การศึกษาเชื้อสาเหตุโรคใบร่วงชนิดโหม่ในยางพาราและการประเมินการเกิดโรคของสายพันธุ์ยางพารา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเชื้อสาเหตุโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา และประเมินการเกิดโรค ใบร่วงชนิดใหม่กับยางพาราสายพันธุ์ลูกผสมในสภาพแปลงปลูก โดยการเก็บตัวอย่างใบยางพาราที่เป็นโรคทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส แยกเชื้อโดยวิธี tissue transplanting technique และทดสอบการเกิดโรค บใบในสภาพห้องปฏิบัติการและกับต้นยางชำถุงในเรือนทดลอง จำแนกชนิดของเชื้อราสาเหตุโดยอาศัยรูปร่างลักษณะโคโลนีและเทคนิคทางโมเลกุลลาร์ การประเมินการเกิดโรคกับสายพันธุ์ยางลูกผสมอายุ 20 ปี ในสภาพแปลงปลูก การประเมินโดยเปอร์เซนต์การร่วงของใบ และจำนวนแผลต่อใบ พบว่าสามารถแยกเชื้อราสาเหตุได้ 166 ไอโซเลท และไอโซเลทที่ทำให้เกิดโรคในสภาพห้องปฏิบัติการรุนแรงที่สุด 3 ไอโซเลท คือ 2CHI12, 1SP12-1, และ 4MU33-1 และการทดสอบการเกิดโรคกับพันธุ์ยางพาราชำถุงพบว่าพันธ์ยางพารา RRIM3001 และ RRIM600 มีแนวโน้มเกิดโรคน้อยว่าสายพันธุ์อื่นที่ทดสอบ การจำแนกเชื้อราพบว่าเป็นเชื้อรา Colletotrichum siamense ลักษณะโคโลน์ฟู สีขาวปนเทา สีเทา ไปจนถึงสีเทาเข้ม สปอร์ขนาด 3.12-5.87 x 1.068-15.94 รูปร่างแบบ Cylindrical with round ends อัตราการเจริญเติบโตของเส้นใย 9.3 มิลลิเมตรต่อวัน และการประเมินการเกิดโรคใบร่วงของสายพันธ์ยางลูกผสมในสภาพแปลงพบว่าทำสายพันธ์เกิดใบร่วง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่สายพันธ์ BPM 24 มีแนวโน้มที่การร่วงของใบช้ากว่าสายพันธ์อื่น ๆ และสายพันธ์ RRI-CH-39-0017 มีจำนวนแผลต่อใบน้อยที่สุด