ปัจจัยเชิงเหตุทางจิตลักษณะและสถานการณ์ของพฤติกรรมการดำรงชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของเยาวชนไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเปลี่ยนแปลงในสังคมปัจจุบันส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการดารงชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในเยาวชนไทยที่จะนาไปสู่คนดี คนเก่ง และมีสุข ในอนาคต งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อสร้างและพัฒนาเครื่องมือวัดพฤติกรรมการดารงชีพตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในเยาวชนไทย 2) เพื่อศึกษาปัจจัยเชิงเหตุทางจิตลักษณะและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการดารงชีพตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในเยาวชนไทย งานวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงปริมาณ การวิจัยแบบความสัมพันธ์เปรียบเทียบ (Co relational Comparative Study) กลุ่มตัวอย่าง คือ เยาวชนไทย ใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอนกาหนดโควตา (Multistage Quota Random Sampling) กลุ่มตัวอย่างจานวน 800 คน สาหรับการวิเคราะห์วัตถุประสงค์ที่ 1 และกลุ่มตัวอย่างจานวน 800 คน สาหรับการวิเคราะห์วัตถุประสงค์ที่ 2พบผลที่สาคัญ 2 ประการ จากการวิจัย ดังนี้ ประการแรก แบบวัดพฤติกรรมการดารงชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จานวน 4 แบบวัด ได้แก่ 1) แบบวัดพฤติกรรมการมีจิตอาสา 3 องค์ประกอบ ได้แก่ การร่วมมือเพื่อพัฒนาชุมชน การเสียสละเพื่อส่วนรวม และการช่วยเหลือเพื่อน 2) แบบวัดพฤติกรรมสืบสานวัฒนธรรม 3 องค์ประกอบ ได้แก่ การเป็นพุทธศาสนิกชน การนิยมของไทย และการมีกาลเทศะทางสังคม 3) แบบวัดพฤติกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม 4 องค์ประกอบ ได้แก่ การร่วมกิจกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม การทาลายสิ่งแวดล้อม การลดการทาลายสิ่งแวดล้อม และการประหยัดน้า และ 4) แบบวัดพฤติกรรมการใช้ชีวิตพอเพียง 3 องค์ประกอบ ได้แก่ การสนับสนุนให้ประหยัด ความรู้จักพอเพียง และการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย โดยทั้ง 4 แบบวัด สามารถอธิบายความแปรปรวนได้ 64.33% 63.72% 63.99% และ 60.06% ตามลาดับ เมื่อทาการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันทุกแบบวัด ปรากฏว่าโมเดลกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์(8)ประการที่สอง การวิเคราะห์แบบถดถอยพหุคูณ พบว่า จิตลักษณะเดิม สถานการณ์ และจิตลักษณะตามสถานการณ์ ทั้ง 11 ตัวแปร 1) สามารถทานายพฤติกรรมการมีจิตอาสาได้ 45.90% โดยมีลาดับตัวทานายที่สาคัญ คือ การเห็นแบบอย่างจากคนรอบข้าง การเห็นแบบอย่างจากสื่อ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ทัศนคติ ลักษณะมุ่งอนาคตควบคุมตน และการมีภูมิคุ้มกันตน ซึ่งมีค่าเบต้าตามลาดับ คือ .31,.23,.19,.13,.11,-.07 2) สามารถทานายพฤติกรรมสืบสานวัฒนธรรมได้ 32.80% โดยมีลาดับตัวทานายที่สาคัญ คือ การเห็นแบบอย่างจากคนรอบข้าง การเห็นแบบอย่างจากสื่อ ทัศนคติ ลักษณะมุ่งอนาคตควบคุมตน ความเชื่ออานาจในตน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ การประเมินแก่นแห่งตน และ การมีภูมิคุ้มกันตน ซึ่งมีค่าเบต้าตามลาดับ คือ .25,.19,.13,.10,.10,-.10,.09,.07 3) สามารถทานายพฤติกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ 40.80% โดยมีลาดับตัวทานายที่สาคัญ คือ การเห็นแบบอย่างจากสื่อ ทัศนคติ การเห็นแบบอย่างจากคนรอบข้าง แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ลักษณะมุ่งอนาคตควบคุมตน และวัตถุนิยม ซึ่งมีค่าเบต้าตามลาดับ คือ .22,.20,.19,.15,.13,-.09 และ 4) สามารถทานายพฤติกรรม การใช้ชีวิตพอเพียงได้ 36.10% โดยมีลาดับตัวทานายที่สาคัญ คือ การเห็นแบบอย่างจากคนรอบข้าง การเห็นแบบอย่างจากสื่อ ทัศนคติ วัตถุนิยม ลักษณะมุ่งอนาคตควบคุมตน และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ซึ่งมีค่าเบต้าตามลาดับ คือ .23,.21,.17,-.15,.10,.10 นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์เส้นทางอิทธิพลทางตรง อิทธิพลทางอ้อม และอิทธิพลรวม ของตัวแปรต่างๆ ภายในโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ พบว่า ตัวแปรพฤติกรรมการดารงชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้รับอิทธิพลทางตรง จากตัวแปรจิตลักษณะตามสถานการณ์ โดยค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์ (R2) มีค่าเท่ากับ 0.657 ตัวแปรจิตลักษณะตามสถานการณ์ ได้รับอิทธิพลทางตรงจากตัวแปรจิตลักษณะเดิม และตัวแปรสถานการณ์ โดยค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์ (R2) มีค่าเท่ากับ 0.693 และตัวแปรสถานการณ์ ได้รับอิทธิพลทางตรงจากตัวแปรจิตลักษณะเดิม โดยค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์ (R2) มีค่าเท่ากับ 0.423 คำสำคัญ: จิตลักษณะ, สถานการณ์, พฤติกรรม, เศรษฐกิจพอเพียง, เยาวชนไทย