การพัฒนาวิธีการจำแนกชนิดของยุงก้นปล่องโดยประยุกต์เทคนิคสัณฐานวิทยาเชิงเรขาคณิตร่วมกับวิธีดีเอ็นเอบาร์โค้ดในพื้นที่การระบาดของโรคมาลาเรีย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปัจจุบันโรคมาลาเรียยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของโลกโดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเขตร้อน และเขตอบอุ่น สำหรับประเทศไทยก็เช่นเดียวกันยังคงพบการระบาดของโรคนี้โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ชายแดน ยุงกันปล่องเป็นแมลงที่เป็นตัวการสำคัญในการแพร่เชื้อเนื่องจากเป็นพาหะนำโรคมาลาเรีย สำหรับการควบคุมและเฝ้าระวังโรคมาลาเรียเป้าหมายหนึ่งคือการควบคุมและเฝ้าระวังยุงกันปล่องในพื้นที่เพื่อนำไปสู่การควบคุมที่ถูกต้องต่อไป ซึ่งขั้นแรกต้องทราบชนิดของยุงในพื้นที่ การจำแนกชนิดของยุงกันปล่องวิธีมาตรฐานคือการเทียบรูปร่าลักษณะของยุงด้วยสายตาอาจทำให้เกิดปัญหาในการจำแนกชนิดของยุงที่ผิดพลาด โดยงานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำแนกชนิด และเพศของยุงกันปล่อง Anopheles subpictus, An.barbirostis และ An. maculatus ในภาคสนามโดยนำเทคนิคสัณฐานวิทยาเชิงเรขาคณิตหรือ Geometic morphometic ร่วมกับวิธีดีเอ็นเอบาร์โค้ดในการยืนยังผลซึ่งมีช้อดีคือใช้งานง่าย รวดเร็วและไม่แพงมาใช้ โดย ได้รวบรวมตัวอย่างในหมู่บ้านห้วยน้ำหนัก อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย ซึ่งเป็นพื้นที่การระบาดของโรคมาลาเรีย ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2559 แล้วนำตัวอย่างยุงมาวิเคราะห์และคำนวณผ่าน CLIC Sofivare โดยนำข้อมูลภาพปีกยุงก้นปล่องที่ได้เตรียมไว้นั้นมากำหนดจุด Landmark (landmarks collection) บนตัวอย่างแต่ละปีกจำนวน 16 Landmaks แล้ววิเคราะห์รูปร่างและขนาดของยุงกันปล่องทั้ง 3 ชนิด ซึ่งผลการวิจัยพบว่าเทคนิคนี้สามารถนำไปใช้แยกชนิดและเพศของยุงกันปล่องเหล่านี้ได้จริงโดยพบความแตกต่างกันทั้งรูปร่าง และขนาดเกือบทุกกลุ่ม (P < 0.05) ยกเว้น An. subpictusเพศเมียกับ A. maculatus เพศเมีย (P =0.79) และจากการศึกษาลำดับนิวคลิโอไทด์เพื่อยืนยังผลพบว่าค่า % ความคล้าย พบว่ายุงกันปล่องทั้ง 3 ชนิดมีความคล้ายสูงมาก 98-100 ซึ่งระบุว่าเป็นชนิดเหล่านี้ตามผลของเทคนิค Geometic morphometric แสดงให้เห็นว่าจากผลการจำแนกชนิดและเพศของยุงกันปล่องในพื้นที่ด้วยเทคนิค Geometric morphometric พบว่าเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ใต้จริงและมีประสิทธิภาพและเป็นวิธีทางเลือกหนึ่งในการช่วยจำแนกชนิด และเพศของยุงกันปล่องในภาคสนามได้อย่างมีประสิทธิ