การพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของโรงเรียนกลุ่มบ้านดู่-นางแล เพื่อเข้าสู่อาเซียน ในศตวรรษที่ 21
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบกิจกรรมการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของโรงเรียนกลุ่มบ้านดู่-นางแลเพื่อเข้าสู่อาเซียน ในศตวรรษที่ 21 และศึกษาผลการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของโรงเรียนกลุ่มบ้านดู่-นางแลเพื่อเข้าสู่อาเซียน ในศตวรรษที่ 21 มีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนโรงเรียนบ้านสันต้นขาม จำนวน 49 คน และผู้บริหารและครูโรงเรียนบ้านสันต้นขาม จำนวน 6 คน มีการเก็บรวบรวมเก็บข้อมูลทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพใน 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาบริบทของโรงเรียน โดยการสัมภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียน และสังเกตบริบทโรงเรียน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบกิจกรรมการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ระยะที่ 3 ศึกษาผลการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม มีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบบันทึกการสัมภาษณ์และการสังเกตเกี่ยวกับบริบทโรงเรียน รูปแบบกิจกรรมการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม แบบประเมินทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม และแบบบันทึกการสังเกตทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม มีการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และการใช้โปรแกรมสำเร็จรูป โดยมีสถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของโรงเรียนกลุ่มบ้านดู่-นางแลเพื่อเข้าสู่อาเซียน ในศตวรรษที่ 21 พบว่า รูปแบบการพัฒนากิจกรรมนั้นได้อาศัยข้อมูลจากการวิเคราะห์บริบทของโรงเรียน โดยในด้านข้อมูลทั่วไปโรงเรียนได้มุ่งพัฒนานักเรียนตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม และอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และในด้านการเรียนการสอนที่เน้นการคำนึงถึงวัยนักเรียนเป็นหลัก ดังนั้นรูปแบบกิจกรรมต้องคำนึงถึง ผู้เรียน ผู้สอน บริบทโรงเรียน โดยเน้นกิจกรรมหลัก คือการตั้งคำถาม การสื่อสาร การลงมือปฏิบัติ และสร้างความตระหนัก ซึ่งจัดในรูปแบบฐานกิจกรรมการเรียนรู้จำนวน 4 ฐาน คือ ฐานภาษาพาเพลิน ฐานวิทย์คิดสร้างสรรค์ ฐานคณิตชวนคิดชวนรู้ และฐานเด็กรุ่นใหม่ ใส่ใจและเกื้อกูล 2. ผลการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของโรงเรียนกลุ่มบ้านดู่-นางแลเพื่อเข้าสู่อาเซียน ในศตวรรษที่ 21 พบว่า โดยรวมผู้บริหารและครู มีความเห็นว่านักเรียนมีทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.78 ซึ่งข้อ 7 นักเรียนสามารถติดต่อสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอื่น รวมถึงสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น ข้อ 10 นักเรียนสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขงานตามคำแนะนำของครู ข้อ 11 นักเรียนสามารถปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง ในการทำงานร่วมกัน และข้อ 12 นักเรียนสามารถนำชิ้นงานหรือความรู้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นได้ มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากันคือ 4.17 และผลจากการประเมินตนเอง พบว่า โดยรวมนักเรียนมีความเห็นว่าตนเองมีทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.93 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ 4.24 ในข้อ 7 ฉันสามารถติดต่อสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอื่น รวมถึงสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น ซึ่งสอดคล้องกับผลเชิงคุณภาพที่พบว่า นักเรียนสามารถสื่อสาร เรียนรู้ หรือทำงานร่วมกันได้ สามารถแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นเหตุผลและมีวิธีการหลากหลายในการแก้ปัญหา ตลอดจนปฏิบัติตามบทบาทของตนเองได้เป็นอย่างดี