กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
<p> การวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาผลกระทบ ในด้านสุขภาพ สังคม การบริการ และระบาดวิทยา โดยใช้แบบสัมภาษณ์ และแบบสังเกตทักษะ ของอาสาสมัคร ในจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ อุบลราชธานี จันทบุรี ระนอง ชุมพร และยะลา</p> <p>กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 1,917 คน ประกอบด้วย พนักงานมาลาเรียคลินิกชุมชน 178 คน พนักงานสุขภาพชุมชน 22 คน และ อาสาสมัครสาธารณสุขสำหรับแรงงานต่างด้าว 117 คน ผู้รับบริการไทย 727 คน พม่า 484 คน ผู้ประสานงานภาครัฐ 218 คน ผู้นำชุมชน 171 คน</p> <p>พบว่า ผู้รับบริการส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการ และรู้วิธีป้องกันควบคุมโรคมาลาเรีย แต่ไม่รู้ว่าเชื้อมาลาเรียสามารถดื้อยารักษาได้ ไม่ทราบว่ามุ้ง LLINs (Long Lasting Impregnated Net)ใช้ป้องกันยุงได้นานเท่าใด การซักมุ้ง LLINs ปฏิบัติถูกต้องเป็นส่วนน้อย พฤติกรรมการนอนกางมุ้งชุบสารเคมียังน้อย พนักงานและอาสาสมัครมีความรู้และความชำนาญในการปฏิบัติงานด้านการตรวจรักษา สุขศึกษา ให้คำแนะนำการชุบมุ้ง และใช้มุ้ง LLINs ดี หน่วยงานภาครัฐเห็นด้วยกับนโยบาย รับทราบวัตถุประสงค์โครงการ เห็นด้วยกับกระบวนการของโครงการ บางส่วนมีปัญหาการจัดตั้งมาลาเรียคลินิกชุมชนใกล้กับสถานบริการด้านสุขภาพของรัฐ ซึ่งเป็นพื้นที่ไม่มีผู้ป่วย งบประมาณ วัสดุสารเคมี ไม่ชัดเจน ล่าช้า ดำเนินการไม่ทันกับฤดูกาลแพร่ระบาดของโรค กิจกรรมการป้องกันควบคุมโรคมาลาเรียก่อนดำเนินโครงการ สาธารณสุขส่วนภูมิภาคมีกิจกรรมรณรงค์มากที่สุด สาธารณสุขสังกัดกรมควบคุมโรคมีกิจกรรมการเจาะโลหิตในสถานบริการมากที่สุด องค์การบริหารส่วนตำบลรณรงค์ในฤดูกาลระบาดมากที่สุด โดยภาพรวมโครงการกองทุนโลกช่วยแก้ปัญหาโรคมาลาเรียในพื้นที่ได้ดี และชุมชนให้ความร่วมมือดี โรคลดลงในจังหวัดดำเนินการในปีที่ 1 (พ.ศ.2551) และปีที่ 2 (พ.ศ.2552) พื้นที่ชายแดนไทย-พม่า 6 จังหวัด ชายแดนไทย–กัมพูชา 1 จังหวัด และพื้นที่ความไม่สงบภาคใต้ 1 จังหวัด โรคมีแนวโน้มสูงขึ้นในปีที่ 3 (พ.ศ.2553) ต่างชาติป่วยมากกว่าคนไทย 3 จังหวัด คนไทยป่วยมากกว่าต่างชาติ 4 จังหวัด</p>