Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2556

การแสดงออกของครอบครัวโปรตีน p53 ไอโซฟอร์ม เพื่อบ่งชี้พยากรณ์โรคผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก ด้วยการย้อมอิมมิวโนฮีสโตเคมมิสทรี

ปาริชาติ ภิญโญศรี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2556

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับสองของสตรีไทยและทั่วโลก การหลบหลีกภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยพบความบกพร่องและลดการแสดงออกของ MHC class I ในการนำเสนอไวรัสแอนติเจนบนผิวเซลล์ทำให้มีการพัฒนาเป็นมะเร็งปากมดลูก เทคนิคอิมมูโนฮิสโตเคมมิสตรีเป็นที่รู้ว่าใช้สำหรับย้อมการตรวจวัดตัวบ่งชี้โปรตีนในห้องปฏิบัติการทางคลินิก ในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติมาใช้ในห้องปฏิบัติการเพื่อความสะดวกและเพิ่มความรวดเร็วซึ่งสามารถนำมาใช้แทนวิธีดั้งเดิมได้ อย่างไรก็ตามการประเมินการใช้ยังพบข้อจำกัดอยู่ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความสอดคล้องของผลการอ่านจากเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติกับวิธีดั้งเดิมที่อ่านด้วยตาใต้กล้องจุลทรรศน์ในการตรวจการแสดงออกของ โปรตีน MHC class I (Heavy chain และ ?2M) และ โปรตีน Tapasin ผ่านกระบวนการจากรูปแบบของ TMA และย้อมด้วยเครื่องย้อมสไลด์อัตโนมัติ ในตัวอย่างชิ้นเนื้อผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกจำนวน 96 ตัวอย่าง ผลการประเมินพบความสอดคล้องของการอ่านระหว่างวิธีดั้งเดิมและวิธีอัตโนมัติไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P value > 0.05, Chi-square) ทั้ง MHC class I (heavy chain, ?2M) และ Tapasin ในด้านร้อยละของเซลล์มะเร็งที่ติดสี ขณะที่ความเข้มของเซลล์มะเร็งที่ติดสีพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P value < 0.05, Chi-square) โดยมีความสอดคล้องระดับปานกลางที่ (P value < 0.001, kappa) 0.434-0.615 และ 0.353-0.554 ตามลำดับ ผลการประเมินเมื่อมีการแปลงค่าพบความสอดคล้องในการอ่านระหว่างวิธีดั้งเดิมและวิธีอัตโนมัติไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P value < 0.05, Chi-square) ทั้ง MHC class I (heavy chain, ?2M) และ Tapasin โดยค่าคะแนนในผลรวมและผลคูณพบความสอดคล้องเพิ่มขึ้นในระดับสูง (P value < 0.001, kappa) 0.595-0.755 และ 0.633-0.689 ตามลำดับ สรุปผลการศึกษาสามารถใช้เครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติในการให้ระดับคะแนน และการแปลผลอ่านการติดสี MHC class I และโปรตีน Tapasin แทนคนได้ นอกจากนี้เครื่องวิเคราะห์อัตโนมัตินี้อาจนำไปเพื่อบ่งชี้การดำเนินโรคมะเร็งปากมดลูกได้ เมื่อใช้ร่วมกับรูปแบบการนำเสนอแอนติเจนและศึกษาเพิ่มเติมโดยใช้จำนวนตัวอย่างที่มีการกระจายตามระยะของโรคที่เหมาะสมและครอบคลุมข้อมูลพยากรณ์โรคของผู้ป่วย

คำสำคัญ

Immunohistochemical stainingp53 family expressiondelta N p63delta N p73

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การตรวจวินิจฉัยในระดับโมเลกุล เพื่อพยากรณ์โรคผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก ในศูนย์มะเร็งจังหวัดอุบลราชธานี

สุรศักดิ์ แว่นรัมย์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2556

การวิเคราะห์การแสดงออกของโปรตีน Endorepellin LG3 เพื่อใช้เป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของมะเร็งปากมดลูก

ไพฑูรย์ อบเชย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2560

การตรวจหาภาวะการเปลี่ยนแปลงการควบคุมเหนือพันธุกรรมในตัวอย่างเซลล์ปากมดลูกที่มีความผิดปกติระดับต่างๆ

อาคม ไชยวงศ์คต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2559

แบบแผนการแสดงออกของยีน เพื่อใช้เป็นตัวบ่งชี้โรคมะเร็งปากมดลูก

ไพฑูรย์ อบเชย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

ความสัมพันธ์ของจีนกับการสูบบุหรี่และการติดเชื้อไวรัสต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกของสตรีไทย

วรรณภา อิชิตะ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2556

การสังเคราะห์และประเมินฤทธิ์ต้านมะเร็งของอนุพันธ์เพรกนินโนโลน

พัชนี เจริญยิ่ง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2557

การศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยระดับโมเลกุลกับพยากรณ์โรคมะเร็งปากมดลูก ในศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี

ศุทธินี ธิราช มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2556

การวิเคราะห์การแสดงออกของโปรตีน ARNTL2 เพื่อใช้เป็นตัวบ่งชี้ ทางชีวภาพของมะเร็งปากมดลูก

ไพฑูรย์ อบเชย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2556

การระบุมะเร็งปากมดลูกในหญิงไทยโดยอินฟราเรดสเปกโทรสโกปีและคีโมเมทริกส์

อรุณชัย ตั้งเจริญบำรุงสุข มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พ.ศ. 2552

ความสัมพันธ์ ระหว่างจีโนไทป์ของจีนดื้อยา G2677T/A กับการเป็นมะเร็งปากมดลูก

ศีตกานต์ นัดพบสุข มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2558