กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
เชื้อราทำลายแมลงที่คัดแยกจากนาข้าวใน 5 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ นนทบุรี และเชียงใหม่ ถูกจัดจำแนกด้วยลักษณะทางสัณฐานวิทยาร่วมกับเทคนิคชีววิทยาโมเลกุล (PCR และ Sanger sequencing) พบว่าเชื้อราแมลงส่วนใหญ่จัดจำแนกอยู่ในสกุล Purpureocillium และ Metarhizium นอกจากนี้ ทีมวิจัยทำการคัดเลือกเชื้อราจากคลังจุลินทรีย์ของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติมาทดสอบความสามารถในการย่อยสลายฟอสเฟต (ทดสอบ 106 สายพันธุ์) และการป้องกันการเข้ารากโดยไส้เดือนฝอยรากปมข้าวในระดับห้องปฏิบัติการ (ทดสอบ 100 สายพันธุ์) จากผลการทดสอบ พบสายพันธุที่ย่อยสลายฟอสเฟตได้ดีที่สุดจำนวน 2 สายพันธุ์ (Metarhizum aff. pinghaense MY13317.02 และ MY13317.32) และที่ลดประสิทธิภาพการเข้ารากของไส้เดือนฝอยได้ดีที่สุดจำนวน 1 สายพันธุ์ (Cordyceps cateniobliqua MY12857) และดีปานกลาง 1 สายพันธุ์ (Purpureocillium lilacinum MY13322.03) นำเชื้อราที่คัดเลือกดังกล่าว มาทดสอบการส่งเสริมการเจริญเติบโตของกล้าข้าวในระดับโรงเรือนโดยการเตรียมสารแขวนลอยเชื้อราเทลงบนต้นกล้าที่อายุ 27 วัน โดยทำการวัดผลทางสรีระวิทยาและรูปลักษณ์ขั้นสูงของพืช (High-Throughput Plant Phenomics) ในระยะต้นกล้า ระยะแตกกอ ระยะแตกกอสูงสุด และระยะสร้างรวง พบว่าเชื้อรา MY13317.02, MY13317.32 และ MY13322.03 ทำให้ข้าวเจริญเติบโต (Plant volume) มากกว่ากรรมวิธีไม่ใช้เชื้อราได้อย่างมีนัยสำคัญในระยะแตกกอสำหรับการปลูกแบบมีน้ำขัง โดยเชื้อรา MY13317.32 มีความโดดเด่นเช่นเดียวกันในสภาวะการปลูกแบบไม่มีน้ำขัง ในระยะแตกกอสูงสุด (76 วัน) กรรมวิธีเพาะกล้าซึ่งใช้เชื้อรา MY13317.32 และ MY12857 ทำให้ต้นข้าวมีขนาดสูงกว่ากรรมวิธีที่ไม่ใช้สปอร์ราอย่างมีนัยสำคัญ นำเชื้อราสายพันธุ์ที่มีผลลดการเข้ารากของไส้เดือนฝอยได้ดีที่สุดทดสอบในระดับโรงเรือนพร้อมการเพาะไข่ไส้เดือนฝอย พบทำให้การเข้ารากลดลง จากนั้นนำเชื้อราที่ได้คัดเลือกมาแล้วมาทดสอบความสามารถในการอยู่ร่วมกัน (co-culture) เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ของการสร้างชีวภัณฑ์แบบหัวเชื้อผสม (Consortium) พบว่าเชื้อราส่วนใหญ่ส่งผลยับยั้งการเจริญเติบโตซึ่งกันและกัน ที่ประมาณ 0.5 - 30 % แต่ว่าเชื้อราทุกตัวสามารถถูกเพาะเลี้ยงร่วมกันบนเพลทเดียวกันได้โดยไม่เกิด Clear zone ได้ ยกเว้นระหว่าง MY12857 และ MY13317.02 ผลการทดลองนี้ชี้ให้เห็นว่าเชื้อราทั้งสองสายพันธุ์ไม่เหมาะสำหรับการใช้ร่วมกัน แต่การใช้ MY12857 ร่วมกับ MY13317.32 อาจเหมาะสมมากกว่าสำหรับการทำสร้างชีวภัณฑ์หัวเชื้อผสม
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. Key elements demonstrated in laboratory environments
ต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่ทดสอบได้ผลจริงในสภาพแปลงปลูก โดยการทดสอบประสิทธิภาพร่วมกับเกษตรกร หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง นำผลิตภัณฑ์ไปขยายผลเมื่อผ่านการทดสอบประสิทธิภาพและได้ผลดี ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้เป็นทางเลือกให้แก่เกษตรกรทดแทนการใช้สารเคมีในระบบเกษตรหรือช่วยลดการใช้สารเคมี โดยผลิตภัณฑ์ต้องผ่านการตรวจสอบความเป็นพิษตามมาตรฐานต่างๆ นอกจากนี้เป็นต้นแบบและแนวทางในการพัฒนาจุลินทรีย์ชนิดหรือสายพันธุ์อื่นๆ ในอนาคต
แนวคิดเรื่องผลิตภัณฑ์ชีวภัณฑ์สำหรับกำจัดไส้เดือนฝอยและส่งเสริมการเจริญเติบโตของข้าวในเวลาเดียวกัน มีความเป็นไปได้เนื่องจากกลุ่มเชื้อราที่ศึกษาในโครงการนี้มีการรายงานว่ามีคุณสมบัติดังกล่าว แต่ไม่เคยมีการศึกษาและพัฒนาเพื่อใช้ตอบโจทย์ทั้งสองประเด็นพร้อมกัน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. problem validated through pilot testing in relevant environment to substantiate proposed impact and societal readiness
ชีวภัณฑ์ต้นแบบจากเชื้อราแมลงในดินเพื่อการส่งเสริมการเจริญของพืชและการควบคุมโรคพืชที่เกิดจากไส้เดือนฝอยได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีแก่เกษตรกร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หน่วยงานภาครัฐในการนำชีวภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาบนพื้นฐานจากความหลากหลายในประเทศไทยและเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่เกษตรกรและเป็นการใช้ประโยชน์ทางการเกษตรอย่างยั่งยืน
ไส้เดือนฝอยปมรากข้าวเป็นโรคระบาดในประเทศไทย โดยชีวภัณฑ์เพื่อใช้กำจัดศัตรูพืชดังกล่าวยังมีอย่างจำกัดและไม่มีคุณสมบัติในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของข้าวได้พร้อมๆกัน การสามารถสร้างชีวภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะทั้งสองอย่างได้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแก่เกษตรกรในการใช้ปุ๋ย และส่งเสริมการทำการเษตรที่ใช้สารเคมีในการปราบศัตรูพืชน้อยลงตามแนวทาง BCG Economy