน และสภาพแวดล้อมของสถานศึกษา ซึ่งมีค่าเบต้าตามลำดับ คือ .30,.17,.13 และ .10 และ 3) สามารถทำนายพฤติกรรมจัดการปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวได้ 54.30% โดยมีลำดับตัวทำนายที่สำคัญ คือ การอบรมเลี้ยงดูแบบรักสนับสนุนและใช้เหตุผล ทัศนคติการเสริมสร้างพลังครอบครัววิถีใหม่ไร้ความรุนแรง ความฉลาดทางอารมณ์ด้านการเสริมสร้างพลังครอบครัววิถีใหม่ไร้ความรุนแรง และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ซึ่งมีค่าเบต้าตามลำดับ คือ .37,.26,.14 และ .10 นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์เส้นทางอิทธิพลทางตรง อิทธิพลทางอ้อม และอิทธิพลรวมของตัวแปรต่างๆ ภายในโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ พบว่า ตัวแปรพฤติกรรมการเสริมสร้างพลังครอบครัววิถีใหม่ไร้ความรุนแรงได้รับอิทธิพลทางตรง จากตัวแปรจิตลักษณะตามสถานการณ์ โดยค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์ (R2) มีค่าเท่ากับ .69 และตัวแปรจิตลักษณะตามสถานการณ์ ได้รับอิทธิพลทางตรงจากตัวแปรจิตลักษณะเดิม และตัวแปรสถานการณ์ โดยค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์ (R2) มีค่าเท่ากับ .82คำสำคัญ: จิตลักษณะเดิม, สถานการณ์, จิตลักษณะตามสถานการณ์, พฤติกรรมการเสริมสร้างพลังครอบครัววิถีใหม่, ไร้ความรุนแรง, เยาวชนไทย
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. solution (s) demonstrated in relevant environment and in co-operation with relevant stakeholders to gain initial feedback on potential impact
นำผลของเครื่องมือวัดไปใช้ในการวิจัยปัจจัยเชิงสาเหตุ หรือนำเครื่องมือวัดไปใช้ในการกำหนดตัวชี้วัด หรือสร้างยุทธศาสตร์
ผู้วิจัยได้ตระหนักถึงการเสริมสร้างพลังครอบครัวที่เข้มแข็งในกลุ่มเยาวชน โดยมีครอบครัวขับเคลื่อน และมีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนสนับสนัน