การศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยระดับโมเลกุลกับพยากรณ์โรคมะเร็งปากมดลูก ในศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งที่พบเป็นปัญหาสำคัญของสตรีเพศ การศึกษาความสัมพันธ์ในปัจจัยระดับโมเลกุลที่สอดคล้องกับงานด้านระบาดวิทยา ที่อาศัยข้อมูลเพื่อประยุกต์ใช้ในอนาคตในทางคลินิกยังเป็นปัญหาในการนำไปใช้ได้จริงในประเทศไทย วัตถุประสงค์การศึกษาครั้งนี้เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ในระดับโมเลกุลกับการพยากรณ์โรคมะเร็งปากมดลูก โดยใช้การศึกษาแบบไปข้างหน้าในข้อมูลของผู้ป่วยโรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี ผลการศึกษาพบว่าการศึกษาพบความสัมพันธ์ระหว่างชนิดของไวรัสเอชพีวีชนิดที่มีความเสี่ยงสูงโดยเฉพาะ HPV16 และ HPV18 กับผลพยาธิวิทยาเนื้อเยื่อมะเร็งอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ค่า P<0.001 และ P=0.014 ตามลำดับ โดยมีความสัมพันธ์กับพยาธิวิทยาเซลล์มะเร็งชนิด Squamous cell carcinoma และ Adenocarcinoma ตามลำดับ โดยการศึกษาด้านระบาดวิทยาและการตรวจพบชนิดของ HR-HPV16 และ 18 พบความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลทางคลินิกในการดำเนินโรคและสถานการณ์กลับเป็นซ้ำของผู้ป่วย กับระยะของโรคที่รุนแรงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ค่า P=0.001 และ P=0.002 โดยการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่า HPV18 เป็นเสมือนชนิดที่บ่งชี้พยากรณ์โรคที่รุนแรงมากกว่า HPV16 เมื่อพิจารณาจากค่า Odds ratio นอกจากนี้ปัจจัยของการแสดงออกด้านภูมิคุ้มกันของมนุษย์ที่ตรวจวัดผ่านการแสดงออกของ MHC class I ที่ลดลง และการเปลี่ยนแปลงของการแสดงออกในครอบครัวโปรตีน p53 ไอโซฟอร์มมีความสัมพันธ์กับอาการที่รุนแรงมากขึ้นในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปากมดลูกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลของความสัมพันธ์ในระดับโมเลกุลดังกล่าวน่าจะใช้ประยุกต์ในพยากรณ์โรคของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกได้ การศึกษาปัจจัยด้านตัวบ่งชี้อื่น ที่สะท้อนถึงสภาวการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของผู้ป่วยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยในอนาคต