การพัฒนานวัตกรรมส่งเสริมสังคมไทยไร้ความรุนแรงในเด็กและเยาวชนยุคศตวรรษที่ 21
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การพัฒนานวัตกรรมส่งเสริมสังคมไทยไร้ความรุนแรงในเด็กและเยาวชนยุคศตวรรษที่ 21 มีจุดมุ่งหมาย 1) เพื่อศึกษาทักษะชีวิ ตที่จำเป็นของเด็กและเยาวชนเพื่อลดความรุนแรง 2) เพื่อระบุรูปแบบแนวทาง วิธีการ และลักษณะการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เกื้อกูลต่อการลดความรุนแรงในเด็กและเยาวชน และ 3) เพื่อพัฒนารูปแบบการสอนทักษะชีวิตด้วยระบบออนไลน์แบบเปิด ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสานทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ การวิจัยเชิงคุณภาพ และการวิจัยเชิงปฏิบัติกับชุมชนแบบมีส่วนร่วมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน ตามรูปแบบการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน ADDIE model ศึกษาความจำเป็นและความต้องการ รูปแบบการสอนระบบออนไลน์แบบเปิด และการมีส่วนร่วมของชุมชน จากครู นักเรียน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำมาสร้างรูปแบบการสอนทักษะชีวิตด้วยระบบออนไลน์แบบเปิด และรูปแบบแนวทาง วิธีการ และลักษณะการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เกื้อกูลต่อการลดความรุนแรงในเด็กและเยาวชน จากการประชุมกลุ่มย่อยผู้เชี่ยวชาญ หาประสิทธิผลด้วยโดยการเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ประเมินผลด้วยการสำรวจความพึงพอใจ และวิพากษ์ด้วยผู้เชี่ยวชาญ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน คือ t-test ผลวิจัยสรุปว่า 1) ทักษะชีวิตที่จำเป็นของเด็กและเยาวชนเพื่อลดความรุนแรงมากที่สุด ประกอบด้วย 4 ด้าน 2) รูปแบบแนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เกื้อกูลต่อการลดความรุนแรงในเด็กและเยาวชน ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 2.1) แนวทางการมีส่วนร่วม 8 ประการ 2.2) วิธีการมีส่วนร่วม 7 ประการ และ 2.3) ลักษณะการมีส่วนร่วม 3 กลุ่ม 3) รูปแบบการสอนทักษะชีวิตด้วยระบบออนไลน์แบบเปิด ประกอบด้วย กลุ่มผู้ใช้ 3 กลุ่ม องค์ประกอบหลัก 4 ด้าน และปัจจัยสนับสนุน 3 ประการ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ทักษะชีวิตของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุด และผลการประเมินรูปแบบจากผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก