การพัฒนานวัตกรรมและสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 กับการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานบูรณาการกับแหล่งการเรียนรู้ท้องถิ่นในชุมชน จังหวัดร้อยเอ็ด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) สำรวจข้อมูลการจัดการเรียนรู้ของครูในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูผู้สอนคณิตศาสตร์ และ 2) พัฒนาครูประจำการและนักศึกษาครูให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการจัดการเรียนการสอนโดยใช้โครงงานเป็นพื้นฐาน 3) ออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน โดยการบูรณาการโครงงานกับแหล่งการเรียนรู้ท้องถิ่นในชุมชน และ 4) พัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนและนักศึกษาจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานบูรณาการกับแหล่งการเรียนรู้ท้องถิ่นในชุมชน ดำเนินการวิจัยโดยวิธีการดำเนินการวิจัยเชิงสำรวจและการวิจัยกึ่งทดลอง โดยแบ่งขั้นตอนการวิจัยออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 พัฒนาครูและนักศึกษาครูให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการจัดการเรียนการสอนโดยใช้โครงงานเป็นพื้นฐาน ระยะที่ 2 พัฒนานวัตกรรมและส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยการบูรณาการโครงงานกับแหล่งการเรียนรู้ท้องถิ่นในชุมชน ของครูและนักศึกษา และ ระยะที่ 3 หนึ่งโรงเรียน หนึ่งอำเภอ หนึ่งแหล่งการเรียนรู้ท้องถิ่นในชุมชน จังหวัดร้อยเอ็ด โดยเน้นการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียน กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยคือครูและนักเรียน จำนวน 70 คน ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ 1. ภูมิหลัง สภาพปัจจุบัน และความต้องการของครูผู้สอนคณิตศาสตร์ 1) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลภูมิหลังของครู คือ (1) ด้านความถนัดในการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ครูคณิตศาสตร์มีความถนัดในการสอนวิชาคณิตศาสตร์อยู่ในระดับมากที่สุด และครูปฐมวัยมีความถนัดในการสอนวิชาคณิตศาสตร์อยู่ในระดับปานกลาง (2) ด้านงานบริหารและงานอื่น ๆ พบว่า ครูคณิตศาสตร์ส่วนมากไม่มีงานบริหารแต่มีงานอื่น ๆ ที่ได้รับผิดชอบ ได้แก่ งานแผนงานและงบประมาณ งานวิชาการ ฝ่ายพยาบาลโรงเรียน งานสารบรรณ และบริหารกิจการนักเรียน ครูปฐมวัยส่วนมากไม่มีงานบริหารแต่มีงานอื่น ๆ ที่ได้รับผิดชอบ ได้แก่ งานแผนงานและงบประมาณ และงานวิชาการ 2) ผลการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน และความต้องการในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ของครู คือ (1) เป้าหมายในการพัฒนานักเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์มีเป้าหมายในการพัฒนานักเรียน คือ นักเรียนสามารถคิดอย่างเป็นระบบและเป็นเหตุเป็นผลมากที่สุด รองลงมาคือ นักเรียนสามารถคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาได้ นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิด หลักการ ทฤษฎีในสาระคณิตศาสตร์ นักเรียนมีทักษะการสื่อสาร นักเรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ นักเรียนสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้ นักเรียนสามารถการคิดวิเคราะห์ได้ นักเรียนสามารถคิดสังเคราะห์ได้ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง และนักเรียนมีทักษะการคิดสร้างสรรค์ ตามลำดับ 2) ทักษะสำคัญที่ต้องปรากฏของนักเรียน ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ระบุทักษะสำคัญที่ต้องปรากฏของนักเรียน คือ ทักษะการคิดและแก้ปัญหามากที่สุด รองลงมาคือ ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการทำงานกลุ่ม ทักษะการสื่อสารทักษะการคิดคำนวณ ทักษะชีวิต และทักษะความคิดรวบยอด ตามลำดับ 3) กิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้ในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ใช้ในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ คือ การบรรยาย ยกตัวอย่างบนกระดานมากที่สุด รองลงมาคือ แบบฝึกทักษะ กิจกรรมกลุ่ม การสาธิต/กำหนดสถานการณ์ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก กิจกรรม STEM บทเรียนออนไลน์ บูรณาการกับวิชาอื่น โครงงาน กิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามรูปแบบเทคนิค 4 MAT รูปแบบการเรียนรู้ (learning style) ตามลำดับ 2. ผลการพัฒนาครูประจำการและนักศึกษาครูให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการจัดการเรียนการสอนโดยใช้โครงงานเป็นพื้นฐาน พบว่าความรู้ความเข้าใจด้านการจัดการเรียนการสอนโดยใช้โครงงานเป็นฐานหลังการการพัฒนา มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 19.86 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.98 สูงกว่าก่อนการพัฒนา มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 14.64 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.64 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ผลการออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน โดยการบูรณาการโครงงานกับแหล่งการเรียนรู้ท้องถิ่นในชุมชน จังหวัดร้อยเอ็ด รวมทั้งหมด 20 แผน โดยมีครูและนักศึกษาร่วมเป็นผู้ทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานบูรณาการร่วมกับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในชุมชน จำนวน 20 คน คนละ 1 โรงเรียน รวมทั้งหมด 20 โรงเรียน 4. ผลการประเมินทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานบูรณาการร่วมกับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในชุมชน วิชาคณิตศาสตร์ ด้านผู้เรียนปรับตัวได้ดี และตั้งใจที่จะให้ความร่วมมือในการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.62 รองลงมามีสองข้อที่เท่ากัน คือ ผู้เรียนมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนและครูผู้สอน ผู้เรียนแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะมีกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.57 ตามลำดับคำสำคัญ ทักษะการเรียนรู้, ศตวรรษที่ 21, โครงงานเป็นฐาน, บูรณาการ, ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในชุมชน