การศึกษาความสัมพันธ์ของการสะสมเอนไซม์ต้านทานอนุมูลอิสระและระดับการต้านทานต่อสภาวะออกซิเดทีฟในข้าวสายพันธุ์ไทยที่ได้รับเชื้อราก่อโรคไหม้
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ ต้นกล้าข้าวที่ติดเชื้อราก่อโรคไหม้ได้นำมาใช้ในการศึกษาความแตกต่างทางด้านสัณฐานวิทยา (น้ำหนักสด และน้ำหนักแห้ง) สรีรวิทยา (รงควัตถุที่ใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง และการเกิดลิปิดเปอร์ออกซิเดชั่น) และกิจกรรมของเอนไซม์ที่ต้านทานอนุมูลอิสระ (ซูเปอร์ออกไซดิสมิวเทส คะตาเลส และเปอร์ออกซิเดส) ในข้าวสายพันธุ์ไทยที่ติดเชื้อราก่อโรคไหม้ ต้นกล้าข้าวสายพันธุ์ไทย 4 สายพันธุ์ (ข้าวสายพันธุ์สังข์หยด กล่ำ หางยี71 และปทุมธานี1) ในระยะที่มีใบที่สอง นำมาทำให้ติดเชื้อ Pyricularia grisea สายพันธุ์ 158162 ด้วยสารละลายสปอร์ และเลี้ยงไว้ เป็นเวลา 7 วัน พบว่าข้าวแต่ละสายพันธุ์แสดงความแตกต่างกันในการตอบสนองต่อเชื้อราก่อโรคไหม้ ข้าวสายพันธุ์ปทุมธานี1 แสดงความต้านทานต่อเชื้อราก่อโรคไหม้สายพันธุ์นี้ได้สูงกว่าข้าวสายพันธุ์อื่น เมื่อศึกษาจากผลของการเปลี่ยนแปลงทางสัณฐานวิทยา และสรีรวิทยา นอกจากนี้ข้าวสายพันธุ์ปทุมธานี1 ยังมีค่ากิจกรรมของเอนไซม์ที่ต้าน อนุมูลอิสระทุกชนิดที่สูงกว่าข้าวสายพันธุ์อื่น ค่ากิจกรรมของเอนไซม์ที่ต้านทานอนุมูลอิสระของข้าวสายพันธุ์ปทุมธานี1 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 99.51 6.64 และ 26.68 สำหรับเอนไซม์ซูเปอร์ออกไซดิสมิวเทส คะตาเลส และเปอร์ออกซิเดส ตามลำดับ ความสำคัญของเอนไซม์ที่ต้านทานอนุมูลอิสระที่แตกต่างกันในข้าวแต่ละสายพันธุ์ แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของการต้านทานต่อเชื้อราก่อโรคไหม้ในข้าวสายพันธุ์ไทย ข้อมูลที่ได้นี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาระบบของเอนไซม์ในการต้านทานอนุมูลอิสระ ที่จะเพิ่มการต้านทานสภาวะเครียดทางชีวภาพ และใช้คัดเลือกสายพันธุ์พืชที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกภายใต้สภาวะเครียดได้