ความสัมพันธ์ของจีนกับการสูบบุรี่และการติดเชื้อไวรัสต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกของสตรีไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ได้ทำการศึกษาปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปากมดลูก ได้แก่ การติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแปปิโลมา (HPV) การสูบบุหรี่ และประวัติการสืบพันธุ์ในสตรีที่อาศัยอยู่ในภาคตะออกเฉียงเหนือของไทย การศึกษานี้เป็น การศึกษาแบบ case- control study ในอาสาสมัครกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก จำนวน 168 คน และอาสาสมัครกลุ่มควบคุม (อาสาสมัครที่มีสุขภาพดี) จำนวน 168 คน ผู้เข้าร่วมงานวิจัยทั้งสองกลุ่ม มีอายุต่างกันไม่เกิน 5 ปีผลการศึกษาพบว่าการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแปปิโลมาเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ด้วย OR เท่ากับ 41.84 (95%CI=21.41-82.56) และ adjusted OR เท่ากับ 46.90 (95%CI=22.34-98.47) ประวัติการสืบพันธุ์ เช่น การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อยและการมีคู่นอนหลายคน มีผลเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก ด้วยช่วง ORs เท่ากับ 1.70-3.12 และ p< 0.05 อย่างไรก็ตาม พบว่าช่วงระยะเวลาการมีประจำเดือนครั้งแรกกับการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ที่น้อยว่าหรือเท่ากับ 7 ปี จะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก ด้วยช่วง ORs เท่ากับ 2.69-6.61 และ adjusted ORs เท่ากับ3.76-6.40. สตรีที่มีคู่นอนสูบบุหรี่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ด้วยค่า OR เท่ากับ 3.25 ในสตรีที่มีคู่นอนที่ยังสูบบุหรี่และ OR เท่ากับ 2.55 ในสตรีที่มีคู่นอนที่เคยสูบบุหรี่ นอกจากนี้ ลักษณะการสูบบุหรี่ของคู่นอน เช่น ระยะเวลาของการสูบบุหรี่นานกว่าหรือเท่ากับ 20 ปี การสูบบุหรี่หลังจากแต่งงานแล้วนานกว่าหรือเท่ากับ 20 ปี จำนวนการสูบบุหรี่มากกว่าหรือเท่ากับ 20 pack-years หรือระยะเวลาในการสัมผัสบุหรี่นานกว่าหรือเท่ากับ 5 ชั่วโมงต่อวัน เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก ด้วยค่า ORs เท่ากับ 2.82, 3.12, 2.36 และ 4.35 ตามลำดับ จาการศึกษานี้พบว่า ลักษณะการได้รับบุหรี่จากการมีคู่นอนที่สูบบุหรี่ ช่วงระยะเวลาการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกกับการมีประจำเดือนครั้งแรกกับ และพฤติกรรมทางเพศ เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปากมดลูก นอกเหนือจากการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแปปิโลมา ดังนั้นการให้ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศและการได้รับบุหรี่จากคู่นอน รวมถึงการตรวจคัดกรองเซลล์ปากมดลูกที่ผิดปกติจะเป็นหนทางหนึ่งในการป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกของสตรีไทย