ผลกระทบต่อยุงพาหะโรคติดต่อนำโดยแมลงจากการทำสวนยางพาราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มปลูกยางพาราตั้งแต่ปี 2521 และเพิ่มจำนวนพื้นที่ขึ้นทุกๆ ปีจนทำให้สภาพนิเวศวิทยาเปลี่ยนจากป่าเสื่อมโทรมแห้งแล้งกลายเป็นป่าสวนยางพาราซึ่งอาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อมาลาเรีย และอาจทำให้เกิดการระบาดของโรคได้ การศึกษาวิจัยเรื่องนี้เป็นการสำรวจและเฝ้าระวังทางกีฎวิทยาของยุงพาหะโรคมาลาเรียในท้องที่สวนยางพารามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชีวนิสัย ความพร้อมของยุงพาหะนำเชื้อไข้มาลาเรีย ความสัมพันธ์ระหว่างชนิดความหนาแน่น ช่วงเวลากัดกินเลือดของยุงพาหะกับช่วงเวลาการกรีดยางพาราของประชาชนจากผลกระทบจากสวนยางพาราต่อยุงพาหะไข้มาลาเรียในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยทำการศึกษาสวนยางพาราที่กรีดยางพาราในบ้านเหล่าหม้อ หมู่ 5 ต.โคกสว่าง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด เนื้อที่ประมาณ 361 ไร่ และ บ้านน้ำคิว หมู่ 5 ต.เสี้ยว อ.เมือง จ.เลย ที่เป็นสวนยางพาราที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป สามารถกรีดยางได้ และมีข้อมูลการสำรวจพบยุงพาหะตัวเต็มวัยหรือลูกน้ำ เนื้อที่ประมาณ 3,250 ไร่ ทำการสำรวจสภาพแวดล้อมในพื้นที่ จับยุงกัดคนในบ้านและนอกบ้าน 2 วันตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 06.00 เข้าศึกษาเดือนธันวาคม 2559–กันยายน 2560 รวม 3 ครั้ง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนาด้วยการแจกแจงความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ผลการศึกษาบ้านเหล่าหม้อ หมู่ 5 ต.โคกสว่าง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ดไม่พบยุงก้นปล่องพาหะหลัก พบแต่ยุงก้นปล่องพาหะสงสัย 2 ชนิด คือ An. barbrirostris 3 ตัว (60.00%) An. campestis 2 ตัว (40.00%) บ้านน้ำคิว หมู่ 5 ต.เสี้ยว อ.เมือง จ.เลย พบยุงก้นปล่อง 163 ตัวเป็นเพศเมียทั้งหมด แยกเป็นยุงกัดคนในบ้าน 109 ตัว (69.57%) นอกบ้าน 54 ตัว (30.43%) จำแนกชนิดยุงพาหะหลักที่พบได้ 2 ชนิดคือ Anopheles minimus 157 ตัว (96.32%) และ An. dirus 4 ตัว (2.46%) พบยุงพาหะสงสัย 2 ชนิด คือ An. barbrirostris 1 ตัว (0.61%) An. campestis 1 ตัว (0.61%) ยุงพาหะที่พบมากที่สุดคือ An. minimus มีความหนาแน่นของยุงเข้ากัดคนในบ้านและนอกบ้านคิดเป็นอัตราส่วน 2.08 : 1 และมีค่าเฉลี่ยตลอดทั้งปี 0.74 และ 0.35 ตัว/คน/ชั่วโมง จากการจับยุงตลอดคืน (12 ชั่วโมง) พบยุงเข้ากัดคนเกือบทุกชั่วโมง และช่วงเวลาเข้ากัดคนสูงสุดในบ้านคือ 24.00-01.00 น. (1.83) นอกบ้าน คือ 02.00-03.00 น. (0.92) เดือนที่พบความหนาแน่นของยุงเข้ากัดคนในบ้านมากที่สุดคือ มิถุนายน (1.13) เข้ากัดคนนอกบ้าน (0.71) ความสัมพันธ์ระหว่างช่วงเวลาการกัดกินเลือดของยุงก้นปล่องตัวเต็มวัยกับช่วงเวลาออกกรีดยางพาราของประชาชนพบว่าช่วงเวลาการกัดกินเลือดของยุงก้นปล่องมีความสอดคล้องกับช่วงเวลาออกกรีดยางพาราของประชาชน โดยสรุปจากผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่าบ้านเหล่าหม้อ จ.ร้อยเอ็ด ไม่พบยุงพาหะหลักโรคมาลาเรีย ส่วนบ้านน้ำคิว จ.เลยพบยุงพาหะหลักมาลาเรียถือเป็นพื้นที่เสี่ยงและช่วงเวลาที่ยุงพาหะเข้ากัดคนสอดคล้องกับช่วงเวลาออกกรีดยางของชาวบ้าน แม้ว่าพื้นที่เข้าไปดำเนินการศึกษาไม่พบปัญหาการระบาดของไข้มาลาเรีย แต่ควรเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้โรคกลับมาอุบัติซ้ำในพื้นที่โดยการให้สุขศึกษาประชาสัมพันธ์แก่ผู้ที่กรีดยางเรื่องการป้องกันตนเองจากยุงกัดเช่นสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด ใช้สารชุบหรือทา เป็นต้น