Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2557

ตัวแบบคณิตศาสตร์สำหรับการแพร่ระบาดของโรคมาลาเรีย : กรณีศึกษาจังหวัดสุราษฏร์ธานี

กันญารัตน์ หนูชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2557

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความชุกชุมของยุงก้นปล่องในชุมชนบริเวณป่าเชิงเขาและชายทะเล และเปรียบเทียบความชุกชุมของยุงก้นปล่องในชุมชนบริเวณเชิงเขาและชายทะเล 2) ศึกษาความรู้ ทัศนคติ การมีส่วนร่วมและความร่วมมือขององค์กร และพฤติกรรมเกี่ยวกับการป้องกันควบคุมโรคมาลาเรียของประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี 3) พัฒนาตัวแบบคณิตศาสตร์ของการแพร่ระบาดของโรคไข้มาลาเรีย 4) ศึกษาปัจจัยด้านกายภาพและด้านชีวภาพที่ส่งผลต่อการระบาดของโรคมาลาเรีย และสร้างแผนที่การแพร่ระบาดของโรคมาลาเรียในจังหวัดสุราษฎร์ธานี การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้สุ่มเลือกตัวอย่าง 13 ตำบลจาก 6 อำเภอที่มีอัตราป่วยสูง ซึ่งเก็บข้อมูลช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2555 ศึกษาความรู้ ทัศนคติ การมีส่วนร่วมและความร่วมมือขององค์กร และพฤติกรรมเกี่ยวกับการป้องกันควบคุมโรคมาลาเรียของประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยใช้แบบสอบถาม พัฒนาตัวแบบคณิตศาสตร์การแพร่ระบาดของโรคมาลาเรียโดยผู้วิจัยได้เพิ่มค่าพารามิเตอร์คืออัตราการใช้ยากันยุง (P) แล้ววิเคราะห์ตัวแบบโดยวิธีมาตรฐาน และศึกษาปัจจัยด้านกายภาพและด้านชีวภาพที่ส่งผลต่อการระบาดของโรคมาลาเรียแล้วนำข้อมูลที่ได้มาสร้างแผนที่การระบาดของโรคมาลาเรียเชิงพื้นที่โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) จากการสำรวจพบว่ายุงก้นปล่องตัวเต็มวัยในชุมชนที่มีภูมิประเทศเป็นป่าเชิงเขา จะมีความหนาแน่นของยุงพาหะหลักมากที่สุดเท่ากับ 1.646 และและในชุมชนที่มีภูมิประเทศชายทะเลจะมีความหนาแน่นของยุงพาหะหลักมากที่สุดเท่ากับ 0.813 ซึ่งจะเห็นว่าพื้นที่ที่มีภูมิประเทศเป็นป่าเชิงเขามีความชุกชุมและความหนาแน่นของยุงก้นปล่องมากกว่าพื้นที่ที่มีภูมิประเทศเป็นชายทะเล 2) จากการรวบรวมข้อมูล พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับโรคมาลาเรีย ทัศนคติ การมีส่วนร่วม และความร่วมมือขององค์กรเกี่ยวกับการป้องกัน ควบคุมโรคมาลาเรีย พฤติกรรมการป้องกันควบคุมโรคมาลาเรียอยู่ในระดับปานกลาง และจากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า สภาพพื้นที่ป่าเชิงเขาและชายทะเลมีความสัมพันธ์กับระดับพฤติกรรมการป้องกันควบคุมโรคมาลาเรีย เพศและอาชีพมีความสัมพันธ์กับระดับพฤติกรรมการป้องกันควบคุมโรค ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ส่วนทัศนคติ การมีส่วนร่วม และความร่วมมือขององค์กรมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันควบคุมโรค โดยพบว่ามีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันในระดับปานกลาง 3) จากการสร้างตัวแบบคณิตศาสตร์เพื่อศึกษาการระบาดของโรคมาลาเรียโดยเพิ่มพารามิเตอร์คืออัตราการใช้ยากันยุง (P) พบว่า ผลลัพธ์ที่ได้คือจุดสมดุลสองจุด คือ (1) จุดสมดุลในสภาวะที่ไม่มีเชื้อโรค (Disease Free Equilibrium) พบว่า เมื่อคนกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อมีอัตราการใช้ยากันยุงในปริมาณมาก โดยกำหนดให้ P = 0.9 จะทำให้คนติดเชื้อโรคมาลาเรียน้อยลง < 1 แสดงว่าไม่เกิดการแพร่ระบาดของโรค และ (2) จุดสมดุลในสภาวะที่มีเชื้อโรคระบาดอย่างเรื้อรัง (Disease Endemic Equilibrium) พบว่า เมื่อคนกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อมีอัตราการใช้ยากันยุงในปริมาณน้อย โดยกำหนดให้ P = 0.01 จะทำให้คนติดเชื้อโรคมาลาเรียมากขึ้น > 1 แสดงว่าเกิดการแพร่ระบาดของโรคอย่างเรื้อรัง 4) จากการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคมาลาเรียในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่า จากปัจจัยด้านชีวภาพส่วนใหญ่มีพื้นที่ที่แพร่เชื้อบางฤดูกาลคิดเป็นร้อยละ 45.87 ของพื้นที่ทั้งหมด และมีพื้นที่ที่แพร่เชื้อตลอดปี คิดเป็นร้อยละ 7.09 ของพื้นที่ทั้งหมด และจากปัจจัยด้านกายภาพมีพื้นที่เสี่ยงสูงคิดเป็นร้อยละ 16.48 ของพื้นที่ทั้งหมด

คำสำคัญ

Mathematical modelMalariaTransmissionการแพร่ระบาดตัวแบบคณิตศาสตร์ไข้มาลาเรีย

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การใช้เทคนิคการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์กระบวนการสโทแคสติก และระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ เพื่อนำมาศึกษาการระบาดของโรคมาลาเรีย

พันธนี พงศ์สัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2556

แบบจำลองคณิตศาสตร์สำหรับการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก กรณีศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานี

สุรพล เนาวรัตน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2557

การใช้เทคนิคการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ กระบวนการสโทแคสติก และระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เพื่อนำมาศึกษาการระบาดของโรคมาลาเรีย

พันธนี พงศ์สัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2556

การใช้เทคนิคการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ กระบวนการสโทแคสติก และระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เพื่อนำมาศึกษาการระบาดของโรคมาลาเรีย

พันธนี พงศ์สัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2555

การพัฒนาวิธีการจำแนกชนิดของยุงก้นปล่องโดยประยุกต์เทคนิคสัณฐานวิทยาเชิงเรขาคณิตร่วมกับวิธีดีเอ็นเอบาร์โค้ดในพื้นที่การระบาดของโรคมาลาเรีย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

ธนวัฒน์ ชัยพงศ์พัชรา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2560

โครงการแบบจำลองพฤติกรรมการระบาดของโรคไข้มาลาเรีย

ปัทมนันท์ อิสรานนทกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2560

อุบัติการณ์โรคมาลาเรีย และการวิเคราะห์เชิงพื้นที่แบบลำดับขั้น เพื่อวางแผนและป้องกันในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง จังหวัดอุบลราชธานี

สุริยง แผลงงาม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2558

อุบัติการณ์โรคมาลาเรีย และการวิเคราะห์เชิงพื้นที่แบบลาดับขั้น เพื่อวางแผนและป้องกันในพื้นที่ลุ่มน้าโขง จังหวัดอุบลราชธานี

วัชรพงษ์ แสงนิล มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2558

ความหลากหลายของยุงพาหะนำโรคมาลาเรียในพื้นที่ที่มีการแพร่เชื้อสูงของจังหวัดระนอง

สกุลทิพย์ ชูแก้ว กรมควบคุมโรค พ.ศ. 2560

การใช้ข้อมูลรีโมทเซ็นซิ่งและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ สำหรับงานระบาดวิทยาของโรคมาลาเรีย พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ

จารุวรรณ์ วงบุตดี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2553