กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โรคที่เกิดจากเชื้อราเป็นโรคที่ทำความเสียหายอย่างมากในข้าวการควบคุมโรคโดยใช้สารเคมี มักทำให้เชื้อดื้อต่อสารเคมีเกิดการปนเปื้อนสารเคมีกับผลผลิตและสิ่งแวดล้อมการศึกษาครั้งนี้ มี วัตถุประสงค์เพื่อคัดหาจุลินทรีย์กลุ่มแอคติโนมัยซีส ที่มีประสิทธิภาพมาใช้ควบคุมโรคที่เกิดจากเชืออรา ในข้าว โดยทำการแยกแอคติโนมัยซีส จากตัวอย่างดินปลูกข้าวในจังหวัดพะเยา และ เชียงใหม่ พบว่า สามารถแยก แอคติโนมัยซีท ได้ จำนวน 112 ไอโซเลท เมื่อศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยา และ องค์ประกอบของผนังเซลล์เบื้องต้น สามารถจัดอยู่ในกลุ่ม Streptomycetes จำนวน 77 ไอโซเลท 68.8 % (กลุ่ม Non-streptomycetes จำนวน 24 ไอโซเลท )21.4 % และ (ยังไม่สามารถบ่งบอกชนิด (Unidentified) ได้จำนวน 11 ไอโซเลท )9.8 % ( จากนั้น คัดเลือกแอคติโนมัยซีสที่มีประสิทธิภาพสูงสุดใน การยับยั้ง เชื้อรา Pyricularia oryzae ที่เป็นเชื้อสาเหตุโรคไหม้ในข้าว ด้วยวิธี dual culture method จากนั้น ทำการระบุชนิดของเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูงในการยับยั้งการเกิดโรคไหม้ในข้าว โดยศึกษา ลักษณะทางสัณฐานวิทยา พบว่า จุลินทรีย์ ดังกล่าว จัดอยู่ในกลุ่ม Streptomyces sp. เมื่อนำจุลินทรีย์ 3 ไอโซเลตแรก ที่แสดงฤทธิ์ยับยั้งเชื้อรา Pyricularia oryzae ได้ดีที??สุด ได้แก่ ไอโซเลท D 4.1.3 ไอโซเลท W1 และ ไอโซเลท PC-12 โดยให้ผลการยับยั้ง 82.2 % 80.5 % และ 77.3 % ตามลำดับ จากนั้น นำ จุลินทรีย์ดังกล่าวมาสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพในนํ้ำกรองเลี้ยงเชื้อ (Culture filtrate) พบว่า สารสกัด หยาบ (Crude extracts) ที่ได้ สามารถยับยั้งเชื้อราก่อโรคไหม้ได้ แต่ปริมาณน้อย และ ทำให้ยากเมื่อ นำไปประยุกต์ใช้ และเมื่อนำสารสกัดหยาบทดสอบกับเมล็ดข้าวสายพันธุ์ กข6 ในระดับโรงเรือน พบว่าในชุดการทดลองที่ เมล็ดข้าวปลูกด้วยเชื้อแอคติโนมัยซีทปฏิปักษ์โดยการใช้วิธีการรดด้วย spore suspension ของแอคติโนมัยซีทสามารถส่งเสริมการเจริญเติบโตมากที่สุด เมื่อเทียบกับชุดควบคุมที่เป็น นํ้ากลั่น และ เมื่อทดสอบแอคติโนมัยซีทที่รอดชีวิตในดินที่ใช้ปลูกพบ อัตราการรอดชีวิตลดลงถึง 2-4 เท่า (10^4-10^2 CFU/g) จากจุลินทรีย์เริ??มต้น (10^6 CFU/g) ตามลำดับ